KBANK เผยงบ Q3/69 กำไรสุทธิหดตัวลงแตะ 1.27 หมื่นลบ. โบรกฯ คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะเป้า 300 บาท ชูปันผล 6% รับอานิสงส์ Investment Cycle รอบใหม่
KBANK เผยกำไรสุทธิ Q3/69 ลดลง 2% จากปีก่อน และ 4% จากไตรมาสก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่โบรกฯ คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะเป้า 300 บาท มองแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี โอกาสจ่ายปันผลพิเศษ และคุณภาพสินทรัพย์ที่บริหารจัดการได้ดี อีกทั้งยังมีโอกาสรับประโยชน์จาก Investment Cycle รอบใหม่
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 1.27 หมื่นล้านบาท กำไรลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 4% จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก
1) รายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง -8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก NIM ที่ 2.89% ลดลงจากไตรมาส 3/68 ที่ 3.24% จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และ portfolio mix
2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง -12% จากไตรมาสก่อน จากการลดลงของเงินลงทุน (FVTPL) และรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการลดลง -5% จากไตรมาสก่อน จากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียม
3) ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น +2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +3% จากไตรมาสก่อน จากสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น +0.3% จากไตรมาสก่อน คิดเป็น +3.6% นับตั้งแต่ต้นปี จากสินเชื่อภาคธุรกิจ ด้านคุณภาพสินทรัพย์บริหารได้ดี NPL Ratio อยู่ที่ 3.18% เท่ากับไตรมาส 2/69
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ กำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2569 ของ KBANK คิดเป็น 76% ของกำไรสุทธิทั้งปี โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/69 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ เพราะรายได้กลุ่ม wealth ขณะที่ลดลงไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพราะไตรมาส 4 มีค่าใช้จ่ายสูงสุดในรอบปี
โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KBANK และคงราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 300 บาท เพราะ 1) รายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ (Net Fee) เติบโตดี ซึ่งเป็นตัวหนึ่งที่ผลักดันกำไรสุทธิ 2) คาดสามารถรักษาระดับ dividend yield 6% ต่อปี และมีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษจากเงินที่เหลือจากโครงการซื้อหุ้น 3) บริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี 4) หนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จาก Investment Cycle รอบใหม่ และดอกเบี้ยขาลงจบแล้ว
