Official Update :

“USDAILY” กองทุน “Daily Fixed Income” ตอบโจทย์ “สายเซฟ” มั่นคง ผันผวนต่ำ สภาพคล่องดี... โอกาสรับผลตอบแทนสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” กองแรกของไทย !!!

โดย: บลจ.ยูโอบี


“ผลตอบแทนสูง” แต่ “ความเสี่ยงต่ำ” มีอยู่จริง
?


“สหรัฐ” เป็นประเทศมีเครดิตเรทติ้งจาก “S&P Global Ratings” อยู่ที่เรตติ้ง AA+ โดยดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 4.25-4.50% ในขณะที่ “ไทย” เรทติ้ง BBB+ ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% (ที่มา: worldgovernmentbonds.com, ณ วันที่ 25 มิ.ย. 25)


“สหรัฐ” เครดิตเรทติ้งดีกว่า แถมผลตอบแทนยังดีกว่า “ไทย”...แปลก แต่จริง !!!


นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง “โอกาสการลงทุน” ที่ไม่ควรละเลยแต่ประการใด โดยเฉพาะนักลงทุน “สายเซฟ” ที่มองหาโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี และผันผวนต่ำ


เพราะผลกระทบจาก “ภาษีสหรัฐ และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงทำให้เศรษฐกิจไทยเองมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) ก็ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงเหลือ 1.8% (จากเดิม 2.8%)


และตลาดคาดว่ามีโอกาสที่ “ธปท.” จะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในไทยมีโอกาสปรับตัวลงอีก ไม่นับรวม “ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์” ของแบงก์ใหญ่ที่ปัจจุบันก็ต่ำอยู่แล้ว ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25% เท่านั้น (ที่มา: bot.or.th, ณ วันที่ 25 มิ.ย. 25)


เคล็ดลับความสำเร็จในการลงทุน ไม่ใช่เพียง “การสร้างผลตอบแทน” ที่ดีเท่านั้น แต่ “การกระจายการลงทุนและการปกป้องเงินลงทุน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดการลงทุน “ผันผวนสูง” เช่นในปัจจุบัน


จะดีแค่ไหน?...ถ้าสามารถลงทุนใน “กองทุนตลาดเงิน” ที่มีความมั่นคงสูง ผันผวนต่ำ และโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ที่ดีกว่า ที่สำคัญยังมี “สภาพคล่องสูง” ซื้อขายได้ทุกวันทำการ คล้ายกับลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย


วันนี้ โอกาสนั้นมาถึงแล้ว กับ “USDAILY: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” โดย “บลจ.ยูโอบี” กองทุน Daily Fixed Income” ที่ลงทุนและรับผลตอบแทนเป็นสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” กองแรกของไทย


“ดอกเบี้ยสหรัฐ” ยังทรงตัว “ระดับสูง” แม้มีทิศทางขาลง...ทางเลือกที่ “น่าสนใจ” สำหรับนักลงทุน “สายเซฟ”

พร้อมการมาของ Donald Trump” นโยบายหลายๆ อย่างไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศแต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศของสหรัฐเองด้วย หนึ่งในนั้น คือ “เงินเฟ้อ” ที่อาจจะไม่ได้ลงง่ายเหมือนที่เคยประเมินกันไว้ก่อนที่ Trump” จะมา และทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองไปว่าดอกเบี้ยสหรัฐมีแนวโน้มจะ “ลงน้อยกว่า” และ “ลงช้ากว่า” ที่ตลาดคาดไว้ แม้ว่า Trump” จะอยากเห็นดอกเบี้ยลงมากกว่านี้ก็ตาม


ล่าสุดทาง “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ก็ออกมาคงอัตรา “ดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ที่ระดับ 4.25 – 4.50% เพราะเศรษฐกิจด้านต่างๆ ทั้งด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของเอกชน ตลาดแรงงานยังคงแข็งแรง ส่วน “เงินเฟ้อ” น่าจะขึ้นไม่มากและไม่มีผลระยะยาว โดย Dot Plot” สะท้อนว่าในช่วง 2 ปีครึ่งข้างหน้า Fed ตั้งใจจะลดดอกเบี้ยอีก 4 ครั้ง (ปี 2025 - 2 ครั้ง, ปี 2026 - 1 ครั้ง, ปี 2027 - 1 ครั้ง)


“โดยคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะทยอยลดลงสู่ระดับ 3.9% ภายในสิ้นปี 2025 ก่อนจะลดลงต่อเนื่องเป็น 3.6% ในปี 2026 และ 3.4% ในปี 2027 สะท้อนมุมมองที่ยังคง ‘ผ่อนคลายแบบระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง” (ที่มา: federalreserve.gov, ณ วันที่ 18 มิ.ย. 25)


แต่ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐก็ยังเป็นระดับที่ “สูงกว่า” ดอกเบี้ยนโยบายของไทยค่อนข้างชัดเจน !!!


จึงไม่น่าแปลกใจว่า...ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นทางเลือก บัญชีเงินฝากต่างประเทศ (FCD: Foreign Currency Deposit) ในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” จากหลายแบงก์มานำเสนอให้กับผู้มีเงินออมไทยกันมากขึ้น เพราะ “ดอกเบี้ยดีกว่า” เช่น 5% ต่อปี แต่ยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องของ “อัตราแลกเปลี่ยน” อยู่นั่นเอง ซึ่งผู้ฝากจะต้องรับความเสี่ยงในส่วนนี้เอาไว้เอง


นั่นสะท้อนถึง “โอกาสที่ดีกว่า” ของผลตอบแทนที่จะได้รับ โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงมากนักได้เป็นอย่างดี


