Official Update :

“WHART” เตรียมลงทุนเพิ่มโครงการ “WGCL” คาด Yield หลังเพิ่มทุน 0.783 บ./หน่วย... ชูทางเลือกในการสร้างรายได้สม่ำเสมอระยะยาว !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่...กองทรัสต์ “WHART” ผู้นำ “Logistics Infrastructure” เตรียมลงทุนเพิ่มโครงการ “WGCL” ปั้นมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 5.6 หมื่นล้านบาท

โดยเตรียมลงทุนในโครงการ WGCL IDC มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี เสริมความมั่นคงของกระแสรายได้และกระจายฐานผู้เช่าสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ

พร้อมเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน สำหรับ “ผู้ถือหน่วยเดิม” จอง 21 - 25 ก.ย. และ “ประชาชนทั่วไป” 28 ก.ย. - 1 ต.ค. 26 นี้        

ทำไม WHART” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตข้อมูลพร้อมๆ กันได้เลย

 


WHART” ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ (Logistics Infrastructure)...พร้อมขยายการเติบโตต่อเนื่อง

โดย “จรีพร จารุกรสกุล” ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group) บอกว่า ในฐานะผู้สนับสนุนกองทรัสต์ (Sponsor) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ว่า “ธุรกิจโลจิสติกส์” ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชื่อมโยงภาคการผลิต การค้า และการลงทุนของประเทศไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนรูปแบบการค้าและการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเติบโตอย่างต่อเนื่อง


(จรีพร จารุกรสกุล)


“WHA Group มีความพร้อมในการรองรับโอกาสดังกล่าว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า ผสานกับจุดแข็งของระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลโซลูชัน และธุรกิจโมบิลิตี้ ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการเติบโตของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”


ล่าสุดได้นำเสนอโครงการ “ดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์” (WGCL IDC) ซึ่งดำเนินการโดย “บจ.ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์” ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง WHA Group และ “บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล” (GC) ในครั้งนี้


“ในฐานะ Sponsor และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ WHA Group พร้อมสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์  ‘WHART’ อย่างต่อเนื่อง การนำเสนอ ‘WGCL IDC’ สินทรัพย์คุณภาพให้แก่ ‘WHART’ จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเติบโตร่วมกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้แก่กองทรัสต์”


ลงทุน “
WGCL” คลังสินค้าระดับสากล ชู “สัญญาเช่ายาว” 30 ปี...ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 5.6 หมื่นล้านบาท

ด้าน “ศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART บอกว่า ทิศทางธุรกิจคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการบริโภคและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่โลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อศักยภาพการเติบโตของกองทรัสต์ WHART ในระยะยาว






(ศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์)


“ล่าสุด ‘WHART’ เตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเพิ่มเข้าลงทุนในโครงการ ‘WGCL IDC’ มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทรัพย์สินคุณภาพที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพอร์ต เป็นศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลประเภท ‘Built-to-Suit’ คุณภาพสูง สำหรับรองรับความต้องการเฉพาะของผู้เช่า ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ สะท้อนกลยุทธ์การลงทุนของ WHART ที่มุ่งเน้นคัดเลือกทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว”


โครงการ WGCL IDC มีพื้นที่รวมประมาณ 99,390 ตร.ม. ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์พื้นที่ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมและปิโตรเคมีที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังมีสัญญาเช่าระยะยาวถึง 30 ปี กับผู้เช่าซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำ สะท้อนถึงศักยภาพของทรัพย์สินในการสร้างรายได้จากค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง


“ภายหลังที่จากการเข้าลงทุนใน ‘WGCL IDC’ แล้วเสร็จ ‘WHART’ จะมีพื้นที่เช่าภายใต้ การบริหารมากกว่า 2 ล้านตารางเมตร และมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 56,000 ล้านบาท จากการเข้าลงทุนสินทรัพย์ใหม่มูลค่าไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท โดยทรัพย์สินทั้งหมดของ WHART ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ อาทิ โซนบางนา-ตราด, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งล้วนเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับด้านคมนาคมขนส่งครอบคลุม”




คาด Yield หลังเพิ่มทุน 0.783 บ./หน่วย...ชูทางเลือกในการสร้างรายได้สม่ำเสมอระยะยาว

“จิตติสา เจริญพานิช” ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย บอกว่า WHART เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้จากเงินปันผลในระยะยาว ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพในทำเลยุทธศาสตร์ มีฐานผู้เช่าที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย รวมถึงมีประวัติการดำเนินงานและการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทรัสต์มีอันดับเครดิตในระดับ A และได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจของ WHA Group ซึ่งช่วยสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว




(จิตติสา เจริญพานิช)


“สำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้ WHART จะออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,416 ล้านบาท โดยภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมคาดว่ากองทรัสต์จะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยประมาณ 0.783 บาท/หน่วย อ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนและการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติสำหรับรอบระยะเวลา 12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 26 - 30 ก.ย. 27) ซึ่งได้รับการให้ความเชื่อมั่นโดย บจ.ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอสหรือคิดเป็นประมาณการอัตราจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประมาณ 7.05% ต่อปี (คำนวณจากราคาเสนอขายสูงสุดที่ 11.10 บาทต่อหน่วย) และด้วยศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับคุณภาพทรัพย์สินและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง WHART จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับการสร้างกระแสรายได้และกระจายพอร์ตในระยะยาว”


สำหรับรายละเอียดการจองซื้อ “ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม” ที่มีสิทธิจองซื้อ สามารถจองซื้อได้ระหว่าง วันที่ 21–25 ก.ย. 26 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด 11.10 บาท/หน่วย และหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด ผู้จองซื้อจะได้รับคืนส่วนต่างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


ส่วนการเสนอขายแก่ “ประชาชนทั่วไป” (Public Offering) จะเปิดจองซื้อระหว่าง วันที่ 28 ก.ย. - 1 ต.ค. 26 ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป โดยผู้ลงทุนสามารถจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน K-PLUS และสาขาธนาคารกสิกรไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนด


นี่คืออีกก้าวแห่งการเติบโตของกองทรัสต์ “WHART” ซึ่งยังมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมต่อเนื่องในระยะยาวเฉลี่ยปีละ 3 พันล้านบาทต่อปี ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่าสนใจในสายตานักลงทุนได้เป็นอย่างดี

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai