EGCO Group กว่า 3 ทศวรรษแห่งความยั่งยืน ไขปัจจัยความสำเร็จ ติด “DJ BIC 2026 สาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่”
จากการดำเนินธุรกิจพลังงานมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่มั่นคง สมดุล และยั่งยืน ล่าสุดได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC) ประจำปี 2026 ในกลุ่มสาธารณูปโภคไฟฟ้า (ดัชนีตลาดเกิดใหม่) โดยสามารถทำคะแนนสูงสุดของกลุ่ม และเป็นเพียง 1 ใน 3 บริษัทเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์จากกว่า 30 บริษัททั่วโลก โดยก่อนหน้านี้ บริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) หรือชื่อเดิมของ DJ BIC ถึง 5 ปีติดต่อกัน
“ความยั่งยืนเป็นแนวทางที่ EGCO Group ใช้กำหนดทิศทางและตัดสินใจทางธุรกิจมาโดยตลอด เพื่อให้การเติบโตขององค์กรสร้างคุณค่าได้ทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว แนวคิดด้านความยั่งยืนถูกบูรณาการไว้ในกระบวนการทำงานขององค์กรอย่างรอบด้านและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกจากภายในองค์กรสู่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในระดับสากล” นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าว
โดดเด่น 4 มิติสำคัญบนเวทีระดับโลก
ความสำเร็จของ EGCO Group ในดัชนี DJ BIC ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและความโดดเด่นอย่างชัดเจนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
1.การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอ: เดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนโครงการสำคัญ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งหยุนหลิน (ไต้หวัน), โครงการพลังงานแสงอาทิตย์และลม Pinnacle II (สหรัฐฯ) รวมถึงการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนอีกกว่า 184 โครงการผ่าน Apex Clean Energy
2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม: นอกเหนือจากพลังงานหมุนเวียน บริษัทยังลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการอยู่ อาทิ การใช้เชื้อเพลิงแบบผสม โดยโรงไฟฟ้า Linden Cogen หน่วยที่ 6 ในสหรัฐฯ ได้นำไฮโดรเจนมาเป็นเชื้อเพลิงผสมแล้ว ขณะที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จ.ระยอง อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคในการนำแอมโมเนียมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผสม พร้อมศึกษาการนำเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ในโรงไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ บีแอลซีพี (ระยอง), ขนอม (นครศรีธรรมราช) และพาจู (เกาหลีใต้) การติดตั้งฉนวนกันความร้อนลดการสูญเสียพลังงานที่โรงไฟฟ้าขนอม รวมถึงการหาโอกาสลงทุนในเทคโนโลยีไฮโดรเจนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนโครงการคัดแยกขยะ “EGCO Ecosystem” ที่ขยายสู่โรงไฟฟ้าในกลุ่มถึง 13 แห่ง
3.การบริหารจัดการความเสี่ยง: บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ พร้อมรับมือปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และ AI ภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง
4.การบริหารบุคลากร: มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ควบคู่ไปกับการยกระดับและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน เพื่อรับมือกับบริบทการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน EGCO Group ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระหว่างปี 2025-2027 ภายใต้แนวคิด “POWER4” ซึ่งมุ่งสร้างสมดุลระหว่างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพผ่านแนวทาง Asset Recycling และการพัฒนาองค์กรเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
กลยุทธ์ดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำในระยะยาว โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 30 ภายในปี 2030 มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2040 และบรรลุการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 ซึ่ง EGCO Group เชื่อว่าจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตที่สมดุล ยั่งยืน และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมในระดับสากล
ในวันที่ความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจ การผสานเป้าหมายทางธุรกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว ซึ่ง EGCO Group ยังคงเดินหน้าตามแนวทางดังกล่าว ผ่านวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต ตอกย้ำว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้วางรากฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง พร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่บทบาทขององค์กรพลังงานยุคใหม่ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อโลก พร้อมรองรับโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต

