เปิดขุมทรัพย์ 8 หุ้นเด่น ที่กำไรไตรมาส 3 จะได้ไปต่อ
การประกาศผลการดำเนินงานในรอบไตรมาส 2/64 และในงวดครึ่งแรกของปี 64 ก็เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามธีมกลุ่มหุ้นการลงทุนในช่วงนี้ นักลงทุนหลายท่านคงจะยังสับสนว่าแล้วจะเลือกการลงทุนอย่างไรดี ซึ่งนักวิเคราะห์หลายค่ายแนะนำธีมการลงทุนหุ้นเปิดเมืองที่จะรองรับการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด19 แต่อย่างไรก็ตามเรายังไม่สามารถปักใจเชื่อได้ว่ายอดตัวเลขผู้ติดเชื้อจะถึงจุดพีคเมื่อไหร่
ดังนั้นธีมหุ้นที่มีเกาะป้องกันจากการระบาดของไวรัสโควิด19 และที่ผลประกอบการไตรมาส 3/64 จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง จึงเป้นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และเหมาะกับการลงทุนในช่วงสถานการณ์แบบนี้ โดยวันนี้ Wealthy Thai ได้คัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการไตรมาส 3/64 จะสามารถเติบโตต่อเนื่องไปได้อีก ซึ่งสามารถเข้าลงทุนหุ้นที่มีพื้นฐานและการเติบโตในอนาคต โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด ได้เลือกกลุ่มหุ้นในธีมการลงทุนดังกล่าว ได้แก่ CKP,STGT,KCE,ADVANC,STA,GPSC,BDMS และ BCH
ทั้งนี้หากดูจากปัจจัยบวกรายตัวต่อหุ้นนั้น เช่น CKP ที่มีปัจจัยบวกคือค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าไตรมาส 2/64 เพราะปริมาณน้ำในระบบมีมากขึ้น ขณะที่หุ้นเด่นตัวถัดไปอย่าง BDMS มีปัจจัยหนุนจากการขยายบริการเตียงรักษาผู้ป่วย COVID ด้านหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่ง KCE ที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และการรับรู้ผลผลิตจากโรงงานแห่งใหม่
สำหรับหุ้นโรงไฟฟ้า GPSC ที่มีการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ด้วยเช่นกันจะรับรู้ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำในระบบที่มีมากกว่าปกติ และที่สำคัญโดยปกติแล้วจะรับรู้เงินปันผลรับของโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ในช่วงงบไตรมาส3/64 ด้านหุ้นโรงพยาบาลอีกบริษัทที่งบไตรมาส 3/64 จะทำนิวไฮต่อเนื่องอีกครั้งอย่าง BCH เพราะมีรายได้จากการรับตรวจโควิด 19 และการให้บริการรักษา
เจาะลึกรายละเอียด
CKP เป็นอีกหนึ่งหุ้นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการผลการดำเนินงานในปีนี้ขึ้นอีก เพราะผลประกอบการที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/64 ออกมาได้ดีกว่าคาดจากฤดูกาลฤดูฝนที่มาเร็วกว่าทุกปี รวมถึงการจัดการบริหารน้ำที่ดี ซึ่งหากในงวด 3Q64 ปริมาณฝนตกยังเป็นไปตามฤดูกาลตลอดทั้งไตรมาส ฝ่ายวิจัยจะทำการทบทวนประมาณการกำไรปี 2564 อีกครั้ง เพราะโดยปกติแล้วภายใต้ สถานการณ์ปกติช่วงไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่กำไรจะทำระดับสูงสุดของปี
ข้ามมากันที่หุ้นโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดของไทยอย่าง BDMS เหมือนกับว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลังจะเร่งฟื้นตัวขึ้น หันหัวรถกลับไปในทิศทางที่เติบโตกันแล้ว ปัจจัยชดเชยได้จากรายได้เกี่ยวกับ COVID ทั้งจากสถานการณ์ระบาดที่ยังรุนแรง หนุนให้ยังเห็นรายได้เสริมจาก COVID-19 ในระดับที่ดีกว่าคาด ทั้งการตรวจ COVID-19 เดือนก.ค.64 เฉลี่ย 6.85 พันราย/วัน,
อัตราใช้เตียงในกลุ่ม รพ. เพิ่มขึ้นเป็นราว 70% จากการขยายบริการเตียงรักษาผู้ป่วย COVID ปัจจุบันเพิ่มเป็น 2.9 พันเตียง และ Hospitel สำหรับผู้ป่วยสีเขียว (ไม่มีอาการ หรืออาการไม่รุนแรง) ปัจจุบันรวม 4.2 พันเตียง คาดหนุนงวด 3Q64 เติบโตจากปีก่อนและไตรมาส 2/64
ด้าน BCH เป็นอีกหนึ่งหุ้นโรงพยาบาลที่ผลประกอบการกำลังฟื้นตัวกลับ เพราะมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ เริ่มเห็นรายได้เสริมในส่วนของการตรวจเชื้อ COVID ที่ผ่านจุดสูงสุดแล้ว สะท้อนจากจำนวนตรวจ PCRใน รพ.เฉลี่ยลดลงต่อเนื่อง หลังรัฐฯอนุญาตนำเข้าและจำหน่ายชุดตรวจเอง (ATK) ภายในประเทศ ขณะที่การขยายฐานเตียงรักษาและ Hospitel ประเมินคาดหวัง Upsideจากนี้ได้จำกัดมากขึ้น ทั้งนี้ กำไร 3Q64 ที่จะยังเป็นนิวไฮต่อเนื่อง ถือเป็น Upside ต่อประมาณการปี 64
ขณะที่หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE ที่ราคายังแรงไม่มีตก ในเบื้องต้นคาดกำไรสุทธิงวด 3Q64 จะเพิ่มขึ้นถึงต่อเนื่องทั้ง qoq และ yoy จากยอดขายที่เติบโตในช่วง High season และเริ่มรับรู้กำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ที่คาดว่าจะเปิดในเดือนกันยายน เข้ามาบางส่วน อีกทั้งคาด Gross margin จะเพิ่มขึ้นจากการเริ่มผลักภาระด้านต้นทุนให้กับลูกค้าได้เต็มไตรมาสและทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเข้ามาหนุน

