Official Update :

“A-GSEMI” One Fund for All Global Chips… รวม “พลังชิปทั่วโลก” ไว้ใน “กองทุนเดียว” ขับเคลื่อนโอกาสเติบโตแห่งอนาคต !!!

โดย: บลจ.แอสเซท พลัส


รู้หรือไม่
?...ปีนี้ “หุ้น
Semiconductor ทั่วโลก” ปรับตัวขึ้นมาแล้ว +68.41% (ที่มา: msci.com, วันที่ 16 ต.ค. 26) ท่ามกลางแรงกดดันจาก “Bond Yield” ที่พุ่งสูงขึ้นทำสถติใหม่ จนกด “หุ้นเทคโนโลยีโลก” ปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา


เหตุผลเบื้องหลังง่ายๆ เพราะ “Semiconductor” คือภาพรวมของ “อุตสาหกรรมชิปทั้งหมด” ยังคงเป็นหนึ่งใน “Megatrend” สำคัญของโลกที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว


เป็น “หัวใจสำคัญ” ของ “เทคโนโลยียุคใหม่” เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมแห่งอนาคต ครอบคลุมทั้ง “ห่วงโซ่อุปทาน” (Value Chain) การผลิตชิปตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ที่จะได้รับประโยชน์จาก “AI Megatrend” ไปเต็มๆ


อุตสาหกรรม “Semiconductor” หรือ “ชิป” (Chip) มีผู้ประกอบการชั้นนำกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก มี “จุดเด่น” และครองส่วนแบ่งการตลาดที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค อย่าง “สหรัฐ” มีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบชิป (Chip design) เครื่องมือและซอฟแวร์ (EDA, IP, Equipment & tools)


ในขณะที่ฝั่งเอเชียอย่าง “ไต้หวัน” และ “จีน” จะมีความโดดเด่นเรื่องวัตถุดิบ การผลิตและการประกอบชิป (Materials, Wafer fabrication, Assembly, Test & Packaging)


โอกาสลงทุนใน “หุ้นชิปทั่วโลก” จึงไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากแต่ละประเทศมี “จุดแข็ง” และบทบาทที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในระยะยาวทั้งสิ้น


จะดีกว่ามั้ย?...ถ้าคุณมีโอกาสลงทุนใน “บริษัทชิปทั่วโลก” ได้ง่ายๆ ผ่านกองทุนเพียง “กองทุนเดียว” เป็น “One Fund for All Global Chips” นั่นเอง


วันนี้ โอกาสนั้นมาถึงแล้ว ล่าสุด “บลจ.แอสเซท พลัส” เตรียมนำเสนอ “A-GSEMI: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล เซมิคอนดักเตอร์” กองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทยที่ลงทุนในอุตสาหกรรม “Semiconductor ทั่วโลก” ที่เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 19 – 27 ต.ค. 26 นี้


ทำไม
? จึงเป็นจังหวะลงทุน “หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก”

สำหรับ “Semiconductor” หรือ "ชิป" (Chip) คือวัสดุที่มีคุณสมบัติกึ่งตัวนำไฟฟ้า ถือเป็น "สมอง" ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าเพื่อประมวลผล จัดเก็บข้อมูล และสั่งการทำงาน จึงถือเป็น “หัวใจ” สำคัญในการขับเคลื่อนโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง


“ที่สำคัญ ‘Semiconductor’ ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป แต่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา AI (Artificial Intelligence), Cloud Computing, Data Center ตลอดจนระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีแห่งอนาคต”



และในทุกขั้นตอนการผลิตชิปนั้น ก็จะมี “บริษัทผู้นำ” ที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่ 1) ผู้ผลิตชิปแบบครบวงจร (IDM: Integrated Device Manufacturer) เช่น Intel, Micron, SK Hynix, Samsung 2) ผู้ออกแบบชิป (Design) เช่น Nvidia, AMD, MediaTek 3) การผลิต (Fabrication) เช่น TSMC, UMC, Vanguard International Semiconductor Corporation (VIS)


4) การประกอบ ทดสอบ และบรรจุภัณฑ์ (Assembly, Testing & Packaging) เช่น ASE Technology, Teradyne, 5) วัตถุดิบ (Raw Materials) เช่น GlobalWafers, Soitec, SUMCO และ 6) อุปกรณ์ (Equipment) เช่น ASML, Applied Materials, Lam Research


“ปัจจุบันเทคโนโลยี ‘AI’ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างรวดเร็วและ ‘มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ’ ทั้งการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ การเพิ่มขึ้นของรายได้ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Data Center, ชิปประมวลผล, พลังงานไฟฟ้า) โดยเฉพาะกลุ่ม ‘Hyperscaler’ ระดับโลก กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อรองรับการใช้งานที่มีปริมาณมากขึ้นทั้งในแง่ของความเร็วและปริมาณ เป็นเสมือน ‘จุดเริ่มต้น’ ของการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง”


