“Finnomena” ตั้งเป้า AUA ปีนี้ทะยานแตะ 8.5 หมื่นล้านบาท มุ่งสู่การเป็นผู้นำ “WealthTech Platform” ของไทย !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...“Finnomena” (ฟินโนมีนา) คือ ผู้นำแพลตฟอร์ม “WealthTech” ของไทยสำหรับทุกคน ผ่านการให้บริการ “Open Knowledge” ข้อมูลการลงทุนกับผู้คนในวงกว้าง
สิ้นไตรมาสที่1/26 มี “สินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำ” (AUA) การลงทุนของกลุ่มบริษัทกว่า 72,385.60 ล้านบาท และทีมงาน “ผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพ” กว่า 3,342 คนทั่วประเทศ มากที่สุดในประเทศไทย
พร้อมตั้งเป้าเดินหน้าขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้า AUA สิ้นปี2026 ที่ 8.5 หมื่นล้านบาท และเพิ่มจำนวน “ผู้แนะนำการลงทุน” เป็น 6,000 คน ในอีก 5 ปีข้างหน้า
ส่วนมุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี26 นั้น ยังคงมีโอกาสที่น่าสนใจ เพียงแต่นักลงทุนต้อง “ก้าวข้ามความผันผวน-หาผู้ชนะรอบใหม่” ให้เจอเท่านั้นเอง
ทิศทางธุรกิจและมุมมองการลงทุนของ “Finnomena” จะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้บริหารระดับสูง” ขององค์กรแห่งนี้พร้อมๆ กันได้เลย

“Finnomena” ลั่นขอเป็นผู้นำ “WealthTech Platform” ของไทย...ปลดล็อกคนนับล้าน ด้วยคำแนะนำการลงทุนที่ "ใช่" พร้อมตั้งเป้า AUA ปี26 ทะยานแตะ 8.5 หมื่นล้านบาท
โดย “เจษฎา สุขทิศ” Co-Founder & CEO Finnomena Group บอกว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้คำแนะนำ (AUA) ประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 8.5 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันบริษัทถือเป็นผู้นำในธุรกิจ บลน. ของไทย และไม่ได้กังวลในเรื่องของการแข่งขันเพราะธรรมชาติของธุรกิจ “Wealth” มักมีผู้เล่นเป็นจำนวนมากเพื่อให้บริการอยู่แล้ว ภาพตลาดการลงทุนที่ดีก็หนุนให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตได้ค่อนข้างดี และโมเดลการทำธุรกิจของบริษัทเองยังมีการกระจายการให้บริการไปในสินทรัพย์อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น หุ้น, ตราสารหนี้ เป็นต้น พอร์ตลูกค้ากว่า 50% ก็เป็นกลุ่มกองทุนประหยัดภาษี ในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจย่อมกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็ไม่มากนัก

(เจษฎา สุขทิศ)
“Finnomena Funds มุ่งสู่การเป็นผู้นำ ‘WealthTech Platform’ ของไทย
ปลดล็อกคนนับล้าน ด้วยคำแนะนำการลงทุนที่ ‘ใช่’ มีกลยุทธ์ที่ ‘ใช่’ ด้วยผลตอบแทนที่ดี ตอบโจทย์นักลงทุนทุกช่วงวัย ตั้งเป้า AUA ปีนี้ทะยานแตะ 8.5 หมื่นล้านบาท”
ส่วนมุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง ทิศทางตลาดกำลังก้าวเข้าสู่เฟส “Moving On” โดยความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะกลายเป็น “New Normal” และ “Donald Trump” หันไปให้ความสนใจกับการเตรียมตัวเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ และภาพรวมเศรษฐกิจยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของ AI แต่เม็ดเงินลงทุนจะเริ่มกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมและภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น ทำให้เชื่อว่าในภาพรวมจะยังมีโอกาสการลงทุนใน “สินทรัพย์เสี่ยง” อยู่
เปิด 3 ธีมการลงทุนน่าสนใจช่วงครึ่งหลังปี26...พร้อมให้เป้า “หุ้นไทย” สิ้นปีนี้ที่ 1,700 จุด
เช่นเดียวกับ “วศิน ปริธัญ” Managing Director บลป.เดฟินิท ที่มองว่า ภาพตลาดการลงทุนยังคงน่าสนใจและยังไม่น่ากังวลเรื่อง “ฟองสบู่ AI” หรือ “วิกฤติตราสารหนี้” แต่ประการใด โดย กลยุทธ์การลงทุนที่เราแนะนำ ประกอบด้วย 3 ธีมหลัก ได้แก่ 1) “The AI Divergence” จากความต้องการ AI ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เพราะได้แรงหนุนหลักจากงบลงทุน (CapEx) ของกลุ่ม Hyperscaler แนะนำให้ลงทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเพราะบางธีมก็แผ่ว บางธีมยังไปได้ 2) “The Catch-Up Trade” ซึ่งที่ผ่านมาตลาดหุ้นถูกลากขึ้นด้วยหุ้นเพียงกระจุกตัว แต่กลุ่มที่เหลือยังคง Laggard และยังมีโอกาสด้วยระดับ Valuation ที่น่าสนใจ แนะนำกลยุทธ์ “Selective” เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับหรือมีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน เช่น ธีม Global Healthcare

(วศิน ปริธัญ)
3) “Structural Geopolitics” ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงอยู่และยืดเยื้อ ควรมองหาโอกาสในสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยและการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐ ที่มีความมั่นคง แนะนำธีม Defense

“หุ้นไทยน่าสนใจในเรื่องของ ‘เงินปันผล’ (Dividend Oasis) และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ตลาดมีการปรับคาดการณ์กำไรบจ.ขึ้นกว่าที่เคยคาดไว้ ถ้าในไตรมาสที่2/26 ยังมีการปรับขึ้นต่อเนื่องจะส่งผลบวกต่อตลาด ปีนี้เรามองเป้าดัชนีสิ้นปีที่ 1,700 จุด และมีโอกาสที่จะเห็น ‘จุดสูงสุดใหม่’ (All Time High) ของหุ้นไทยในปีหน้า ส่วน ‘หุ้นเวียดนาม’ เดือนก.ย.26 นี้จะเห็นเม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้าเพิ่มขึ้น หลังเข้าไปอยู่ในดัชนี ‘Emerging Market’ อย่างเป็นทางการ”
เปิด 5 กลยุทธ์การเติบโต “OPTAS” เปลี่ยน “Follower” สู่ “Investor”…พร้อมตั้งเป้าเพิ่ม “ผู้ให้คำแนะนำการลงทุนอิสระ” เป็น 6 พันคน ในอีก 5 ปีข้างหน้า
โดย “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds บอกว่า ปัญหาของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวในโลกของการลงทุน นั่นคือการไม่เจอแนวทางและสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเอง รวมถึงการไม่เคยได้พบกับ “ผู้แนะนำการลงทุน” คนที่ “ใช่” ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญของชีวิต “Finnomena” (ฟินโนมีนา) คือ ผู้นำแพลตฟอร์ม “WealthTech” ของไทยสำหรับทุกคน ผ่านการให้บริการ “Open Knowledge” ข้อมูลการลงทุนกับผู้คนในวงกว้าง และเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนในกองทุนรวม ที่ได้ขยายไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, DR และสินทรัพย์ลงทุนอื่นๆ โดยมีตัวช่วยคือ “บริการจัดพอร์ตการลงทุน” (Portfolio Model) จากนักกลยุทธ์การลงทุนชั้นนำมากประสบการณ์ ผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวมืออาชีพให้กับนักลงทุนทุกคน

(ชยนนท์ รักกาญจนันท์)
“ปัจจุบันเรามี ‘ผู้แนะนำการลงทุนอิสระ’ 3,342 คน มากที่สุดในประเทศ พร้อมพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็น ‘Alpha Advisors’ ด้วยความรู้ที่เข้มข้น และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายจำนวน ‘ผู้แนะนำการลงทุนอิสระ’ ให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดสู่ 6,000 คนในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
ส่วนแพลตฟอร์ม ‘Finnomena’ ปัจจุบันมีจำนวนผู้เปิดบัญชีทั้งหมด 194,006 คน ครอบคลุมนักลงทุนทุกช่วงวัย โดยเราตั้งใจจะเปลี่ยน ‘Follower’ ให้ไปเป็น ‘Investor’ ด้วยกลยุทธ์การเติบโตที่เรียกว่า ‘OPTAS’”

ปลื้มโครงการ “Better Together” ลูกค้า 77% พอใจกับ ‘ผู้แนะนำการลงทุน’ ที่แนะนำให้…หนุนเม็ดเงินลงทุนเติบโตต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ “กสิณ สุธรรมมนัส” Co-Founder & Chief Strategy Officer Finnomena Group ที่บอกว่า ตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมา “Finnomena” มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ “WealthTech Platform” ของไทย ทั้งการลงทุนในกองทุน หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น ๆ ผ่านการให้บริการข้อมูลข่าวสาร “Open Knowledge” กลยุทธ์การลงทุนที่พิสูจน์แล้วมานับทศวรรษ พร้อมด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพ จนสามารถครอบคลุมทุกประสบการณ์การลงทุนในแพลตฟอร์มเดียว

(กสิณ สุธรรมมนัส)
“เราต้องการที่จะยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุนไทยให้ดียิ่งขึ้น ผ่านโครงการ ‘Better Together’ ซึ่งมุ่งเน้นการ matching นักลงทุนทุกระดับกับ ‘ผู้แนะนำการลงทุน’ ที่ ‘ใช่’ ทั้งเรื่องของสไตล์และพฤติกรรมการลงทุน อาชีพ ไปจนถึงถิ่นที่อยู่อาศัย หลังเริ่มโครงการช่วงต.ค.25 ผ่านมา 9 เดือน ลูกค้า 77% พอใจกับ ‘ผู้แนะนำการลงทุน’ ที่แนะนำให้ ทำให้ลูกค้ามั่นใจเพิ่มเงินลงทุนและเริ่มต้นลงทุนเร็วขึ้น”
ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวที่กล้าของ “Finnomena” กับพันธกิจที่ยังคงมุ่งมั่นค้นหาโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อทุกคนในทุกๆ วัน ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพธุรกิจ
ผ่านการจัดให้มีผู้แนะนำการลงทุนที่ “ใช่” สำหรับลูกค้าทุกคนของกลุ่มบริษัทฯ (“TrueMatch Advisory”) เพื่อสอดรับกับวิสัยทัศน์ “ปลดล็อกคนนับล้านด้วยคำแนะนำการลงทุนที่ “ใช่” ให้บรรลุเป้าหมายสำคัญของชีวิต” นั่นเอง
