เล็งใช้ “ปัจจัย ESG”…เพิ่มผลตอบแทนการลงทุน ‘ระยะยาว’!!!

กระแสการลงทุนโดยคำนึงถึง “สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)” เป็นหนึ่งในกระแสหลักของโลกที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด “สถาบันไทยพัฒน์” ได้ประกาศรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ‘กลุ่ม ESG Emerging’ เป็นครั้งแรก

 

ช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจาก ‘ปัจจัย ESG’ ในฐานะบริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน (ESG Emerging List)

 

รู้จักกับ ‘บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน (ESG Emerging List)’

 

“สถาบันไทยพัฒน์” โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้ริเริ่มจัดทำและประกาศรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) กลุ่ม ESG Emerging เป็นปีแรก

 

“ด้วยการคัดเลือกจาก 803 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง จำนวนกว่า 14,870 จุดข้อมูล”

 

“ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์” ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ มองว่า การประเมินเพื่อคัดเลือก ‘บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน (ESG Emerging List)’ ได้พิจารณาจากข้อมูลบริษัทที่มีแนวโน้มว่าการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทที่ริเริ่มขึ้น หรืออยู่ในระหว่างดำเนินงาน มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในระยะยาวให้แก่ผู้ลงทุนจากปัจจัย ESG ดังกล่าว

 

สำหรับองค์ประกอบที่ใช้ในการคัดเลือกหลักทรัพย์เข้า ‘กลุ่ม ESG Emerging’ ได้แก่

 

-มีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้าน ESG ในรอบปีการประเมิน

-มีการปรับปรุงพัฒนาธุรกิจแกนหลัก (Core Business) หรือกระบวนงานทางธุรกิจ ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพิ่มเติมจากเดิม ในรอบปีการประเมิน

-มีความริเริ่มด้าน ESG หรือที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน ซึ่งสร้างผลกระทบทางตรงต่อการเติบโตของรายได้ หรือการประหยัดต้นทุนของกิจการ และมีความสืบเนื่องต่อไปจากรอบปีการประเมินปัจจุบัน

 

      

 

ทั้งนี้กิจการยังคงต้องผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นที่ใช้ในการประเมินหลักทรัพย์ ESG100 ของสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งประกอบด้วย

 

-ผลการดำเนินงานของบริษัทต้องมีผลประกอบการที่เป็นกำไรติดต่อกัน 2 รอบปีบัญชีล่าสุด

-การปลอดจากการกระทำความผิดโดยที่บริษัทหรือคณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ต้องไม่ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษหรือเปรียบเทียบปรับในรอบปีประเมิน

-การกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ของบริษัทเป็นไปตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด

 

“ผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าอยู่ในกลุ่มบริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน หรือ ESG Emerging List ประกอบด้วย 2S, BAM, BIZ, BOL, CRC, FPT, GFPT, HARN, INSET, KIAT, PDG, PHOL, STGT, TFFIF, TFG, TNH, TNP, TPAC, UTP และ VIH รวมทั้งสิ้นจำนวน 20 หลักทรัพย์

 

สำหรับรายชื่อ 100 หลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG หรือ ‘กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100’ ประจำปี 2563 สถาบันไทยพัฒน์จะดำเนินการแจ้งไปยังบริษัทที่ได้รับคัดเลือก โดยมิได้เปิดเผยเป็นการทั่วไป

 

ส่วนรายชื่อหลักทรัพย์ ‘ESG Emerging’ ดังกล่าว จะถูกนำไปใช้ทบทวนรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณ ‘ดัชนี อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index)’ ซึ่งมีผลในต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาด้วย

 

“ผู้ลงทุน” ที่สนใจข้อมูลหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ‘กลุ่ม ESG Emerging’ และ ‘กลุ่ม ESG100’ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.esgrating.com

Share: