“หุ้นอาเซียน” เจิดจ้า อีกหนึ่งเป้าหมายเงินลงทุนทั่วโลก... “ของดีราคาถูก-ศก.โตดี-พื้นฐานแกร่ง” !!!
ลายแทงกองทุน: ? ทำไม “หุ้นอาเซียน” จึงน่าสนใจและเป็นหนึ่งในหมุดหมายของเม็ดเงินลงทุนโลกตลาดหนึ่งเลยทีเดียว...
“อาเซียน” มีประชากรกว่า 625 ล้านคน มากเป็น “อันดับ3” ของโลกรองจากอินเดียและจีน นั่นหมายถึงกำลังซื้อที่มหาศาล กำลังแรงงานในวัยทำงานที่พร้อมจะส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันกว่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์
แต่ “หุ้นอาเซียน” ที่เป็นเป้าหมายนั้น จะอยู่ใน 6 ประเทศหลัก ได้แก่ มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม และไทย เป็นสำคัญ
ซึ่งเศรษฐกิจของกลุ่ม “Asean-5” นั้นคาดว่าจะโต 4.1% ในปีนี้และปีหน้า ในขณะที่เศรษฐกิจเวียดนามก็โตอย่างร้อนแรงคาดว่าจะเฉลี่ยกว่า 7% เลยทีเดียว (ที่มา: World Economic Outlook, July 2025)
“ตลาดหุ้นอาเซียน” (MSCI ASEAN) ช่วง 9 เดือนแรกก็ให้ผลตอบแทนที่ดี +14.54% มีอัตราเงินปันผล 3.62%, มี P/E 15.59 เท่า และ P/BV 1.92 เท่า ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับ “หุ้นโลก” (P/E 23.16 เท่า) และ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (P/E 16.36 เท่า) (ที่มา: msci.com. วันที่ 30 ก.ย. 25)
ในขณะที่ปีนี้ กลุ่ม "กองหุ้นอาเซียน" เขียวยกแผง ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +0.08% (ดีสุด +23.13%, แย่สูด +0.04%) (ที่มา: morningstarthailand.com, วันที่ 24 ต.ค. 25)
จึงถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ ที่พร้อมจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลออกจาก “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) โดยเฉพาะ “สหรัฐ” ที่ราคาค่อนข้างแพงแล้วในปัจจุบันอีกด้วย
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นอาเซียน” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นอาเซียน"…อีกหนึ่ง "เป้าหมาย" ของเม็ดเงินลงทุนโลก
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็นกองทุนที่ “ลงทุนโดยตรง” ด้วยฝีมือทีมผู้จัดการกองทุนไทยเอง 3 กอง และ “Feeder Fund” 1 กอง ประกอบด้วย
- “ONE-STOXXASEAN: กองทุนเปิด วรรณ STOXX อาเซียน ซีเล็ค ดิวิเดนด์ อินเด็กซ์ ฟันด์” ของบลจ.พรินซิเพิล เป็นกองทุนในกลุ่ม “ASEAN Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นอาเซียน” จำนวน 30 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นส่วนประกอบของดัชนี “STOXX ASEAN SELECT DIVIDEND 30 INDEX” โดยลงทุนในสัดส่วนหรือน้ำหนักที่ใกล้เคียง กับดัชนี (Fully Replication) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ 29 ส.ค. 25) มีการกระจายลงทุนใน 4 ประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วย
1) มาเลเซีย 22.33%
2) อินโดนีเซีย 22.16%
3) สิงคโปร์ 19.43%
4) เวียดนาม 10.69%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) VIETNAM PROSPERITY JSC BANK 5.84%, 2) SAIGON - HANOI COMMERICIAL 4.85%, 3) ASTRA INTERNATIONAL TBK PT 3.73%, 4) SIME DARBY BERHAD 3.72% และ 5) TELKOM INDONESIA PERSERO TBK 3.63% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น “KT-ASEAN-A กองทุนเปิดเคแทม อาเซียน อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “ASEAN Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นอาเซียน” ของบริษัท (รวมถึงบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนที่มีขนาดเล็กกว่า) ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหรือมีผลการดำเนินงานหลักของบริษัทมาจากประเทศที่เป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนบางประเทศอาจถูกพิจารณาให้เป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Funds – ASEAN Equity Fund’ ที่บริหารจัดการโดย JPMorgan Asset Management (Europe) S.a r.l.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 30 ก.ย. 25) มีการกระจายลงทุนในประเทศต่างๆ ประกอบด้วย
1) สิงคโปร์ 49.00%
2) ไทย 16.10%
3) อินโดนีเซีย 15.40%
4) มาเลเซีย 10.80%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) DBS 10.0%, 2) Sea 9.5%, 3) Bank Central Asia 5.8%, 4) United Overseas Bank 4.5% และ 5) OCBC Bank 4.1% ตามลำดับ”
- มาต่อกันด้วย “K-AEC: กองทุนเปิดเค อาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี้ หุ้นทุน” ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “ASEAN Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นอาเซียน” ที่เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนในฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม และไทย โดยเลือกลงทุนหุ้นคุณภาพสูงที่เป็นผู้นำตลาดมีผลกำไรและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง งบการเงินมั่นคง และมีธรรมาภิบาลที่ดี
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ 30 ก.ย. 25) มีการมีการกระจายลงทุนในประเทศต่างๆ ประกอบด้วย
1) สิงคโปร์ 22.36%
2) ไทย 11.36%
3) เวียดนาม 10.69%
4) อินโดนีเซีย 8.44%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) VANECK INDONESIA INDEX ETF 9.90%, 2) iShares MSCI Malaysia Index Fund 9.89%, 3) iShares MSCI Singapore Index Fund 9.65%, 4) JPM ASEAN Equity I (acc) - USD 9.11% และ 5) DBS Group Holdings Ltd 8.97% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย “B-ASEAN: กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน” ของบลจ.บัวหลวง เป็นกองทุนในกลุ่ม “ASEAN Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นอาเซียน” ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศ สมาชิกอาเซียน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ 31 ส.ค. 25) มีการกระจายลงทุนในประเทศต่างๆ ประกอบด้วย
1) สิงคโปร์ 23.92%
2) อินโดนีเซีย 15.47%
3) สหรัฐอเมริกา 7.50%
4) มาเลเซีย 7.27%
5) ฟิลิปปินส์ 3.81%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) DBS Group Holdings Ltd 8.23%, 2) Singapore Telecommunications Ltd 7.74%, 3) Sea Ltd 5.92%, 4) Bank Central Asia Tbk PT 4.08% และ 5) PREMIA MSCI VIETNAM ETF-USD 3.63% ตามลำดับ”
การหมุนเงินออกจากกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) ที่ราคาแพงแล้ว โดยเฉพาะ “หุ้นสหรัฐ” คาดว่าจะไหลเข้ามาในกลุ่ม “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) และหนึ่งในเป้าหมายที่น่าสนใจก็คือ “หุ้นอาเซียน” ที่ปัจจุบันราคายังไม่แพง ถูกกว่า “หุ้นโลก” และ “หุ้น EM” เอง ในขณะที่พื้นฐานแข็งแกร่งและเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี จึงน่าจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่สนใจได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
