SAPPE ทะยานทะลุ 101 บาท หลังไตรมาส 1/67 กำไรกว่า 352 ลบ. โต 28% ทุบสถิติสูงสุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้ง

รายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.54% หรือแตะระดับราคา 101 บาท หลังแจงผลงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 352 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกัน 28% โบรกฯ คาดไตรมาส 2/67 ยังโตต่อเนื่อง


นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่าผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/67 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,836 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดรายได้จากการขายที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All-Time High) หรือเติบโต 20% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า


โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศจากทุกภูมิภาค เอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา จากการที่บริษัทสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ (National Chain)


ขณะที่สัดส่วนต้นทุนขายในไตรมาส 1/2567 ต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 54.0% คิดเป็นการปรับตัวลดลง 2.9 pts. เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยบริษัทมีการบริหารจัดการภายในด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น ประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากทั้งการอ่อนค่าของค่าเงินบาทส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนการผลิตต่อรายได้จากการขายปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารในไตรมาสนี้ (ไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน) อยู่ที่ 458.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 29.4% ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางการขายและการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายในตลาดต่างประเทศเป็นสำคัญ


อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 1/67 เท่ากับ 352.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสุทธิที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้ง คิดเป็น 19.2% ต่อรายได้จากการขาย โดยเติบโต 28.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้าที่ทำได้274 ล้านบาท


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า SAPPE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/67 ดีกว่าคาด 5% และทำนิวไฮ โดยแนวโน้มไตรมาส 2/67 ยังเติบโตต่อเนื่อง คาดยังทำได้ตามเป้าที่ +20-25% อาจเห็นรายได้แตะ 2 พันล้านบาท ทำนิวไฮ หลังมีกำลังการผลิตใหม่เริ่ม commercial run ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา (กำลังการผลิตเพิ่ม 25%) มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ 108 บาท