5 ปัจจัยหนุนการเติบโตของ “ชิปทั่วโลก”...รากฐานสำคัญ สู่ “วงจรขาขึ้น” ระยะยาว

ทั้งนี้ มี 5 ปัจจัยหนุนการเติบโตของ “ชิปทั่วโลก” ที่สำคัญ ได้แก่

- “ชิป” เป็นรากฐานสำคัญของ “เทคโนโลยียุคใหม่” และยอดขายมีแนวโน้มโตแรงใน “ยุค AI” จากยอดขายทั่วโลก 50 พันล้านดอลลาร์ในปี 1990 เพิ่มเป็น 796 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และความต้องการใช้งาน “Generative AI” ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดคาดว่าจะทำให้ยอดขายชิปทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2 เท่าในปี 2030 เป็น 3,383 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับปี 2026


“โดยคาดว่า ‘ยอดขายชิปทั่วโลก’ จะโตเฉลี่ย (CAGR) 19% ต่อปี ‘ยอดขาย Memory Chip ทั่วโลก’ จะโตเฉลี่ย (CAGR) 21% ต่อปี และ ‘ยอดขาย Core Semis (ex-memory)’ โตเฉลี่ย (CAGR) 16% ต่อปี ในช่วงปี 2026 – 2030 ตามลำดับ”



- “ดีมานด์
AI” เร่งตัวแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ “Data Center” ยังขาดแคลนรุนแรงมากจนถึงปี 2030 จากดีมานด์ที่เติบโตเร็วกว่าอุปทานนั่นเอง


- “AI Capex” ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ยังไม่มีสัญญาณของ “Capex Cut” โดยเม็ดเงิน Capex เกินครึ่งไหลเข้ากลุ่ม “ชิปประมวลผล” สอดคล้องกับยอดขาย “Semiconductor” ทั่วโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจุบันคาดว่ามีเม็ดเงินลงทุน AI Capex มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว


- “ยอดจองซื้อเพิ่มขึ้น” อย่างล้นหลาม หนุน “Margin” กลุ่มชิปจาก “Pricing Power” ด้วยภาวะที่อุปทานยังคงตึงตัว ทำให้ผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์มีอำนาจในการตั้งราคา (Pricing Power) และสามารถปรับขึ้นค่าบริการหรือราคาผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง


- จำเป็นต้องลงทุนใน “หุ้นชิปทั่วโลก” เพื่อให้ครอบคลุม “บริษัทผู้นำ” ในทุกประเทศ  “สหรัฐ” เป็นผู้นำด้านการออกแบบชิปและเครื่องมือการผลิต ขณะที่ “ไต้หวัน” และ “จีน” เชี่ยวชาญด้านการผลิตและการประกอบชิป “เกาหลีใต้” เป็นผู้นำด้านหน่วยความจำ ขณะที่ “เนเธอร์แลนด์” และ “ญี่ปุ่น” มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการผลิต


“การลงทุนใน ‘หุ้นชิปทั่วโลก’ จึงทำให้พอร์ตมีการลงทุนครอบคลุมบริษัทชั้นนำจากหลากหลายประเทศและหลากหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีในระยะยาวนั่นเอง”


“A-GSEMI” โอกาสลงทุนหุ้น “Semiconductor” ทั่วโลก ใน “กองทุนเดียว”
...บริหารจัดการโดย “BlackRock”…ผู้นำด้าน “ETF” ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ “iShares”

สำหรับอุตสาหกรรม “Semiconductor” มีบริษัทชั้นนำกระจายอยู่ในหลายประเทศ ครอบคลุม “ห่วงโซ่อุปทาน” (Value Chain) ตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตชิป หน่วยความจำ ไปจนถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เป็นระบบนิเวศระดับโลกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลายประเทศในการขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว


โอกาสการลงทุนใน “หุ้นชิปทั่วโลก” จึงไม่จำเป็นต้องเลือกลงทุนเฉพาะประเทศหรือกลุ่มธุรกิจใดกลุ่มธุรกิจหนึ่ง แต่สามารถลงทุนได้ครอบคลุม “หุ้นชิปทั่วโลก” ได้ครบจบใน “กองทุนเดียว” ซึ่งโอกาสนั้นมาถึงแล้ว


เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “A-GSEMI: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล เซมิคอนดักเตอร์” กองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทยที่ลงทุนในอุตสาหกรรม “Semiconductor ทั่วโลก” เป็นกองทุน Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” กลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์” ชั้นนำจากตลาดสำคัญทั่วโลกที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “MSCI ACWI IMI Semiconductors & Semiconductor Equipment ESG Screened Select Capped Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI Global Semiconductors UCITS ETF’ ที่บริหารจัดการโดย  BlackRock Asset Management Ireland Limited (Manager) โดยมี BlackRock Advisors (UK) Limited ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager)


