“สายกล้า” ควรกลัว - “สายกลัว” ควรกล้า... “เจ๊ง” ก็ไม่เจ็บเยอะ ‘กำหนด’ ได้ด้วยตัวคุณเอง !!!
Wealthy Way: เชื่อกันว่า “โลกของการลงทุน” ถูกขับเคลื่อนจาก 2 ขั้วที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “ความกล้า” ที่เชื่อว่าเป็นแรงผลักดันมาจากเรื่องของ “ความโลภ (Greed)”
ในขณะที่อีกขั้วหนึ่งเป็นเรื่องของ “ความกลัว (Fear)” นั่นเอง!!!
ในวันที่นักลงทุนบางกลุ่มออกมาร้องโอดครวญถึงผลตอบแทนที่ “ติดลบ” ในระดับมากกว่า -50% อัพ ไม่ว่าจะไปลงทุนใน Cryptocurrency, หุ้นรายตัว หรือกองทุนในธีมเทคโนโลยี หรือหุ้นจีน เป็นต้น
ถ้าลงทุนเองก็โบ้ยไปให้ใครไม่ได้...เข้าตำรา “เจ๊ง...ก็ขอเจ๊งด้วยมือตัวเอง”
แต่ถ้าผ่าน “กองทุนรวม” ที่อ้างว่ามี ‘มืออาชีพ’ ช่วยดูแลบริหารจัดการได้ ก็พอจะส่งเสียงดังได้บ้าง?...เละขนาดนี้ จะอธิบายกับผู้ลงทุนอย่างไรดี นอกจากคำว่า “ถือยาว” !!! (อันนี้เสมือนคนอื่นมาชวนไปเจ๊ง...ก็ไม่ปาน แต่อุ๊ย...อย่าลืมว่าการตัดสินใจสุดท้ายเป็นตัวนักลงทุนเองนะ)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาไปถอดรหัสพฤติกรรมการลงทุนเบื้องลึก-เบื้องหลัง และแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้กัน
“กองทุนรวม” ไม่ใช่เครื่องมือเทพ...“ตลาดเจ๊ง” ก็เจ็บหนักได้ (ในบางสินทรัพย์)
ก่อนอื่นนักลงทุน “สายกองทุนรวม” ต้องทำความเข้าใจใหม่ ใช่แล้ว... “กองทุนรวมก็...เจ๊งได้” ไม่แปลก มันเป็นเครื่องมือที่พาคุณไปลงทุนในสินทรัพย์เป้าหมายประเภทต่างๆ แน่นอน...มีมืออาชีพบริหารให้ แต่ก็บริหารใน 2 สไตล์ 1) “เชิงรุก (Active Management)” หวังชนะตลาด และ 2) “เชิงรับ (Passive Management)” เอาผลตอบแทนเท่าตลาดพอ
“การคาดหวังฝีมือผู้จัดการกองทุน...แน่นอน ผู้ลงทุน ‘พึงคาดหวังได้’ แต่ก็น่าจะโฟกัสไปในกลุ่มที่เป็น Active Fund เป็นหลัก เพราะในส่วนของ Passive Fund หรือกองทุนที่อิงดัชนีสารพัดไม่ว่าจะดัชนีหุ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตร เป็นต้น ไม่ใช่ฝีมือผู้จัดการกองทุน หุ้นไทยจะดิ่งจาก 1,700 จุด ลงมาเหลือ 200 จุด ถ้าเป็นกองดัชนีหุ้นไทย ก็ต้องดิ่งตามนั้นเลย ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ (ถ้าคุณไม่ตัดใจขายขาดทุนด้วยตัวเองนะ) นี่คือ 2 ภาพที่ต่างกันในส่วนของกองทุนรวม”
ภาพสะท้อนนี้ ยังปรากฏผลลัพธ์ หรือบาดแผลที่ฝากไว้ถึงปัจจุบัน สำหรับ “กองทุน (ไม่มีนโยบายปันผล)” ที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย (NAV) ต่ำกว่า 5 บาท บวกลบก็มีให้เห็น ไม่ใช่แค่ “กองหุ้นเทคฯ” ที่ไปลงใน “ARK” ในปัจจุบันเท่านั้น (แต่โดยรวมไม่ว่าจะไปลงทุนเทคฯ ไหนก็ตาม) จะกองหุ้นจีน กองน้ำมัน หรือกองสินค้าเกษตร ไปดู NAV กันได้ จนบางกองต้อง “ปิดตัวลง” (แต่ไม่ใช่...กองทุนไม่ดีนะ) แม้แต่กอง Active Fund ที่ผลงานย่ำแย่ก็มีให้เห็นเช่นกัน แม้แต่ใน “กองหุ้นไทย” เหมือนกัน ก็มีมากมายให้เห็น
“นี่คือ ข้อเท็จจริง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่นักลงทุนกำลังฮือฮากับ ‘กองทุนน้ำมัน’ ในปัจจุบันนั้น รู้หรือไม่ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (ข้อมูล ณ 31 มี.ค. 22) ยังติดลบเฉลี่ย -6.70% ต่อปี ‘กองหุ้นอาเซียน’ -7.21% ต่อปี เป็นต้น ไม่ต้องแปลกใจถ้า NAV จะต่ำ 10 บาทไปค่อนข้างมาก เมื่อเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้...มาเปลี่ยนตัวเองดีกว่ามั้ย?”

