มารู้จัก “เครื่องมือบริหารความเสี่ยง” ด้านสภาพคล่อง...ของ “กองทุนรวม” กัน (1)
Where2Put Ur Money: เนื่องจากสถานการณ์ความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ตั้งแต่ปีพ.ศ.2563 เป็นต้นมา ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์มีความผันผวนสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนักลงทุนเกิดความวิตกกังวลก็จะมีการเทขายสินทรัพย์ต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
“แม้แต่ ‘กองทุนรวม’ ที่มีมืออาชีพบริหารจัดการลงทุนให้ก็ถูกนักลงทุนเทขายหน่วยลงทุนที่ถือครองอยู่ออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้กองทุนรวมต้องเร่งเทขายสินทรัพย์ที่ลงทุนออกไปในสภาวะที่ตลาดผิดปกติเพื่อรองรับการเทขายคืนหน่วยลงทุนของนักลงทุนดังกล่าว”
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ “กองทุนรวม” ในตลาดการเงินโลกส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) ของกองทุนรวมกลายมามีบทบาทที่สำคัญอย่างมากต่อสภาพคล่องของตลาดการเงินโลก การเทขายสินทรัพย์ และหน่วยลงทุนของนักลงทุนจำนวนมากข้างต้นจึงทำให้เกิดความผันผวนต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวม และส่งผลต่อสภาพคล่องของทั้งตลาดการเงินโลก และกองทุนรวม จนทำให้หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลในหลากหลายประเทศต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อยกระดับ “การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง” ของกองทุนรวมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับในประเทศไทย “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) ได้กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ต้องจัดให้มีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของกองทุนรวมที่เหมาะสม หลากหลาย และเพียงพอในการยึดถือปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้

-
ปกป้องผลประโยชน์ของ “นักลงทุน”
-
คุ้มครอง และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก โดยต้องสอดคล้องกับหลักความไว้วางใจ (Fiduciary) และการกำกับดูแลที่ดี (Corporate Governance) ของธุรกิจจัดการลงทุน
-
รักษาความเป็นธรรมระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนที่ยังอยู่ในกองทุนรวมกับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ทำการเร่งเทขายหน่วยลงทุนออกมาในปริมาณมาก หรือก่อนเวลาที่กำหนดในสภาวะที่ตลาดผิดปกติ เนื่องจาก
-
การที่กองทุนรวมต้องเร่งเทขายสินทรัพย์ที่ลงทุนออกไปในสภาวะตลาด และราคาที่ไม่ปกติ ย่อมส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายขึ้นกับตัวกองทุนรวม และทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่นที่ไม่ได้ทำรายการซื้อขายนั้น
-
การที่กองทุนรวมต้องเร่งเทขายสินทรัพย์ที่ลงทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีคุณภาพออกไป จนทำให้เหลือแต่สินทรัพย์คุณภาพต่ำในกองทุนรวม ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่ยังอยู่ในกองทุนรวมในที่สุด (ส่งผลให้ NAV ของกองทุนรวมลดลงนั่นเอง)
-
-
ทำให้นักลงทุนตะหนักถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของกองทุนรวม และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนในสภาวะที่ตลาดผิดปกติได้
-
-
ปกป้องผลประโยชน์ของ “กองทุนรวม”
-
ช่วยให้การบริหารจัดการลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายแก่ตัวกองทุนรวม หากกองทุนรวมขาดสภาพคล่อง
-
เพื่อให้มั่นใจว่า กองทุนรวมมีสภาพคล่องเพียงพอสามารถรองรับการขายคืนของผู้ถือหน่วยลงทุนได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ช่วยลดปัญหา Liquidity Mismatch ระหว่างสินทรัพย์ที่กองทุนรวมลงทุนกับนโยบายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนนั่นเอง
-
มีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่เป็นไปตามแนวทางสากล (บลจ. จะได้มีรูปแบบ และมาตรฐานในการยึดถือปฏิบัติแบบเดียวกัน) เพื่อเลือกใช้งานตามความเหมาะสมหนักเบาในสภาวะที่ตลาดผิดปกติ
-
-
รักษาเสถียรภาพใน “ระบบการเงิน”
-
ลดโอกาสที่กองทุนรวมจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระบบการเงิน โดยเฉพาะเมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเกิดความวิตกกังวล และเทขายหน่วยลงทุนที่ถือครองอยู่ จนส่งผลให้เกิดการไหลออกของเงินลงทุนจากกองทุนรวม และทำให้เกิดการเร่งเทขายหน่วยลงทุนตามมาในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อระบบการเงินในที่สุด
-
ทั้งนี้ “เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง” ด้านสภาพคล่องของกองทุนรวมที่สำนักงานก.ล.ต. กำหนดให้บลจ. ยึดถือปฏิบัติมีทั้งหมด 7 เครื่องมือ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งจะได้กล่าวถึงในตอนต่อไปครับ
