ออมหุ้น “DTAC” ผลตอบแทนยับ แคปปิตอลเกนติดลบปันผลแทบไม่ช่วย!!!!
ไม่กี่วันก่อนค่ายมือถือ “DTAC” หรือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ถูกถล่มจากการที่ระบบส่งรหัสการยืนยันตัวตน หรือ OTP ล่าช้า จนทำให้ผู้ลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 รับสิทธิ์ไม่ทัน แม้สุดท้ายทางบริษัทฯ ประกาศว่ามีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รายละไม่เกินรายละ 3,500 บาท ผ่านการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น โบนัสเติมเงิน โทร+เน็ตฟรีและส่วนลดซื้อโทรศัพท์มือถือ โดยจะเปิดให้ผู้ใช้ DTAC ขอรับสิทธิ์ ในช่วงวันที่ 17-23 ธ.ค.นี้ เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ปรากฎว่าในวันเดียวกันนั้น (16 ธ.ค.63) ราคาหุ้นปิดตลาดที่ 37.25 บาท หรือปรับลดลง 1.32% และราคายังปรับลดลงต่อเนื่อง
DCA Journey วันนี้จึงหยิบหุ้นที่เป็น talk of town อย่าง DTAC มาทำ Back Test ดูว่า ถ้าออมหุ้นหรือ DCA หุ้นนี้ย้อนหลัง 5 ปี ใช้เงินลงทุนเดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร มาดูกันเลย!!

Wealthy Thai สำรวจข้อมูลจาก Setsmart แล้วพบว่า ถ้าลงทุนซื้อหุ้น DCA ต่อเนื่อง เป็นเวลา 5 ปี ต่อเนื่องเดือนละ 5,000 บาท ปัจจุบันจะพอร์ตจะมีมูลค่า 283,583.75 บาท ขาดทุน 69,870.75 บาท หรือขาดทุน 19.77% และได้เงินปันผล 31,924.99 บาท ทั้งนี้ราคาหุ้นล่าสุด (17 ธ.ค.63) อยู่ที่ 36.25 บาท
ในมุมมองนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส จำกัด ประเมินว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว เปิด Downside ใหม่ต่อประมาณการ ซึ่งปัจจุบัน DTAC อยู่ระหว่างรวบรวมลูกค้าที่ลงทะเบียนและได้รับผลกระทบ เพื่อชดเชยเยียวยาให้ลูกค้า โดยนักวิเคราะห์ประเมินเป็นความเสี่ยงต่อประมาณการ จากค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่หายไปจากมาตรการเยียวยา รายละ 3,500 บาท โดยประเมินมีโอกาสที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบ 1 ล้านคน (อ้างอิงผู้มีสิทธิ์ร่วมมาตรการ 5 ล้านคน และส่วนแบ่งตลาดจากจำนวนเลขหมายของ DTAC สัดส่วน 20.9%)
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไม่ใช่ลูกค้าที่กระทบทั้งหมด จะขอรับสิทธิ์ทันช่วงที่ DTAC กำหนด เบื้องต้นจึงประมินลูกค้าทุกๆ สัดส่วน 10% ของกลุ่มที่กระทบมาขอรับสิทธิ์ (คิดเป็น 1 แสนคน) จะกระทบกำไรปี 2563 ราว 5.1% และมูลค่าหุ้น 0.11 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกด้านคือ การที่ลูกค้าที่อาจย้ายออกหลังจากนี้ โดยทุกๆ ลูกค้า 1% ที่ย้ายออก จะกระทบกำไรราว 7.9% และมูลค่าหุ้น 0.18 บาท ทั้งนี้หากเทียบกับราคาปัจจุบันเหลือ Upside จำกัด จึงลดคำแนะนำเป็น Switch ไป ADVANC ที่มีโอกาสได้ประโยชน์ชัดเจนจากสถานการณ์ดังกล่าว
ขณะที่นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมิน “ผลกระทบทางลบ” ต่อ DTAC ดังนี้ 1.จำนวนเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ต่อรายที่ต้องเพิ่มขึ้นอีก 3,500 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ GM จากการขายเครื่องในไตรมาส 4/63 มีแนวโน้มติดลบมากขึ้น (เทียบกับ GM จากการขายเครื่องซึ่งติดลบ 26.2% ในงวด 9 เดือนแรก 2563) และขาดทุนขั้นต้นจากธุรกิจขายเครื่องในไตรมาส 3/63 ที่ 238 ล้านบาท และในงวด 9 เดือนแรก 2563 ที่ 1,180 ล้านบาท
2.การให้แพ็คเก็จโทรฟรีและใช้เน็ตไม่จำกัดนาน 3 เดือน จะส่งผลกระทบต่อ ARPU ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 4/63 ให้ปรับลดลงเนื่องจากรายได้ที่จะหายไปจากกลุ่มลูกค้า DTAC ที่พลาดสิทธิข้างต้น และ 3.ลูกค้าของ DTAC ที่จะไหลไปยังคู่แข่งเนื่องจากภาพลักษณ์และคุณภาพบริการที่ดูแย่ลง กระทบกับยอดจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิของ DTAC ในระยะยาว โดยคาดว่าจำนวนลูกค้า DTAC ที่พลาดสิทธิดังกล่าวไม่ น่าจะเกิน 5 แสนราย และอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบทางลบดังกล่าวที่จะมีผลกับกำไรสุทธิในไตรมาส 4/63 และราคาเป้าหมายของ DTAC จึงยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงลงทุนในหุ้น DTAC ไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนสำหรับผลกระทบทางลบจากประเด็นข้างต้น
