ปลื้ม ! “K-WealthPLUS Series” AUM ทะลุ “แสนล้าน”... “KAsset” จับมือพันธมิตร “JPMAM” ต่อยอดสู่ “Lifetime Investment Solutions” สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...นักลงทุนส่วนใหญ่มัก “หนีออกจากตลาด” ในช่วงตลาดผันผวน แล้ว “กลับเช้าซื้ออีกครั้ง” เมื่อตลาดกลับมา Rally ทำให้ต้อง “ซื้อแพง-ขายถูก” ตลอดเวลา
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง 2 บลจ.ชั้นนำของโลก คือ “J.P. Morgan Asset Management” (JPMAM) และของไทย คือ “บลจ.กสิกรไทย” (KAsset) จึงเกิดขึ้น ถือเป็น “พันธมิตรที่มีความเฉพาะมาก”
ทั้ง 2 องค์กรได้ร่วมกันผลักดันแนวคิด “Core Portfolio” เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเริ่มต้นวางรากฐานการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพสามารถลงทุนได้ในทุกภาวะตลาด และยัง “Stay Invest” แม้ตลาดจะผันผวน
ผ่านกลุ่มกองทุน “K-WealthPLUS Series” ที่มีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกครบจบในกองเดียว
จากวันแรกที่เริ่มต้นตั้งเป้าจะเห็นสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกลุ่ม “K-WealthPLUS Series” ทะยานแตะ “1 แสนล้านบาท” ใน 3 ปี แต่ผ่านมาเพียง 2 ปีเท่านั้นก็ “ทะลุเป้าหมายแสนล้าน” เรียบร้อยแล้ว
เบื้องหลังความสำเร็จและก้าวต่อไปของความร่วมมือของทั้ง 2 บลจ. “KAsset” และ “JPMAM” จะเป็นยังไง ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปฟังเรื่องราวผ่าน “ผู้บริหาร” ของบลจ.ทั้ง 2 แห่งพร้อมกันได้เลย

“K-WealthPLUS Series” ทะลุแสนล้าน...ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักลงทุนเพิ่มต่อเนื่อง
โดย “วิน พรหมแพทย์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ตลอด 2 ปีของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง “KAsset” และ “J.P. Morgan Asset Management” (JPMAM) เพื่อให้นักลงทุนมีแนวคิดแบบ “Core Portfolio” ให้ลูกค้าปลอดภัยในทุกสถานการณ์ด้วยการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก ผ่านกลุ่มกองทุน “K-WealthPLUS Series” ให้นักลงทุนมีพอร์ตที่อยู่ปลอดภัยในทุกภาวะตลาด โดยตลอดช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกเผชิญความผันผวนและเหตุการณ์ไม่คาดคิดในหลายมิติ กลุ่มกองทุน “K-WealthPLUS Series” ได้พิสูจน์ศักยภาพในการเป็นพอร์ตหลักที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการลงทุน ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด และสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนสามารถก้าวผ่านทุกสภาวะตลาด
ในช่วงที่ตลาดแย่ กองทุนก็ลงน้อยกว่า และในช่วงที่ตลาดฟื้น กองทุนก็ฟื้นและฟื้นได้ดีกว่าตลาดด้วย เป็นผลจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของทีมลงทุนของ “JPMAM” และ “KAsset” ทำให้ปรับพอร์ตได้เร็ว ทันสถานการณ์ และทันท่วงที ทำให้นักลงทุนมั่นใจและมีประสบการณ์ที่ดีเกิดความเชื่อมั่น แทนที่จะไปเลือกลงทุนในสินทรัพย์เป็นชิ้นๆ ด้วยตัวเอง ถ้าอยากจะลงทุนรายประเทศตรงนั้นก็ใช้เป็นส่วนของ “Satellite Portfolio” ไปแทน

“วิน พรหมแพทย์”
“กองทุน ‘K-WealthPLUS Series’ เติบโตอย่างโดดเด่นจนมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมกว่า 100,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อแนวคิดการลงทุนแบบ ‘Core Portfolio’ ที่มุ่งสร้างรากฐานการลงทุนระยะยาวผ่านการกระจายการลงทุนทั่วโลกและการบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย พร้อมเดินหน้าไปสู่เป้าหมายทางการเงินระยะยาวได้อย่างมั่นคง จากนี้ไปคงเน้นไปที่ทำให้นักลงทุนเข้ามาใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไม่ใช่เรื่องของ AUM แต่ประการใด”
ปัจจุบันเรามีลูกค้ากว่า 2 ล้านคน เป็นลูกค้า “กองทุนรวม” ประมาณ 1.5 ล้านคน และ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (PVD) อีก 0.5 ล้านคน มีคนที่ใช้แนวคิด “Core Portfolio” ผ่านกลุ่มกองทุน “K-WealthPLUS Series” ประมาณ 1.35 แสนคน แบ่งเป็น “กองทุนรวม” 1.2 แสนคน และ “PVD” 1.5 หมื่นคน ก็อยากเห็นนักลงทุนเข้ามาใช้มากขึ้น
“ต่อยอดความร่วมมือสู่ “Lifetime Investment Solutions”…ดูแลนักลงทุน “ทุกช่วงวัย” สร้างความมั่นคงทางการเงินได้ตลอดทุกช่วงชีวิต
ก้าวต่อไปของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง “KAsset” และ “JPMAM” จะมุ่งพัฒนา “Lifetime Investment Solutions” ที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนไทยในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่การสร้างความมั่งคั่ง การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ ไปจนถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ โดยนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลกมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ลงทุนไทย เพื่อสนับสนุนให้คนไทยสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มนำแนวคิดดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติผ่านการนำเสนอแผนการลงทุนเพื่อการเกษียณให้กับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพผ่าน 2 ทางเลือก ได้แก่ 1) แผนการลงทุน “K-WealthPLUS Series” และ 2) แผนการลงทุน “Life Path” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง สะดวกและง่ายเลือกแผนเดียวแล้วจบเลย
“การสะสมความมั่งคั่งก่อนเกษียณก็สำคัญ แต่การบริหารเงินหลังเกษียณก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโพรดักท์ที่จะตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ซึ่งบริษัทกำลังพัฒนาโพรดักท์นี้อยู่”
ตัวอย่าง: ตอนเกษียณคุณมีเงินตั้งต้น 5 ล้านบาท ถอนออกมาใช้เดือนละ 20,000 บาท ถ้าเอาไปฝากออมทรัพย์ได้ดอกเบี้ย 0.25% คุณจะมีเงินใช้ไปถึงอายุ 80 ปี แต่ถ้าไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี คุณจะมีเงินใช้เดือนละ 20,000 บาท ไปถึงอายุ 90 ปี เพิ่มขึ้นอีก 10 ปีเลยทีเดียว
“JPMAM” และ “KAsset” เป็นพันธมิตรที่มีความเฉพาะ-ทำงานใกล้ชิด...ผสาน 2 “ทีมการลงทุน” เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว
เช่นเดียวกับ “เอนีส ตียาสิริ” Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management ที่บอกว่า ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง “JPMAM” และ “KAsset” ถือเป็นพันธมิตรที่มีความเฉพาะมากและทำงานกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง “2 ทีมการลงทุน” สะท้อนการผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลกเข้ากับความเข้าใจเชิงลึกต่อตลาดและผู้ลงทุนไทย เรามีการประชุมกัน 6 ครั้ง/เดือน เพื่อประชุมพูดคยแชร์ข้อมูล และมุมมองการลงทุน การปรับพอร์ตต่างๆ เป็นต้น ปีที่แล้วมีทีมงานของ “JPMAM” ทั่วโลกที่ร่วมมือกับ “KAsset” ถึง 97 คน ซึ่งเป็นการร่วมมือในระดับที่ลึกมาก ทั้ง 2 องค์กรได้ร่วมกันผลักดันแนวคิด “Core Portfolio” เพื่อให้นักลงทุนได้ลงทุนและ Stay Invest ในช่วงตลาดผันผวน ด้วยการกระจายลงทุนทั่วโลก ผ่านกลุ่มกองทุน “K-WealthPLUS Series”

“ปัจจุบัน ‘K-WealthPLUS’ มีการลงทุนกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ใน 15 สินทรัพย์ มีหลักทรัพย์ที่ลงทุนกว่า 1,000 ตัว แต่เราจะไม่หยุดแค่นี้ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าเงินลงทุนของผู้ลงทุนจะได้รับการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลตอบแทนได้ในทุกภาวะตลาด ต้องมองหาสินทรัพย์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ก้าวต่อไปจะมุ่งเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของโซลูชันการลงทุน พร้อมต่อยอดสู่ ‘Lifetime Investment Solutions’ ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ตลอดทุกช่วงชีวิตด้วยเช่นกัน”
มองบวก “เศรษฐกิจไทย” ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2%...พร้อมมองเป้า “หุ้นไทย” ปีนี้ที่ 1,550 – 1,700 จุด
“วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย บอกว่า กลยุทธ์การจัด “พอร์ตหลัก” (Core Portfolio) บริษัทแนะนำกลุ่มกองทุน “K-WealthPLUS Series” ที่ยึดหลักการกระจายการลงทุนทั่วโลกและสำหรับการลงทุนในไทยเองทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ก็จะใช้ความเชี่ยวชาญของทีมการลงทุนของบริษัทมาแบ่งปันข้อมูลกับทาง “JPMAM” อย่างใกล้ชิด ปีนี้ที่ผลงานของกลุ่ม “K-WealthPLUS Series” ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปรับเพิ่มน้ำหนัก “หุ้นไทย” เข้ามาในพอร์ตจากปีก่อนที่น้ำหนักเกือบเป็นศูนย์

“ครึ่งหลังปี26 สงครามน่าจะอยู่ประมาณนี้ไม่รุนแรงไปกว่าเดิม และมีโอกาสที่จะผ่อนคลายไม่หนักเหมือนเดือนมี.ค. ราคาน้ำมันน่าจะชะลอตัวลง เงินเฟ้ออ่อนตัวลง การบริโภคมีโอกาสจะแข็งแรงขึ้น เศรษฐกิจไทย Downside อยู่ที่ 2% GDP และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นได้ ส่วนหุ้นไทยปีนี้อยู่ที่ 1,550 – 1,700 จุด”
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่าง “KAsset” และ “JPMAM” ในการยกระดับองค์ความรู้และขีดความสามารถด้านการลงทุน เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนไทยอย่างแท้จริง และยัง “จุดประกาย” ให้แนวคิดในเรื่องของ “Core Portfolio” กระจายไปสู่นักลงทุนไทยในวงกว้าง บลจ.ค่ายๆ อื่นๆ ก็มีการนำเสนอกลุ่ม “กองทุน Multi Asset” มานำเสนอกับลูกค้านักลงทุนของตัวเองด้วยเช่นกัน
