ถ้าหาก TRUE กับ DTAC รวมกัน จะมีอัพไซด์ต่อราคาหุ้นอีกเท่าไหร่?
กระแสข่าวการควบรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เหมือนจะมีข่าวลือกันหนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีปริมาณการซื้อขายมาอย่างหนาแน่นหลังจากประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/64 ออกมาแล้ว กระแสข่าวต่อไปคงจะเป็นประเด็นว่ารูปแบบของการควบรวมนั้นจะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทาง Wealthy Thai ได้เคยเขียนจำลองเหตุการณ์แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหาก TRUE กับ DTAC ควบรวมกิจการเข้าด้วยกันนักลงทุนสามารถตามไปอ่านได้ตามลิ้งที่ระบุไว้ให้กันได้เลย https://www.wealthythai.com/en/updates/stock/stock-of-the-day/5009
โดยในครั้งนี้ทางบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุเนื้อหาไว้อย่างน่าสนใจว่าหากทั้งสองบริษัทรวมกิจการกันจะส่งผลในแง่ของมูลค่าหุ้นอย่างไรบ้าง Wealthy Thai จะเล่าสรุปให้ฟัง
บล.กสิกรไทย ให้ข้อมูลว่า จากกระแสข่าวเรื่องดีลควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงผู้ เล่นที่ได้ประโยชน์มากที่สุดในดีลรายการนี้คาดจะเป็น DTAC จาก risk และ reward payoff ที่น่าดึงดูดใจมากกว่า โดยการวิเคราะห์เบื้องต้นของแสดงให้ เห็นว่าจะ เกิด upside ต่อ DTAC ที่ราว 7.8-41.5% เทียบกับของ TRUE ที่ 10.4-32.4% จากราคาตลาดปัจจุบัน ทั้งนี้คำนวณ EV/EBITDA สำหรับการซื้อกิจการ และหรือการแลกหุ้นที่ 6 เท่า/6.5 เท่า/ 7 เท่า สำหรับ DTAC และส่วนของ TRUE ที่ 7.47 เท่า ในปี 2566
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีประเด็นข่าวการควบรวมระหว่าง TRUE และ DTAC ซึ่ง หากเกิดขึ้นจริงในรูปแบบของการ Swap หุ้น มองว่ามีโอกาสเกิดได้มากกว่าเนื่องจาก TRUE ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด และหากเกิดขึ้นจริงเรามองเป็นบวกกับทั้งคู่จากการแข่งขันที่ลดลง รวมถึง DTAC จะสามารถเข้าถึงบริการ FBB และธุรกิจทีวี/คอนเทนต์ ในขณะที่ TRUE จะได้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นในทางอ้อม
หากพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานมองว่าธุรกิจของ TRUE จะกลับสู่โหมดการเติบโตหลังจากการเปิดเมืองในเดือน พ.ย. และขาดทุนหลักน่าจะลดลงในไตรมาส 4/64 และปี 65 หนุนโดยรายได้ค่าบริการที่ดีขึ้นและการลดต้นทุนต่อเนื่อง ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5 บาท โดยยังเทรดที่ EV/EBITDA ที่ 8.5เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 8.7 เท่า
