ผู้ถือหุ้น MAKRO จะได้ประโยชน์อะไร จากดีลรับโอนกิจการของกลุ่ม Lotus’s
ผู้ถือหุ้นของ MAKRO คงจะสงสัยว่า “เรา” จะได้อะไรจากการรับโอนกิจการของโลตัสส์ในครั้งนี้ แต่ประโยชน์ที่จะได้กลับมามากมายคือโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น และความน่าสนใจของพื้นฐาน และมูลค่าหุ้นจะสะท้อนกลับมา
“แม็คโครกับโลตัสส์มียุทธ์ศาสตร์ที่คล้ายกัน และมีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่า ทั้งในด้านของการลดต้นทุน และในด้านของการตอบสนองความต้องการผู้บริโภค “แม็คโคร” เป็นผู้ประกอบการ “ค้าส่ง” ที่เรียกว่า B2B ส่วนโลตัสส์เป็นผู้นำทาง “ค้าปลีก” B2C ที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ยุทธศาสตร์ทั้งสององค์กรต้องเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ ดังนั้นการเข้าสู่ระบบออนไลน์มีส่วนสำคัญมากเพื่อจะแข่งขันในเวทีระดับโลก” บทสัมภาษณ์ของคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ในรายการ The Secret Sauce ของ THE STANDARD ซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เกิดดีลการรับโอนกิจการกลุ่มโลตัสส์
ยุทธศาสตร์ขยายสู่เวทีโลก
ดีลการรับโอนกิจการกลุ่มโลตัสส์เข้ามาอยู่ภายใต้แม็คโคร เป็นการสร้างความแข็งแกร่งและพร้อมจะก้าวเป็นผู้เล่นระดับเอเชีย ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า การที่กลุ่มซีพีซื้อโลตัสกลับเข้ามาในครั้งล่าสุดนั้น ได้ธุรกิจโลตัสส์ที่ประเทศมาเลเซียพ่วงเข้ามาด้วย โดยโลตัสส์ที่มาเลเซียนั้นถือเป็นผู้ประกอบการอันดับหนึ่งในด้านของโมเดิร์นเทรด
ขณะเดียวกัน อย่างที่หลายฝ่ายทราบกันดีว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม็คโครได้ขยายตลาดออกนอกประเทศไทยไปยังกลุ่มประเทศอย่างเมียนมา กัมพูชา และกำลังจะเปิดสาขาใหม่ที่เวียดนาม รวมถึงอินเดีย ซึ่งเรียกได้ว่าครอบคลุมแผนที่ทางฝั่งเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีจำนวนประชากรกว่า 2,000 ล้านคน
ด้วยการใช้กลยุทธ์คือการมี ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์(O2O) สร้างศักยภาพในการแข่งขันได้สูงในเวทีของระดับภูมิภาค เพื่อเป็นการดำเนินการธุรกิจในเชิงรุกที่ไม่ควรแต่จะตั้งรับอยู่ในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว หากต้องการที่จะมีศักยภาพในการแข่งขับกับผู้เล่นในตลาดระดับโลก
สิ่งที่ผู้ถือหุ้น MAKRO จะได้ในมุมธุรกิจ
หากมองในด้านของโอกาสทางธุรกิจ สำหรับสิ่งที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจากดีลรับโอนกิจการในครั้งนี้คือการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของทั้งสององค์กรระหว่างแม็คโคร กับโลตัสส์ ในการขยายตลาดต่างประเทศ ด้วยการมีความแข็งแกร่งทางด้านธุรกิจที่แตกต่างกัน มีฐานลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทางแม็คโครจะมีฐานลูกค้าประเภทค้าส่ง และโลตัสส์มีฐานลูกค้าที่เป็นประเภทค้าปลีก ดังนั้นเมื่อร่วมกันแล้วจะเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน
ที่สำคัญจะเป็นโอกาสการเติบโตเพื่อต่อยอดออกไปอีกคือโอกาสการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ อย่างที่เราเห็นกันแล้วว่าทั้งแม็คโคร และโลตัสส์มีการขยายสาขาออกไปยังกลุ่มประเทศที่ยังมีช่องว่างในการเติบโตของเศรษฐกิจ การค้า และการบริโภคได้อีกมาก รวมถึงความสามารถสร้างโอกาสในการรองรับความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมประชากรกว่า 2,000 ล้านคน
สิ่งที่ผู้ถือหุ้นของ MAKRO จะได้จากการรับโอนโลตัสส์ในครั้งนี้คือ เมื่อรับโอนกิจการของโลตัสส์เสร็จสิ้น จะทำให้ MAKRO จะรับรู้รายได้และกำไรที่เป็นส่วนของโลตัสส์เข้ามาด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะส่งผลให้ฐานรายได้ และฐานกำไรสุทธิของ MAKRO ปรับเพิ่มขึ้นในทันที
โดยจุดที่น่าสนใจคือผลการดำเนินงานของ MAKRO จะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป หลังจากรับโอนกิจการกลุ่มโลตัสส์ ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่าในส่วนของรายได้ของ MAKRO จะเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว เป็นประมาณ 4 แสนล้านบาท จากระดับปกติเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาที่มีรายได้ประมาณ 2 แสนล้านบาท
ขณะที่ฐานกำไรสุทธิของ MAKRO จะเพิ่มด้วยเช่นกัน เพราะได้รวมกำไรที่มาจากธุรกิจของโลตัสส์เข้ามา จากเดิมอยู่ที่ 6,500 ล้านบาท จะเพิ่มเป็นระดับ 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันนอกจากรายได้จากการขายสินค้าแบบค้าปลีกแล้วทาง MAKRO จะรับรู้รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ของกลุ่มโลตัสส์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต หากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยโลตัสส์มีพื้นที่เช่ารวมประมาณ 1 ล้านตารางเมตร
สิ่งที่ผู้ถือหุ้น MAKRO จะได้ในมุมหุ้น
สำหรับในมุมของหุ้น การรับโอนกิจการในครั้งนี้จะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับหุ้น MAKRO อย่างมีนัยสำคัญทั้งจากโอกาสการเติบโตของธุรกิจตามแผนยุทธ์ที่ผู้บริหารวางไว้ และในด้านของ Valuation หาก MAKRO รับโอนกิจการแล้วเสร็จ
ขั้นตอนต่อไปจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป (PO) ไม่เกิน 1,362,000,000 หุ้น รวมถึง บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด (CPH) และบริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด (CPM) ที่จะเสนอขายหุ้นแม็คโคร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ต่ำกว่า 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้งของบริษัทฯ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขายหุ้น
นอกจากนี้ MAKRO จะมีมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่เพิ่มขึ้นดังนั้นจะช่วยส่งผลให้มีโอกาสที่หุ้นจะได้รับการเข้าคำนวณดัชนีที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ เช่นดัชนี SET50 ซึ่งอย่างที่นักลงทุนรู้กันว่าดัชนี SET50 เป็นศูนย์รวมของหุ้นขนาดใหญ่ 50 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็น Benchmark ดัชนีที่นักลงทุนประเภทสถาบันในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าลงทุน
…โอกาสทางธุรกิจ และผลประโยชน์มากมายที่ผู้ถือหุ้น MAKRO จะได้รับจากดีลการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของกลุ่มซีพี ในการรับโอนกิจการทั้งหมดของ “โลตัสส์” มายัง “แม็คโคร” ดังนั้นการประชุมผู้ถือหุ้น MAKRO ในวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา และที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติรับการทำรายการดังกล่าว จึงเป็นประวัติศาสตร์ ที่จะช่วยให้ MAKRO ได้โลดแล่นบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

