Official Update :

“บลจ.กรุงศรี” คงเป้า AUM ปี26 ที่ 7.2 แสนลบ. ... มองครึ่งปีหลังตลาดยัง “ผันผวน” ชูธีม “AI” เด่นสุด ส่วน “ศก.ไทย” ต้องจับตา “การบริโภคเอกชน” ใกล้ชิด !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ช่วงครึ่งแรกปี26 บลจ.กรุงศรี” ยังครองส่วนแบ่ง “กองทุนรวม” ใหญ่เป็น “อันดับ5” ของอุตสาหกรรม มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) 6.91 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ มิ.ย. 26)


แบ่งเป็น “กองทุนรวม” 531,000 ล้านบาท “กองทุนส่วนบุคคล” 11,000 ล้านบาท และ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” 59,000 ล้านบาท


ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวนต่อเนื่อง ยังคงเป้า AUM สิ้นปีนี้ไว้ที่ 7.2 แสนล้านบาท เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาตร์ที่ยังเขย่าตลาดการลงทุนทั่วโลกให้ “ผันผวน” มีความไม่แน่นอนต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม ธีม AI” ยังคงเป็นธีมการลงทุนที่เด่นสุดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แผนธุรกิจและมุมมองการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังของ “บลจ.กรุงศรี” เป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัปเดตพร้อมๆ กันกับ “ทีมผู้บริหาร” ได้เลย

 



“บลจ.กรุงศรี” คงเป้า
AUM ปีนี้ที่ 7.2 แสนล้านบาทพร้อมเดินหน้า “พัฒนาผลิตภัณฑ์” เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในทุกภาวะตลาด

โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี บอกว่า ปีนี้บริษัทคงเป้าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ที่ 7.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกลางปี26 ที่ 6.9 แสนล้านบาท โดย “กองทุนรวม” ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัทที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งใหญ่เป็น “อันดับ5” ของอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมด 460,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าใหม่ 37,000 ราย ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมมือกับบริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Invescoเปิดตัว 3 กองทุนใหม่ ได้แก่ KF-GEI ที่มีขนาดกองทุน 1,398 ล้านบาท, กองทุน KF-SP500M และ กองทุน KF-SP500MFX ซึ่งมีขนาดกองทุนรวม 1,352 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน “กองทุนสกุลเงินตราต่างประเทศ” ที่ครอบคลุมทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และธีมการลงทุนศักยภาพด้วยขนาดกองทุนรวมกันกว่า 1.39 พันล้านบาท


(สุภาพร ลีนะบรรจง)


“สำหรับแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนและภาวะการลงทุน โดยร่วมมือและต่อยอดกับพันธมิตรในการออกกองทุนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนให้แก่ลูกค้า ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ประการที่สอง เราจะพัฒนาระบบให้ครอบคลุมการลงทุนใน สกุลเงินต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการถือกองทุนในสกุลเงินต่างประเทศ โดยได้ร่วมมือกับ ธนาคาร ซึ่งเป็นพันธมิตรหลายแห่ง เพื่อออก กองทุนชนิดหน่วยลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ อีกด้วย”


ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการให้บริการและระบบดิจิทัล ทั้งการเพิ่มช่องทางติดตามพอร์ตการลงทุนผ่าน LINE Connect” และการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่บน @ccess Mobile” รวมถึงปรับโฉม @ccess Online เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ในปี26 บริษัทยังได้รับรางวัลจากสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 13 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลจากสถาบันในประเทศ 6 รางวัล รวมถึงรางวัลจากสถาบันต่างประเทศอีก 7 รางวัล ครอบคลุมทั้งรางวัลบริษัทจัดการกองทุนรวมดีเด่น รางวัลการบริหารกองทุนตราสารหนี้ และรางวัลกองทุน



“เศรษฐกิจโลก” ครึ่งปีหลังยังโตต่อเนื่อง...หนุนด้วยธีม “
AI” ยัง “โดดเด่นสุด”

โดย “ศิระ คล่องวิชา” ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี มองการลงทุนช่วงครึ่งหลังปี2026 ว่า เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ ภายใต้สมมติฐานว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ลุกลามยืดเยื้อ โดยเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนทางด้าน AI และการบริโภคที่ยังสามารถเติบโตได้ตามสภาวะตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อโลกอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี26 ก่อนกลับเข้าสู่ทิศทางชะลอลงในปี27 โดยความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานและจากต้นทุนชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น อาจกดดันให้ “ธ.กลางสหรัฐ” (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ ขณะที่ปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน อาจเข้ามาสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้เป็นระยะๆ


(ศิระ คล่องวิชา)


“ตลอดปีที่ผ่านมา โลกยังคงหมุนต่อไป เราเผชิญเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังสามารถผ่านพ้นมาได้ด้วยดี สิ่งที่เหมือนกันระหว่างปีที่แล้วกับปีนี้ คือโลกยังเต็มไปด้วย ‘ความไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงและข่าวใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน สิ่งที่ไม่เคยเห็นหรือไม่เคยเกิดขึ้น เราก็ได้พบเจอกันมาตลอด ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากมาก ภาวะแบบนี้เป็นสิ่งที่เราชอบและสนุกกับการทำงาน ทุกคนต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ และแทบจะกะพริบตากันไม่ได้เลย”


อีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันระหว่างปีที่แล้วกับปีนี้ คือความเคลื่อนไหวในตลาดการลงทุนถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลักเรื่อง “ภูมิรัฐศาสตร์” (Geopolitics) ซึ่งจากเดิมที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย ก็เริ่มคุ้นชินมากขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ ในความเป็นจริง เศรษฐกิจมีความทนทานและสามารถยืดหยุ่นปรับตัวได้ดีกว่าที่คิด การจ้างงานและการบริโภคไม่ได้แย่ ทำให้ตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว และทำ “จุดสูงสุดใหม่” อย่างต่อเนื่อง


“ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่ม AI’ ซึ่งช่วยผลักดันตลาดหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งใน ตลาดพัฒนาแล้ว’ (DM) และ ตลาดเกิดใหม่’ (EM)

 



“การลงทุน” และ “การส่งออก” มีแนวโน้มเติบโตสูง...และจะเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจไทย” ในช่วง 2 – 3 ปีข้างหน้า

ด้าน “ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุน บลจ.กรุงศรี บอกว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี26 คาดว่าจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน การส่งออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และราคาน้ำมันที่ปรับลดลง   ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน เนื่องจากยังเผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือน เงินเฟ้อและค่าครองชีพ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป


(ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล)


การลงทุนและการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตสูง การขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไตรมาสที่1/26 มูลค่า 1.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +142% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเงินลงทุนเข้ามาจริงๆ ไม่ใช่มีแค่โครงการ ทั้ง 2 ส่วน ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมมุ่งเป้า มูลค่า 0.94 ล้านล้านบาท เช่น BCG, EV, Smart Electronics, Digital, Creative เป็นต้น และ 2) โครงการใหม่ มูลค่า 0.94ล้านล้านบาท ขนาดใกล้เคียงกัน”


อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชน” ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้จะมี “ปัจจัยบวก” ในเรื่องของราคาน้ำมันที่ลดลง, อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ “ปัจจัยลบ” ก็ยังมีอยู่โดยเฉพาะ “หนี้ครัวเรือน” ที่ยังอยู่ในระดับสูงแม้ตัวเลขจะลดลงมากก็ตาม แต่เป็นเพราะแบงก์ไม่ปล่อยกู้เป็นสำคัญ ไม่ใช่เกิดจากความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้นแต่ประการใด, เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เมื่อปรับตัวขึ้นก็จะไม่ลงนั่นทำให้ “เงินเฟ้อ” ในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะอยู่ในช่วง 3 – 4% ได้ ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำด้วย และความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าจะ “จบยังไง” และจะ “กินเวลายาวนานแค่ไหน”


ทั้งหมดนี้เป็นแผนธุรกิจและมุมมองการลงทุนช่วงครึ่งหลังปี26 ของทาง “บลจ.กรุงศรี” ที่ยังคงเน้นการเติบโตอย่างต่อเนื่องใน 3 มิติ ทั้ง 1) ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และเหมาะกับสภาวะการลงทุน 2) พัฒนา “Ecosystem” สำหรับ “กองทุนสกุลเงินตราต่างประเทศ” และ 3) มุ่งสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อผู้ลงทุน พร้อมมองตลาดการลงทุนยังคง “ผันผวน” มีความไม่แน่นอนสูง แต่ “เศรษฐกิจโลก” ยังคงเติบโตได้และหุ้นธีม “AI” ยังคงเป็นดาวเด่นในช่วงครึ่งปีหลังนี้

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Most Viewed
Wealth EZ
บริษัท “ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”... เริ่ม “ออมเอง” จากตรงไหนดี?
Updated 1 day ago
Stock of the Day
“ชาตรามือ” แบรนด์สุดเก๋า ที่บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยผ่านใบชา
Updated 14 hours from now
Where to put your money
“ออมพลัส” มี 2 รุ่น “อายุ 3 ปี” ดอกเบี้ย 1.8% ต่อปี... “อายุ 10 ปี” ดอกเบี้ย 2.8% ต่อปี เปิดจำหน่าย 31 ก.ค. 26 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เทรดไม่เก่ง ไม่เป็นไร เพราะเทรดน้อยอาจได้เปรียบ งานวิจัยชี้รายย่อยแพ้ตลาดเพราะซื้อขายบ่อย พร้อมเผย 5 กฎเหล็กลงทุนชนะอารมณ์
Updated 9 hours ago
Stock of the Day
DELTA งบไม่ถึงฝัน เปิดตลาดโดนเท -5% ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าใช้จ่ายกดมาร์จิ้นหด ฟากโบรกฯ ยังคงเป้าหมายสูง 440 บาท
Updated 8 hours ago
Follow Us