DITTO ปั้น Blu Green Token ขายโทเคน BLU ระดมทุน 480 ล้าน ชูการันตีเงินต้นพร้อมผลตอบแทน 3% ต่อปี เตรียมเข้า Digital Asset Exchange ใน Q3/69
DITTO เดินหน้ายุทธศาสตร์ Green-Tech ผ่านบริษัทลูก “สยาม ทีซี เทคโนโลยี” ซึ่งเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน และพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตระดับพรีเมียมจาก Blue Carbon เป็นครั้งแรกของไทย
คุณฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต เกิดจาก บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (STCT) ซึ่งดำเนินโครงการพิพิธภัณฑ์ป่าชายเลนมาเป็นเวลานาน จนมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน และเห็นศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนที่สูงกว่าป่าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติในหลายพื้นที่ DITTO ในฐานะบริษัทของคนไทยจึงมองว่าควรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เปิดให้เอกชนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ทำให้ปัจจุบัน STCT ได้รับสิทธิในการปลูกและดูแลพื้นที่ป่าชายเลนรวมกว่า 175,196.05 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี
บริษัทมองว่าโครงการดังกล่าวจะกลายเป็น New S-Curve ของ STCT ในอนาคต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตจะถูกนำกลับมาใช้ดูแลรักษาป่าชายเลน รวมถึงสร้างอาชีพให้คนในชุมชนผ่านการจ้างงานดูแลพื้นที่ป่า และโครงการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR แต่เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และชุมชนไปพร้อมกัน
ชูโมเดล Tokenization กระจายโอกาสลงทุนสู่รายย่อย
DITTO เตรียมเปิดตัวโครงการ Blue Carbon Token ภายใต้ชื่อเหรียญ “BLU” โดยเป็นการนำสิทธิในคาร์บอนเครดิตมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในคาร์บอนเครดิตได้ง่ายขึ้น
สำหรับโครงการอ้างอิงในการออกโทเคน บริษัทได้จัดสรรพื้นที่ป่าปลูกใหม่จำนวน 17,531.04 ไร่ ระยะเวลา 7 ปี จากพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1.7 แสนไร่ มาใช้รองรับการออกโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโครงการแรกของไทยที่มีคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
โครงการดังกล่าวมีคาร์บอนเครดิตรองรับจำนวน 400,000 ตัน ขณะที่ศักยภาพการผลิตจริงจากพื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะสูงกว่า 1 ล้านตันคาร์บอนภายในระยะเวลา 7 ปี ทำให้ STCT สามารถกันคาร์บอนเครดิตส่วนที่เหลือไว้เป็น Buffer รองรับกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือความเสี่ยงด้านปริมาณ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญด้านการบริหารความเสี่ยงของโครงการ
ในส่วนโครงสร้างการลงทุน DITTO เตรียมเสนอขายทั้งหมด 400 ล้านโทเคน ราคา 1.2 บาทต่อโทเคน คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวมประมาณ 480 ล้านบาท
ผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตในอนาคต หรือได้รับผลตอบแทนแบบทบต้นสะสม 3% ต่อปี พร้อมคืนเงินลงทุนเริ่มต้น หากผู้ออกโทเคนไม่สามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงได้ ถือเป็นกลไก Downside Protection ที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้แบบ Unlimited Upside หากราคาคาร์บอนเครดิตในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
เจาะตลาด Blue Carbon ผ่านแนวคิด Green Token
นายชัยทัดกล่าวว่า สาเหตุที่ใช้ชื่อ Blu Green Token เนื่องจากคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนมีคุณสมบัติในการดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกกว่า 10 เท่า อีกทั้งยังช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศ และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น การสร้างอาชีพประมงพื้นบ้าน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรชายฝั่ง
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว คาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Blue Carbon ซึ่งถือเป็นคาร์บอนเครดิตระดับ Premium T-VER ที่มีศักยภาพในการซื้อขายในตลาดสากลและมีมูลค่าสูงกว่าคาร์บอนเครดิตจากป่าบกทั่วไป
ส่วนคำว่า Blu เป็นลูกเล่นด้านการตลาด ขณะที่ Green Token สะท้อนการเป็นโทเคนดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมองว่าผู้ลงทุนใน Blu Green Token ไม่เพียงแต่ได้รับโอกาสทางการเงิน แต่ยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
วางหมาก Green-Tech เชื่อม AI–Data–Cyber Security
DITTO ยังชูจุดแข็งในฐานะบริษัทเทคโนโลยี โดยนำองค์ความรู้ด้าน Data Management, AI และ Cyber Security เข้ามาผสานกับการบริหารจัดการป่าชายเลนและระบบคาร์บอนเครดิต เกิดเป็นโมเดล Green-Tech รูปแบบใหม่
บริษัทได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางอย่าง Carbon Credit Officer เพื่อดูแลการบริหารตลาดและการเจรจาการค้าคาร์บอนเครดิตโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์คาร์บอนและสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือโทเคน
มองกฎหมาย Climate Change เป็นตัวเร่งดีมานด์คาร์บอนเครดิต
DITTO ประเมินว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้ความต้องการคาร์บอนเครดิตในภาคบังคับ หรือ Compliance Market เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะคาร์บอนเครดิตประเภท Blue Carbon ที่มีคุณภาพสูงและสามารถซื้อขายในระดับสากลได้
สำหรับ Blu Green Token บริษัทคาดว่าจะเปิดจองซื้อและเข้าจดทะเบียนซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งหากเข้าจดทะเบียนแล้ว นักลงทุนจะสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ นักลงทุนรายย่อยที่ไม่ได้เป็น High Net Worth จะสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
“โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโลก พร้อมเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาว โดยบริษัทใช้เวลาพัฒนาโครงการนี้นานกว่า 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีและข้อกำหนดด้านความยั่งยืนในทุกมิติ” คุณฐกร กล่าวทิ้งท้าย
