“เอกนิติ” หวังหุ้นไทย ปีนี้แตะ 2,000 จุด เผยลงทุน Q2 โต 14% สูงสุดรอบ 11 ปี เร่งดึงทุนต่างชาติรับโอกาสย้ายฐานผลิต
ดร.เอกนิติ โชว์ความเชื่อมั่นในงาน Thailand Focus ไทยกลับเข้าสู่เรดาร์ลงทุนโลก หลังลงทุนไตรมาส 2/68 พุ่ง 14% สูงสุดในรอบ 11 ปี พร้อมชูจุดแข็งเสถียรภาพการเมือง-การคลัง ดึงเม็ดเงินย้ายฐานการผลิตจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หวัง SET พุ่งแตะ 2,000 จุดภายในปีนี้
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุผลและความจำเป็นของรัฐบาลในการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท พร้อมแสดงความคาดหวังว่าตลาดหุ้นไทยจะสามารถปรับตัวขึ้นแตะระดับ 2,000 จุดได้ภายในปีนี้
สำหรับสาระสำคัญที่ต้องการสื่อสารกับนักลงทุนทั่วโลก คือ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและกลับมาเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียอีกครั้ง โดยสัญญาณการฟื้นตัวเริ่มเห็นได้ชัดจากการลงทุนจริงหลังรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการจนการลงทุนกลับมาขยายตัวในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส
ล่าสุดในไตรมาส 2/69 การลงทุนขยายตัว 14% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง
“ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้มีการลงทุนขนาดใหญ่มานาน ทำให้อุปสรรคของเศรษฐกิจไทยคือการต้องพึ่งพาการส่งออกและการบริโภคในประเทศเป็นหลัก แต่วันนี้ Investment กำลังเข้ามาเป็นพระเอกที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น และที่สำคัญกว่านั้นคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งการเติบโต 14% ในไตรมาส 2/69 สะท้อนว่าวันนี้ประเทศไทยกลับเข้ามาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนโลกแล้ว” ดร.เอกนิติ กล่าว
โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน คือเสถียรภาพของประเทศ ทั้งด้านการเมืองที่มีความชัดเจนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนวินัยทางการเงินและการคลัง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการรองรับแรงกระแทกจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้ามาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย โดยดร.เอกนิติเปรียบเทียบกับช่วงปี 2528-2529 ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินลงทุนจำนวนมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกำลังเปิดโอกาสลักษณะเดียวกันอีกครั้ง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้หลายประเทศต้องการย้ายฐานการผลิต
“ประเทศไทยต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยมีตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านเม็ดเงินลงทุน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.เอกนิติ กล่าว
ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์คาดว่าจะมีการประชุมภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย
