“พฤศจิกา-ปีมะเมีย” ชู 2 ธีมเด่นรับการเมืองโลกร้อน… "หุ้นคุณภาพ” เด่นเรื่อง Risk-adjusted Return ส่วน “หุ้นป้องกันปท.” รับอานิสงส์ “โลกไม่สงบ” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นคุณภาพโลก” (Global Quality) ปรับตัวขึ้น +13.56% เช่นเดียวกับ “หุ้นป้องกันประเทศ” (Defense) ที่ +24.05% ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ (ที่มา: msci.com, วันที่ 3 พ.ย. 26)
เป็นหุ้น 2 ธีมที่น่าสนใจและแตกต่าง รับมือการเมืองโลกร้อนในปัจจุบัน
“หุ้นคุณภาพ” นั้น เป็นหนึ่งในสไตล์การลงทุนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่ามี “อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง” (Risk-adjusted Return) ที่โดดเด่นในระยะยาว ตอบโจทย์ในทุกภาวะเศรษฐกิจ
ส่วน “หุ้นป้องกันประเทศ” นั้น เป็น "หุ้นเติบโตเชิงโครงสร้างระยะยาว” (Structural Growth Trend) ตามบริบทความมั่นคงโลกยุคใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองโลกและการเพิ่มงบประมาณกลาโหมของรัฐบาลหลักในโลก
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” พฤศจิกา-ปีมะเมีย กับหุ้น 2 ธีมเด่น “หุ้นคุณภาพ" & "หุ้นป้องกันประเทศ” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
"ASP-ACWIQ" เปิดโอกาสเติบโตไปกับ "หุ้นคุณภาพทั่วโลก"
เริ่มกันที่กองทุนแรก “ASP-ACWIQ: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส โกลบอล ควอลิตี้ อิควิตี้” ของบลจ.แอสเซท พลัส ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน "หุ้นคุณค่าทั่วโลก" ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “MSCI ACWI Quality Index” ซึ่งเป็นดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและประกอบด้วยหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วโลก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว โดยดัชนีหลัก
ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI Global Quality Factor ETF’ ที่มี BlackRock Fund Advisors ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser)

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 2 พ.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
- Information Technology 62%
- Health Care 67%
- Industrials 23%
- Communication 36%
- Financials 66%
ส่วน 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
- United States 20%
- Taiwan 76%
- Switzerland 19%
- United Kingdom 43%
- Japan 01%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) MICROSOFT 5.91%, 2) APPLE 5.51%, 3) TAIWAN SEMICONDUCTOR MANUFACTURING 4.99%, 4) NVIDIA 4.46% และ 5) META PLATFORMS CLASS A 4.33% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ASP-ACWIQ’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ N/A
"DAOL-DEFENSE" ลุย "หุ้นป้องกันประเทศ" รับเทรนด์ความไม่สงบ
สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “DAOL-DEFENSE: กองทุนเปิด ดาโอ ดีเฟนส์” ของบลจ.แอสเซท พลัส ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “MarketVectorTM Global Defense Industry Index” ซึ่งเป็นดัชนีเพื่อวัดผลการดำเนินงานของบริษัททั่วโลก ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง
ผ่านกองทุนหลัก ‘VanEck Defense UCITS ETF’ ที่บริหารจัดการโดย VanEck Asset Management B.V


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) มีการลงทุนใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย
- Industrials 4%
- Information Technology 6%
ส่วน 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
- United States 70%
- South Korea 67%
- France 33%
- Israel 69%
- Sweden 78%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) PALANTIR TECHNOLOGIES INC 8.97%, 2) RTX CORP 7.64%, 3) HANWHA AEROSPACE CO LTD 7.26%, 4) THALES SA 7.07% และ 5) SAAB AB 5.78% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘DAOL-DEFENSE’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –24.94%
"ES-GQG" ลงทุน "หุ้นเติบโตคุณภาพทั่วโลก" ฝ่าทุกภาวะตลาด
มาต่อกันด้วย “ES-GQG: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Quality Growth” ของบลจ.อีสท์สปริง ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นเติบโต” (Growth) และมีคุณภาพดีทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Global Quality Growth Fund’ ที่บริหารจัดการโดย WELLINGTON MANAGEMENT COMPANY LLP
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) มีการลงทุน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
- Information Technology 9%
- Financials 3%
- Health Care 3%
- Communication Services 3%
- Consumer Discretionary 1%
ส่วน 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
- North America 4%
- Developed EU & Middle East ex UK 6%
- Emerging Markets 7%
- United Kingdom 0%
- Japan 2%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) NVDIA Corp 6.0%, 2) Alphabet Inc 4.2%, 3) Microsoft Corp 4.1%, 4) Taiwan Semi 4.1% และ 5) Amazon.com Inc 3.5% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ES-GQG’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.76%
"LHGDEFENSE-A" เติบโตไปกับ "หุ้นป้องกันประเทศทั่วโลก"
ปิดท้ายกันด้วย “LHGDEFENSE-A: กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ดีเฟนส์ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ (Defense Technology หรือ “Defense Tech”) ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology), บริการ (Services), ระบบ (Systems) และฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่เกี่ยวข้องกับภาคการป้องกันประเทศและกองทัพ ผ่านกองทุนที่มีนโยบายดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุน (ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) มีการกระจายลงทุนใน 3 กองทุน ประกอบด้วย
- Global X Defense Tech ETF 83%
- US Global Technology And Aerospace & Defense ETF 18.31%
- PLUS Korea Defense Industry In 07%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘LHGDEFENSE-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -27.52%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตแบบสม่ำเสมอและจำกัดความเสี่ยงด้านงบการเงินในระยะยาว ธีม “หุ้นคุณภาพ” (Global Quality) น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่รับความเสี่ยงได้สูงขึ้นมาอีกนิด อยากโฟกัสในอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในโลก ธีม “หุ้นป้องกันประเทศ” (Defense) น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ขอบเขตเรื่องความมั่นคงได้ได้จำกัดแค่ Defense แบบเดิมๆ แต่กำลังขยายสู่ “Defense Tech & Cybersecurity” อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