นอกจากทางเลือกในฝั่งแบงก์อย่าง เงินฝาก FCD” แล้ว ในฝั่งของอุตสาหกรรมกองทุนเองก็มี “USDAILY: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” โดย “บลจ.ยูโอบี” กองทุน Daily Fixed Income” ที่ลงทุนและรับผลตอบแทนเป็นสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” กองแรกของไทย ให้เลือกลงทุนได้แล้วเช่นกัน



USDAILY” กองทุน “Daily Fixed Income” กองทุนแรกในไทย...ที่ลงทุนและให้ผลตอบแทนในสกุล “เงินดอลลาร์สหรัฐ”

ปัจจุบันนักลงทุนไทยให้ความสำคัญกับสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความมั่นคง นอกจากการกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์แล้ว การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศอย่างสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล


โดยเฉพาะการลงทุนใน “ตราสารตลาดเงิน” ของสหรัฐที่มีความมั่นคง มีสภาพคล่องที่สูง และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จึงเป็นอีกทางเลือกให้นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตที่มั่นคงและยังเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ได้เป็นอย่างดี


ล่าสุด “บลจ.ยูโอบี” ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล นำเสนอUSDAILY: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” กองทุนDaily Fixed Income” กองแรกในไทยที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” เป็นการขยายโอกาสการลงทุนในตลาดเงิน เพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่สนใจ


“ที่สำคัญ กองทุน ‘USDAILY’ จะมีการ ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับใกล้เคียงกับผลตอบแทนของตราสารตลาดเงินในสหรัฐนั่นเอง”


4 “จุดเด่น” ของกองทุน “ 
USDAILY”…ฝีมือบริหารของ “State Street Global Advisors Europe Limited”

สำหรับUSDAILY: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์” เป็นกองทุนกลุ่ม Global Bond Fully F/X Hedge” ของบลจ.ยูโอบี “ความเสี่ยงระดับ 4” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) เป็น Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลัก State Street USD Liquidity LVNAV Fund - Select Accumulating”


ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนใน “ตราสารตลาดเงิน และ/หรือตราสารหนี้” ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยทั้งในอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ตราสารเหล่านี้เป็นตราสารหรือหลักทรัพย์ที่สามารถโอนหรือเปลี่ยนมือได้ (Transferable Securities) และส่วนใหญ่จะอยู่ในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” โดยผลตอบแทนหลักของกองทุนมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหรือหลักทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งกองทุนหลักกำหนดกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ธนาคาร องค์กร และสถาบันการเงินอื่นๆ รวมถึงอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่มี “อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นสูงสุด”


ทั้งนี้กองทุนหลักบริหารจัดการโดย State Street Global Advisors Europe Limited” ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “Central Bank of Ireland” (CBI)


โดยกองทุน USDAILY” มี 4 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ของกองทุน “Daily Fixed Income” ครบถ้วน ประกอบด้วย

1) กองทุนหลักลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะสั้น” และมี “ความผันผวนต่ำ” ด้วยกรอบการลงทุนที่โฟกัสตราสารที่มี “อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นสูงสุด” พอร์ตล่าสุด (ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) มี อายุเฉลี่ยของตราสาร (Weighted Average Maturity) 39 วัน ทำให้มีความผันผวนต่ำจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด สะท้อนผ่านมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุนหลักได้เป็นอย่างดี


2) กองทุนหลักได้รับการจัด “อันดับความน่าเชื่อถือ” ในระดับดีมาก จากคุณภาพของตราสารที่กองทุนหลักลงทุน ทำให้กองทุนหลักได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูง A จาก 3 สถาบัน ได้แก่ AAAmmf (Fitch), Aaa-mf (Moody’s) และAAAm (S&P)


3) เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงิน “USD” โดยกองทุน “USDAILY” มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ซึ่งในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงิน ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ กองทุนจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน หรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedge) เป็นสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินสหรัฐในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” นั่นเอง


4) มี “สภาพคล่อง” ซื้อ-ขายได้ทุกวันทำการ โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนภายใน T+5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (โดยทั่วไปจะได้รับเงินภายใน T+1 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV) *


“ทั้งนี้ กองทุนหลักเองมี สภาพคล่องดี พร้อมรับการไถ่ถอนจากนักลงทุนได้อย่างสบาย


(*ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน ปัจจุบัน T+1 (ไม่นับรวมวันหยุดต่างประเทศ) โดย บลจ.ยูโอบี จะชำระเงินค่าขายคืนในกรณีบัญชีต้นทางเป็นบัญชี FCD ของ KKP Bank เท่านั้น กรณีนอกเหนือจากเงื่อนไขดังกล่าวให้ระยะเวลาการชำระเงินค่าขายคืนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด)


ในภาวะที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกมี “ความผันผวนสูง” เช่นในปัจจุบัน กลยุทธ์การลงทุนที่ดี อาจไม่ใช่การแสวงหา “ผลตอบแทน” แต่คือการ “ปกป้องเงินต้น” เน้น “รอจังหวะ” แล้ว “พักเงิน” ไว้ในที่ปลอดภัยที่สำคัญยังให้ผลตอบแทนที่ดีจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเมื่อเงินทุนไม่เสียหาย เวลาโอกาสการลงทุนมาถึง...ก็สามารถนำไปลงทุนต่อยอดได้ทันที และสำหรับนักลงทุน “สายเซฟ” การมีทางเลือกในการลงทุนที่ไม่เสี่ยงมาก สภาพคล่องสูง และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากในประเทศในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน เชื่อว่ากองทุน “USDAILY” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนทุกคนได้เป็นอย่างดี


สามารถดูข้อมูล กองทุน “USDAILY” เพิ่มเติมได้ที่ https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00879/USDAILY


ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมมิใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น) ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง Derivatives เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน กรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนหรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedged) กองทุนนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย


สอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) โทร. 0-2786-2222 www.uobam.co.th