OSP ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน โบรกฯ ชี้แนวโน้มผลงานสดใส คาดปี 67 ฟันกำไร 2.9 พันลบ. โต 21%

แม้ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ตามผลประกอบการไตรมาส 1/67 ที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นสะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ในเมียนมามากเกินไป จนปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำ สวนทางกับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2567 ที่จะขยายตัวได้โดดเด่น


โดยล่าสุดนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองต่อแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2/67 ของ OSP คาดจะเติบโตเด่นจากไตรมาส 2/66 และอาจไม่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 แม้มีฐานสูง เนื่องจากธุรกิจในเมียนมายังแข็งแกร่ง แม้ปกติมักจะชะลอตัวหลังผ่านช่วงไฮซีซัน ทำให้คาดว่ารายได้อาจชะลอเล็กน้อย แต่ได้การชดเชยจากยอดขายในตลาดในประเทศที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน


โดยกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง ด้วยจุดแข็งพอร์ตสินค้าและช่องทางการจำหน่ายครอบคลุม ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 46.4% ณ สิ้นไตรมาส 1/67 นอกจากนี้ ยังรับรู้รายได้จาก M150 Sparkling เพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสเป็น New S Curve ใหม่ของ OSP ต่อไป


ขณะที่ต้นทุนการผลิตคาดว่าจะลดลงต่อช่วยชดเชยสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่ลดลง (GPM สูงกว่า) จึงคาดกำไรปกติในกรอบ 800-850 ล้านบาท เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด และก่อนปรับราคาขายปลีก M-150 เป็น 12 บาทแล้ว และในช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการบริโภคภายในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่หนุนงานก่อสร้าง และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นประโยชน์โดยตรงต่อตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง


ฝ่ายวิเคราะห์จึงคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 2,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.98% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายบน PER ปี 2567 เพียง 22 เท่า เทียบเท่ากับ -1.5 SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 36 เท่า ถือว่าต่ำมาก สะท้อนความกังวลของตลาดเมียนมามากเกินไป และยังไม่สะท้อนภาพการเติบโตของกำไร เมื่อเทียบกับ CBG ที่ 28 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม OSP ยังมี Upside risk จากสินค้าใหม่และการทำ M&A เช่นกัน จึงคงราคาเหมาะสมในปี 2567 ที่ 34 บาท คงแนะนำ ซื้อ และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มเครื่องดื่มในปีนี้


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองบวกต่อแนวโน้มไตรมาส 2/67 เช่นกัน โดยคาดว่าผลการดำเนินงานยังสดใสจากไตรมาส 1/67 โดยยอดขายในประเทศ (เครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคล) อาจเพิ่มขึ้น แต่สำหรับตลาด CLMV ซึ่งในไตรมาสนี้ถือเป็นช่วง Low season ทำให้ยอดขายอาจลดลง และเป็นผลให้แนวโน้มกำไรขั้นต้นอาจลดลงด้วยจากไตรมาสก่อนหน้าด้วย


แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2567 ขึ้นเป็น 35.5% และเพิ่มเป็น 35.8% ในปี 2568 ทำให้กำไรจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 8.8% ในปีนี้ และ 8.6% ในปี 2568 จึงปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 26 บาท

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-MEM” โฟกัสหุ้น “Memory Chip” ชิปแห่งความทรงจำ “หัวใจ” สำคัญขับเคลื่อนเทรนด์ “AI Super Cycle” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ดักเก็บหุ้น Domestic แบงก์-รพ.-ท่องเที่ยวเด่น รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง ชี้ปันผลสูง แถมมูลค่าน่าสนใจ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
Updated 1 day ago
Follow Us