“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
Where2put Ur Money: คำว่า “ตึ๊ง (當)” เป็นคำที่มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว ที่แปลว่า “การรับจำนำ” หรือ “โรงรับจำนำ” ซึ่งนิยมใช้เรียกกันฮิตติดปากในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อชาวจีนโพ้นทะเลอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย และได้นำวัฒนธรรมการทำธุรกรรมนี้ติดตัวมาด้วย
ซึ่งการรับจำนำในสมัยแรกๆ นั้นยังไม่ได้จัดตั้งเป็นโรง หรือสถานที่สำหรับการรับจำนำโดยเฉพาะ แต่จะทำกันตามบ้านเรือน หรือสถานที่นัดพบเจอกันระหว่างคนที่คุ้นเคยเท่านั้น จนกระทั้งปี พ.ศ. 2409 ในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงได้มีการจัดตั้ง “โรงรับจำนำ” แห่งแรกขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยคนจีนที่มีชื่อว่า “เจ๊กฮง” หรือ “จีนฮง” บริเวณประตูผี หรือสี่แยกสำราญราษฎร์ มีชื่อเรียกว่า “โรงรับจำนำย่องเซี้ยง” และด้วยการมีสถานที่เป็นหลักเป็นแหล่ง และดอกเบี้ยที่ถูกกว่าทั่วไป จึงทำให้กิจการของเจ๊กฮงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้หลังจากนั้นจึงได้มีการจัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นตามมาอีกเป็นจำนวนมาก
เพียงแค่เดินเข้าไปใน “โรงรับจำนำ” ยื่นทรัพย์สินของตนให้แก่ “หลงจู๊” (ผู้ประเมินราคา) เจรจาตกลงราคากันโดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน แล้วจึงทำการบันทึกรายละเอียดของทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกันลงในสมุดบัญชีที่เรียกว่า “ตึ๊งโผว (當簿)” พร้อมปั๊มลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน
“ผู้จำนำ” ก็จะได้รับเงิน พร้อมทั้งตั๋วจำนำที่ประทับตรายี่ห้อไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันการหลงลืม และการโกง โดยในตั๋วจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ชัดเจน และมีข้อสัญญาระบุว่า ถ้าไม่ส่งดอกเบี้ยในงวดไหน ทรัพย์สินของผู้นั้นก็ถือเป็นหลุดจำนำ และจะถูก “ผู้รับจำนำ” ยึดนำไปขายต่อเมื่อไหร่ก็ได้
“แน่นอนว่า การ ‘ตึ๊ง’ จึงเปรียบเสมือนกับการเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้กลายเป็นสภาพคล่องเพื่อขับเคลื่อนให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ หรือช่วยแก้ปัญหาเงินขาดมือในระยะสั้นได้เป็นอย่างดี และเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผู้จำนำก็สามารถกลับมาไถ่ถอนทรัพย์สินกลับคืนไปได้ตามข้อตกลงในตั๋วนั่นเอง”

สำหรับ “การรับจำนำ” ในภาษาไทย หมายถึง การทำสัญญากันทางกฎหมายที่ผู้จำนำส่งมอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ (ทรัพย์ที่เคลื่อนย้าย หรือพกพาได้ เช่น ทองคำ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ) ให้แก่ผู้รับจำนำ เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ระยะสั้น โดยที่
-
ขั้นตอนการรับจำนำรวดเร็ว และไม่ซับซ้อน หลังตกลงราคากันได้ก็รับเงินสดได้ในทันที จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินฉุกเฉิน หรือเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น
-
ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ใช้เพียงทรัพย์สินเป็นหลักประกันเท่านั้น
-
มีการกำหนดราคากลาง และระบบตรวจสอบที่ชัดเจน
-
ไม่มีการเช็กเครดิตบูโร และไม่ส่งผลกระทบต่อประวัติหนี้สินในระบบของสถาบันการเงิน
-
มีความยืดหยุ่นสูง ไถ่ถอนคืนได้ตลอดเวลาเมื่อพร้อม โดยตราบใดที่ยังไม่หลุดจำนำ หรือไม่ผิดนัดชำระหนี้ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินก็ยังคงเป็นของผู้จำนำเหมือนเดิม
-
มีบริการเสริม เช่น การขายทรัพย์สินหลุดจำนำในราคาที่จับต้องได้
อย่างไรก็ตาม การ “รับจำนำ” ก็ไม่ได้มีเพียงแต่ข้อดีเพียงด้านเดียว หากยังมีสิ่งที่ผู้จำนำพึงต้อง “ระมัดระวัง” เอาไว้เสมอว่า
-
วงเงินที่ได้รับอาจต่ำกว่ามูลค่าจริงของทรัพย์สินที่ซื้อขายกันในท้องตลาดค่อนข้างมาก
-
มีต้นทุนคงที่ ซึ่งก็คือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกงวด
-
มีภาระผูกพันที่ต้องไถ่ถอน หากหลุดจำนำ หรือไถ่ถอนไม่ทัน ทรัพย์สินจะถูกยึดอย่างถาวร และนำไปขายต่อได้
-
ต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้รับจำนำ ทำให้ผู้จำนำไม่สามารถนำทรัพย์สินออกมาใช้ได้ในระหว่างที่จำนำ
-
การเก็บทรัพย์สินไว้กับคนอื่น ย่อมมีโอกาสที่ทรัพย์สินอาจชำรุด หรือเสียหายจากเหตุสุดวิสัย
แน่นอนว่า “การตึ๊ง” หรือ “การรับจำนำ” จึงถือเป็นศิลปะในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของผู้ที่มีรายได้น้อยในระดับรากหญ้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนเส้นเลือดฝอยที่คอยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี ช่วยเปลี่ยนทรัพย์สินให้กลายเป็นสภาพคล่องในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน รวมถึงเพี่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้นั่นเองครับ
