“กองหุ้นไทย” ปีนี้ โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +30.35% “TDSThaiESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +44.81% ส่วน “KT-mai” รั้งท้ายตาราง +4.62% !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...“หุ้นไทย” (SET TRI) ปีนี้บวกแรงกว่า +34.81% ส่งผลให้ “กองหุ้นไทย” เขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่น้อย +30.35% แต่ก็ยัง “แพ้ตลาด” อยู่นั่นเอง (ที่มา: setsmart.com, วันที่ 20 ก.ค. 26)
มี “กองหุ้นไทย” เพียง 12% เท่านั้น ทีเอา “ชนะตลาด” ได้ ที่เหลืออีก 88% “แพ้ตลาด”
อย่างไรก็ตาม “หุ้นไทย” ยังคงน่าสนใจตลาดหนึ่งในเอเชีย แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นอย่าง “โดดเด่น” ในปีนี้ แต่ “อัตราเงินปันผล” ก็ยังไม่แย่ 3.54% และถ้าเลือก “ถูกกลุ่ม-ถูกตัว” ตัวเลขก็จะสูงกว่านี้
ราคาก็ยัง “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่ 15.96 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.62 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.จะโตได้ +6.08% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 17 ก.ค. 26)
ส่วนเป้าดัชนีปีนี้ มองกันไว้ตั้งแต่ 1,620 -1,700 จุด แล้วแต่ค่าย upside จำกัด แต่อนาคตยังมี
สำหรับ 5 “กองหุ้นไทย” ที่มีผลงานปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthythai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
5 “กองหุ้นไทย” ปีนี้ผลงาน “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +41.95%...“TDSThaiESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +44.81%
จากการสำรวจผลงานของ “กองหุ้นไทย” ปีนี้ (ณ วันที่ 20 ก.ค. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 547 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +30.35% (ดีสุด +44.81%, แย่สุด +4.62%) โดยกองทุนทั้งหมด 100% ให้ผลตอบแทนเป็น “บวก”
อย่างไรก็ตาม มีกองทุนเพียง 64 กอง คิดเป็น 12% ที่ผลตอบแทน “ชนะตลาด” (SET TRI +34.81%)

สำหรับ “กองหุ้นไทย” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 5 อันดับแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 26, ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนในกลุ่ม “General Equity” ทั้งหมด ซึ่งไม่มีข้อจำกัดในการลงทุนสามารรถลงทุนได้ในหุ้นทุกขนาด โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +41.95% นำมาโดย
1) “TDSThaiESG-A” ของบลจ.ทิสโก้ +44.81%
2) “ASP-THGEQ-T” ของบลจ.แอสเซท พลัส +42.78%
3) “TDSFOCUS-B” ของบลจ.ทิสโก้ +42.11%
4) “TLEQRMF” ของบลจ.ทาลิส +40.55%
5) “TLDIVFOCUS” ของบลจ.ทาลิส +39.48%
5 “กองหุ้นไทย” ผลงานปีนี้ “สุดแป้ก” บวกเฉลี่ย +13.07%...“KT-mai” รั้งท้ายตาราง +4.62%
ส่วน 5 “กองหุ้นไทย” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบแทนปีนี้ บวกเฉลี่ย +13.07% เป็นกองทุน
“Equity General” 3 กอง “Equity Large Cap” 1 กอง และ “Equity Small-Mid Cap” อีก 1 กอง ทั้ง 5 กองทุน ได้แก่

1) “KT-mai” ของบลจ.กรุงไทย +4.62%
2) “TISCOWB-SSF” ของบลจ.ทิสโก้ +12.14%
3) “KF-GB70-L” ของบลจ.กรุงศรี +15.21%
4) “BBASIC” ของบลจ.บัวหลวง +15.75%
5) “KKP DIVIDEND-M” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +17.63%
สำหรับ “หุ้นไทย” ยังเป็นตลาดที่โดดเด่นในเรื่องของ “เงินปันผล” และมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง เป็นตลาดที่ใกล้ตัว ติดตามการลงทุนได้ง่าย เข้าใจง่าย ที่ควรมีไว้ “ติดพอร์ต” ไว้ เพียงแต่ควรเลือก “กองหุ้นไทย” ที่ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของตัวคุณเองด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