“สายกล้า” ควรกลัว- “สายกลัว” ควรกล้า...“จำกัดจุดเจ็บ” และ “เพิ่มโอกาส” ด้วยตัวคุณเอง
ตามตำราว่าไว้...“ความโลภ (Greed)” ทำให้เรา “กล้า”...Crypto, หุ้นซิ่ง หรือ กองหุ้นเทคฯ เอย...เราไปลงทุนก็เพราะคาดหวังผลตอบแทนในเชิงบวกในระดับที่สูง ซึ่ง ‘ความเสี่ยง’ เป็นอีกด้านของผลตอบแทนที่วิ่งตามมาพร้อมๆ กันเหมือนกันเงาเลยทีเดียว
ก็กลุ่มสินทรัพย์ที่เราเข้าไปลงทุนหน้าตาผลตอบแทนคาดหวังทะลุหลัก +50% กันทั้งนั้น (ทำไม...ตอนไปลงทุนไม่มองถึงอีกด้านของเหรียญว่ามันก็ติดลบหนักๆ ได้เช่นกันนะ) ยิ่งคนเล่นหุ้นน่าจะเข้าใจดี...เทคนิเคิลมันจะไม่ขึ้นขาเดียว นับเวฟก็ยังมีจบแล้วเริ่มต้นเวฟลง (แต่ถ้าเข้าไปโดยไม่รู้...อันนี้...ต้องทบทวนตัวเอง)
“ความกล้า”...มีที่มาและเป็นแรงผลักให้เราขยับไป ‘รับความเสี่ยง’ ที่เพิ่มขึ้น (ไม่ใช่ไม่ดี)
แต่...“เสี่ยงแค่ไหนที่คุณรับได้” สำคัญกว่า... มีใครไม่อยากรวย รวยเร็ว...ยิ่งชอบ แต่ “จำกัดจุดเจ็บ” ให้ตัวเองหน่อยดีมั้ย?
ไม่ใช่ลงทุนเหมือน “แทงหวย” มี 100 บาท ใส่ไป 100 บาท เจ๊งมา 50% เหลือ 50 บาท ไม่รู้จะไปโทษใครดี (แพะ...ต้องมาล่ะงานนี้ เพราะต้องทำกำไรอีกตั้ง 100% กว่าจะเท่าทุน...ใครจะช่วยล่ะ)
“ก็ช่วยตัวเองไปซิ...ยากอะไร ถ้า 100 บาท เจ๊ง 50% แล้วโลกจะแตก เท่าไร...ที่เจ็บแค่คันๆ 10 บาท พอมั้ย...ถามใจดู เจ๊งไป 50% ก็แค่ 5 บาทเท่านั้น เหลืออีกตั้ง 95 บาท ไว้ไป ‘ซ่อมพอร์ต’ ได้ หรือใส่ไปสัก 50 บาท เจ๊งไป 50% ก็แค่ 25 บาท เหลืออีก 75 บาท ไว้กอบกู้พอร์ตให้กลับมาเขียวได้ (ดีกว่ามั้ย?)…ความกล้ามีได้ โลภอยากได้กำไรมีได้ (ใครก็มี ปกติปุถุชน) แต่จำกัดมันไว้หน่อยก็ไม่เลวนะ”
อีกฝั่งสุดขั้วก็คือ “ความกลัว (Fear)” ก็จะเป็นภาพตรงข้ามเลย ‘ไม่อยากเสี่ยง’ กลัวเจ๊บ...แต่ไม่กลัวจน เงิน 100 บาท ฝากแบงก์ได้ดอกเบี้ย 1% ครบปีเป็น 101 บาทพอใจแล้ว...เงินจะโตเป็น 200 บาท ในอีก 72 ปี ไม่เป็นไร (ศรี...ทนได้) นี่เป็นปกติปุถุชนคนธรรมดาเช่นเดียวกันนะ แต่อยู่อีกฝั่งของสายซิ่งเท่านั้นเอง
“คุณขยับไปเสี่ยง ‘กล้าสักหน่อย’ ไม่ต้องเยอะ 10 บาท จาก 100 บาท ลองดูมั้ย? ถ้ากำไร 50% ก็ 5 บาท เลยนะ (มากกว่าทิ้งเงิน 100 บาท ไว้เอา 1% ทั้งปีอีกนะเออ)...แต่รู้ว่าไม่ชอบเสี่ยง ขยับไปเท่าไรดี ต้องถามใจตัวเองดู? เอาให้ลงทุนแล้วนอนหลับ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ก็พอล่ะ สายนี้ต้องแนะให้กลัวเงินโตไม่พอใช้เป็นสำคัญแล้วล่ะ”
การลงทุนมีความเสี่ยง...ไม่ว่าจะ “ลงทุนเอง” หรือลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” ก็ตาม คุณสามารถ “จำกัดจุดเจ็บ” และ “เพิ่มโอกาส” ในการลงทุนให้กับตัวเองได้ด้วยตัวคุณเอง เชื่อซิว่า...คุณเองก็ทำได้
