ตลท. ลุ้นฟันด์โฟลว์เข้าต่อ ชูหุ้นไทยเป็น Safe Haven เดินหน้าจัดงาน Thailand Focus 2026 ขนทัพ 78 บจ. โรดโชว์นักลงทุนทั่วโลก

ตลท. เผยเดือนก.ค. 69 ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น 2% ยืนเหนือ 1,600 จุด สวนทางตลาดโลกผันผวน สภาพคล่องพุ่งแตะ 8.7 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 50 เดือน ชูฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไม่หยุด รวม 7 เดือนมูลค่า 7.5 หมื่นลบ. เตรียมจัดงาน Thailand Focus 2026 ขน 78 บจ. โรดโชว์นักลงทุนทั่วโลก


นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนก.ค. ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า และ 28.9% จากสิ้นปี 2568 โดยสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้เกือบทุกวันทำการ


แม้ปัจจัยภายนอกจะมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างกดดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรล และความกังวลอัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ดีดตัวใกล้ระดับ 5% รวมถึงการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ทั่วโลกหลังผลประกอบการและ Valuation ตึงตัว ซึ่งกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเกาหลีใต้


อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยได้รับผลกระทบจำกัดเนื่องจากมีโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และเริ่มเห็นแรงซื้อคืนในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และ ICT ซึ่งเข้ามาเป็นกลุ่มนำตลาดแทนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา


มูลค่าซื้อขายนิวไฮรอบ 50 เดือน

สำหรับมูลค่าการซื้อขายในเดือน ก.ค. 69 เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 87,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หรือประมาณ 50 เดือน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันนับจากต้นปี 2569 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 69,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ส่วนเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) พบว่าในเดือนก.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท นับเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2569 ถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมแล้วกว่า 75,864 ล้านบาท ซึ่งตลาดหุ้นไทยถือเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคที่เห็นเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมอย่างโดดเด่นในรอบ 7 เดือนแรก


ชูหุ้นไทยปลอดภัย ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อ

ขณะที่แนวโน้มฟันด์โฟลว์ในระยะถัดไป ประเมินว่าปัจจัยพื้นฐานในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนสู่เม็ดเงินลงทุนจริงผ่านโครงการ Thailand Fast Pass และบทบาทของนโยบายภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นแรงดึงดูดสำคัญต่อเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)


แม้ภาพรวมทั่วโลกจะยังเผชิญความผันผวนจากราคาน้ำมันและสถานการณ์สงครามที่อาจกดดันให้เงินไหลออกในบางช่วง แต่ตลาดหุ้นไทยยังมีข้อได้เปรียบในการเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยและน่าสนใจในช่วงที่มีการปรับฐานของหุ้นกลุ่ม AI ทั่วโลก หรือการหมุนเวียนเงินลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไทยมีโครงสร้างอุตสาหกรรมที่หลากหลายและมีความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะในกลุ่มการเงินและพลังงานที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขฟันด์โฟลว์ที่พลิกกลับมาเป็นบวกสุทธิกว่า 75,864 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา


ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวกชัดเจน หลังจากกระทรวงการคลังปรับเป้า GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.5% จากเดิมที่ 1.6% ประกอบกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เร่งตัวขึ้นผ่านโครงการ Thailand Fast Pass รวมถึงแผนการขอส่งเสริมการลงทุนในครึ่งแรกปี 2569 ที่สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท


ด้านความคืบหน้าการจัดงาน Thailand Focus 2026 ภายใต้แนวคิด "Reignite Thailand" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26-28 ส.ค. 69 จะมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมทั้งหมด 78 แห่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมาร์เก็ตแคปรวมกว่า 74% หรือประมาณ 15 ล้านล้านบาท โดยมีดึงกลุ่มบริษัทจากโครงการ Jump Plus จำนวน 16 แห่ง และบริษัทจาก ASEAN Exchange อีก 10 แห่ง มาร่วมนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยเน้นธีมการลงทุนใหม่ๆ เช่น Digital, Data, High Value Investment, ASEAN Opportunities และ Energy Transition


นอกจากนี้ ตลท. ยังเผยถึงความสำเร็จของการขายพันธบัตรรัฐบาล "ออมพลัส" ผ่าน Bond Connect ในวันที่ 3-5 ส.ค. ที่ผ่านมา มียอดจองสูงถึง 16,511.65 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 8 เท่าของวงเงินจำหน่าย (Oversubscription) โดยมีผู้ได้รับจัดสรรกว่า 21,113 ราย และเตรียมเปิดขายรอบถัดไปในวันที่ 7-9 .ย. 69