“หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) พื้นฐานแกร่ง ราคาถูกกว่า “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) กว่า -33%... เป้าหมายเงินลงทุนโยกย้าย “รอบใหม่” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) โชว์ผลตอบแทน +28.49% กลับมา Outperform “หุ้นโลก” (ACWI) ที่บวกอยู่ +11.99% ชัดเจน (ที่มา: msci.com, วันที่ 19 มิ.ย. 26)
ทำให้ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) กลับมาน่าสนใจอีกครั้งในสายตานักลงทุนทั่วโลก หลังจากที่ผ่านพ้นช่วง “ทศวรรษที่สูญหาย” (Lost Decade) และเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี25
ปัจจัยหนุนสำคัญ คือ มูลค่าที่ยัง “ไม่แพง” ปัจจุบัน “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) มี Forward 12M P/E ที่ 12.16 เท่า ถูกกว่า “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) ที่ 18.27 เท่า หรือถูกกว่า -33% เลยทีเดียว (ที่มา: msci.com, วันที่ 29 พ.ค. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นตลาดเกิดใหม่"…พื้นฐานแกร่ง-ถูกกว่า "DM" กว่า -33%
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น “Feeder Fund” 3 กอง และ “Fund of Funds” อีก 1 กอง ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย
- “ES-EAE: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Emerging Active Equity” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่มีการดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศ emerging market ในบริษัทที่มีการเติบโตในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘BAILLIE GIFFORD WORLDWIDE EMERGING MARKETS LEADING COMPANIES FUND ,Class B (acc) – USD’ ที่บริหารจัดการโดย Baillie Gifford Investment Management (Europe) Limited
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 พ.ค. 26) มีการลงทุน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 42.0%
-
Financials 16.2%
-
Consumer Discretionary 12.5%
-
Industrials 9.4%
-
Materials 6.8%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) SK Hynix 10.3%, 2) Samsung Electronics 10.1%, 3) TSMC 9.9%, 4) Tencent 5.4% และ 5) SK Square 4.9% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น “TISCOGEM: กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต” ของบลจ.ทิสโก้ เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “FTSE Emerging Markets All Cap” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว ผ่านกองทุนหลัก ‘Vanguard FTSE Emerging Markets ETF’ ที่บริหารจัดการโดย The Vanguard Group, Inc.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
Taiwan 32.60%
-
China 27.00%
-
India 16.00%
-
Brazil 4.40%
-
South Africa 3.80%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Taiwan Semiconductor Manufacturing 14.64%, 2) Tencent Holdings 2.74%, 3) Alibaba Group Holding 2.26%, 4) MediaTek 1.62% และ 5) Delta Electronics 1.20% ตามลำดับ”
- มาต่อกันด้วย “ONE-GEM: กองทุนเปิด วรรณ โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต เอควิตี้” ของบลจ.วรรณ เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนรวมตราสารแห่งทุนที่ลงทุนในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก (Emerging Markets) ทั้งที่จดทะเบียนในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่และที่จดทะเบียนในประเทศที่พัฒนาแล้ว
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กองทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
GS EMRG MARKET EQTY IA 39.9%
-
ISHARES MSCI EMERGING MARKET 34.98%
-
ISHARES MSCI SOUTH KOREA ETF 7.57%
-
db x - trackers MSCI TAIWAN TRN INDEX UCITS ETF 7.39%
-
UBS EQ-ALL CHINA USD-IA1 ACC 4.26%

- ปิดท้ายกันด้วย “SCBEMEQ: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยั่งยืนตลาดเกิดใหม่” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นตลาดเกิดใหม่” มุ่งสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนี “MSCI Emerging Markets Net Total Return USD” ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่จัดตั้ง จดทะเบียน หรือประกอบธุรกิจหลักในประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Countries) โดยพิจารณาจากบริษัทที่มีสินทรัพย์สุทธิและ/หรือรายได้มากกว่า 50% มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่
ผ่านกองทุนหลัก ‘Lazard Emerging Markets Equity Fund, S Acc USD’ ที่บริหารจัดการโดย Lazard Fund Managers (Ireland) Limited
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Financials 26.20%
-
Information Technology 21.10%
-
Consumer Discretionary 10.20%
-
Communication Services 8.90%
-
Energy 8.60%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) TSMC 5.00%, 2) SK hynix 3.20%, 3) China Construction Bank 2.40%, 4) Shinhan Financial 1.80% และ 5) Vibra Energia 1.80% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับ มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว และราคาไม่แพง เชื่อว่า “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี หลังจากเป็นตลาดที่ถูกลืมมานาน เริ่มเห็นเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญราคายังถูกกว่า “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) กว่า -33% เลยทีเดียว
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