สำหรับ “BlackRock” เป็น บลจ. ที่เป็นผู้นำด้าน “ETF” ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ “iShares” เป็นหนึ่งในบลจ.ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมี ETF ภายใต้การบริหาร 482 กอง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 4.68 ล้านล้านดอลลาร์ (ที่มา: stockanalysis.com, วันที่ 19 ต.ค. 26)



เปิด 4 “จุดเด่น” ของกองทุนหลัก สร้าง “ผลงานโดดเด่น”...ครอบคลุมทุกโอกาสลงทุนใน “หุ้น
Semiconductor” ทั่วโลก

โดยกองทุนหลัก มี 4 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ประกอบด้วย


1. “ลงทุนครบทั้ง
Semiconductor Value Chain” ในหุ้นชิปและอุปกรณ์ผลิตชิปทั่วโลก ดัชนีรวมหุ้นชิปทั้งฝั่ง “Developed” และ “Emerging Market” ที่อยู่ในกลุ่ม GICS “Semiconductors & Semiconductor Equipment”


2. “กระจายโอกาสทั่วโลก ไม่กระจุกตัวเฉพาะสหรัฐ” กระจายการลงทุนผ่านหุ้นชิป 260 ตัว ในหุ้นชิปทั่วโลกที่กระจายทั้งขนาดและประเทศ โดยตัดบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ESG Screening ครอบคลุมบริษัทชั้นนำจากหลากหลายประเทศและหลากหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีในระยะยาว


3. “โอกาสสร้างผลตอบแทนเกาะ กระแส AI Infrastructure Supercycle”


4. “เน้นหุ้นที่ลงทุนได้จริงและมีสภาพคล่องสูง” หุ้นต้องผ่านเกณฑ์ด้านมูลค่าตลาด Free Float สภาพคล่อง และสามารถเข้าถึงได้โดยนักลงทุนต่างชาติได้ (Top 5 Largest Holding: หุ้นแต่ละตัวมีน้ำหนักได้ไม่เกิน 8%, Other Holdings: หุ้นแต่ละตัวมีน้ำหนักได้ไม่เกิน 5%)

* Rebalance Frequency เป็นประจำทุกไตรมาส (Quarterly): ก.พ. พ.ค. ส.ค. และ พ.ย.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) นั้น โฟกัสลงทุนในหุ้นกลุ่ม “Information Technology” เป็นหลักกว่า 99.74% มีการกระจายลงทุนใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย

1) United States 64.55%

2) Taiwan 14.80%

3) Japan 6.97%

4) Korea (South) 5.49%


“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) AMD 8.91%, 2) Micron Technology 7.72%, 3) TSMC 7.21%, 4) Nvidia 7.13% และ 5) Broadcom 6.58% ตามลำดับ”


ส่วนผลตอบแทนของกองทุนหลักสามารถแทรคดัชนีอ้างอิงได้อย่างใกล้ชิด YTD +92.13% (BM +92.75%) ,1Y +121.97% ต่อปี (BM +122.89% ต่อปี), 3Y +60.54% ต่อปี (BM +61.08% ต่อปี), 5Y +33.98% ต่อปี (BM +34.42% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +32.03% ต่อปี (BM +32.45% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, as of 30 Sep 2026)


ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้น Semiconductor” ทั่วโลก เพื่อเปิดรับโอกาสการเติบโตจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานของโลกยุคดิจิทัล เชื่อว่ากองทุน “A-GSEMI” กองทุนแรกในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงอุตสาหกรรม “Semiconductor” ทั่วโลกผ่าน “กองทุนเดียว” ภายใต้แนวคิด “รวมพลังชิปทั่วโลกไว้ในกองทุนเดียว ขับเคลื่อนโอกาสเติบโตแห่งอนาคต” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th

Most Viewed
News Highlight
แสนสิริ โชว์ความแข็งแกร่งตลาดทุน คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที IAA Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริหารการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์
Updated 15 hours ago
News Highlight
TOA เดินหน้าแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ผนึกกำลังมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และจุฬาฯ ร่วมดูแลป่า พัฒนาชุมชน และส่งเสริมการเรียนรู้เยาวชน
Updated 15 hours ago
Insurance
กรุงเทพประกันชีวิต รวมพลังจิตอาสาจัดถุงยังชีพ 1,000 ถุง ผู้บริหารลงพื้นที่ส่งต่อความใส่ใจ เคียงข้างลูกค้าและผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
จับตา SpaceX ถ้าอยากมีส่วนในเทรนด์ Space Tech! หลังงบ Q3 พุ่งกระฉูด เมื่อ AI - Starlink อาจกลายเป็น "เครื่องยนต์ใหม่"
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
ธุรกิจยืนยาว ไม่ได้การันตีความอยู่รอด เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว องค์กรต้องเร่งปรับตัว คนทำงานต้องเตรียมพร้อม รับมือความไม่แน่นอน
Updated 23 hours ago
Follow Us