“KT-HiDiv-D” เฟ้น “หุ้นห่านทองคำ”... ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง สร้างรายได้ “สม่ำเสมอ” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity Large-Cap” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐาน มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
ปัจจุบัน “อัตราเงินปันผล” ของตลาดหุ้นไทยอยู่ประมาณ 3.1% ซึ่งยังมี “หุ้นปันผลสูง” ที่สามารถจ่ายปันผลสูงกว่าระดับ 3.5% ให้ลงทุนอีกมาก ที่สำคัญ “หุ้นปันผล” เองก็ยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนของ “กองทุนวายุภักษ์ 1” อีกด้วย
นั่นย่อมจะส่งบวกต่อกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” อยู่บ้างไม่มากก็น้อย การลงทุนใน “หุ้นไทย” โดยได้รับ “ปันผล” ในระหว่างทางที่ลงทุนจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นปันผล” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KT-HiDiv-D” เฟ้น “หุ้นห่านทองคำ” สร้างรายได้ “สม่ำเสมอ”
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า “KT-HiDiv-D: กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ ชนิดจ่ายเงินปันผล” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2556 เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐาน มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KT-HiDiv-D’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) นั้น มีการจัดสรรการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
- ธุรกิจการเงิน 29.06%
- ทรัพยากร 24.57%
- เทคโนโลยี 15.74%
- บริการ 13.15%
- อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 9.55%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุดก็เป็นหุ้นใหญ่ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอในตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ADVANC 8.46%, KBANK 7.76%, PTTEP 7.09%, PTT 6.86% และ BBL 6.59% ตามลำดับ”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง ‘KT-HiDiv-D’’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.82% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.32% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 14.14% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.85% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -37.31%”
นอกจากนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมานั้นก็ได้มีการ “จ่ายปันผล” รวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 3.30 บาทต่อหน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุนที่ลงทุนได้เป็นอย่างดี
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุน “ขั้นต่ำในครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+3)

ทั้งนี้หากไม่พูดถึงช่องทางการซื้อขายกองทุนก็คงไม่ได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” และต้องการ “ปันผล” คืนมาในระหว่างทางที่ลงทุน เชื่อว่ากลุ่ม “กองหุ้นปันผล” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเรื่องของโอกาสทำกำไรจาก “Capital Gain” เองก็ยังมีให้ลุ้นอยู่ ไม่ได้หายไปไหนแต่ประการใด
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
