Official Update :

“สิงหา-ปีมะเมีย” กระจายลงทุนสู่ 2 ธีมเด่น... "หุ้นจีน" & "Healthcare" คว้าโอกาสโต “ฝ่าตลาดผันผวน” !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นเทคฯ จีน” (SSE STAR50) ปรับตัวขึ้น +14.17% (ที่มา: tradingview.com, วันที่ 3 ส.ค. 26) ในขณะที่ “หุ้นสุขภาพโลก” ช่วง 7 เดือนแรกบวกเล็กน้อย +3.31% (ที่มา: msci.com, วันที่ 31 ก.ค. 26)


ถือเป็น 2 ธีมมีความโดดเด่นไม่แพ้กัน หนึ่งคือ “ขั้วอำนาจด้านเทคโนโลยี” ของโลกอีกขั้วตรงข้ามกับฝั่ง “สหรัฐ” โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสะสมหุ้นเติบโตในราคาที่ไม่แพงเกินไป


อีกหนึ่งคือธีมการลงทุนที่ตอบโจทย์ในทุกภาวะเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ Healthcare”


และเป็น Healthcare” ยุคใหม่ที่มีทั้ง Growth” และ Defensive” ผสมอย่างลงตัว


เป็นอีกธีมที่มีความน่าสนใจสูงและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนเพื่อ “รับมือความผันผวน”หลังจากที่ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ “Underperform” ตลาดโดยรวมมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่กระแส “AI” บูม


วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร 4 กองทุนเด่น” สิงหา-ปีมะเมีย กับ 2 ธีมเด่น หุ้นเทคฯ จีน" & "หุ้น Healthcare ที่น่าสนใจมาฝากกัน


“ES-STARTECH”
ลุย "หุ้นจีน" ผู้นำนวัตกรรม&เทคฯ โลก

เริ่มกันที่กองทุนแรก ES-STARTECH: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Star50 Chinese Technologyของบลจ.อีสท์สปริง ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน หุ้นเทคฯ จีน” ที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาด STAR Market” ซึ่งเป็นแหล่งรวมบริษัท Start up ของจีน หุ้นในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนการเติบโตของจีน รวมดาวเด่นจากอุตสาหกรรม Hi-tech และธุรกิจเกิดใหม่ ผ่านกองทุนที่มีนโยบายลงทุนดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีดังกล่าว


 


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) มีการลงทุนผ่าน 2 กองทุน  ประกอบด้วย

  1. Premia China STAR 50 ETF 70.32%

  2. KraneShares SSE STAR Market 50 Index ETF 29.22%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กองทุน ‘ES-STARTECH เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -68.40%


ASP-IHEALTH” ลงทุน "หุ้น Healthcare" แห่งอนาคต

สำหรับกองทุนถัดมาเป็น ASP-IHEALTH: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อินโนเวทีฟ เฮลธ์แคร์ ของบลจ.แอสเซท พลัส ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน หุ้น" ที่มีโอกาสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดกับธีมแห่งอนาคต "Innovative Healthcare" และ "Biotechnology" ของบริษัทด้านดิจิทัล เฮลธ์ (Digital Health) และ/หรือบริษัทที่ดเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยี ผ่านกองทุนที่มีนโยบายลงทุนดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป



สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) มีการลงทุนผ่าน 2 กองทุน  ประกอบด้วย

  1. Janus Henderson Horizon Biotechnology Fund 78.88%

  2. ARK GENOMIC REVOLUTION ETF 20.67%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กองทุน ‘ASP-IHEALTH เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –48.53%


UCI” ลงทุน "หุ้นจีน A-Shares" แหล่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

มาต่อกันด้วย UCI: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เอ แชร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ของบลจ.ยูโอบี ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นจีน A-Shares" ได้แก่ Shanghai Stock Exchange (SSE) และ Shenzhen Stock Exchange (SZSE) ซึ่งกองทุนหลักคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีนวัตกรรม และแนวโน้มการเติบโตในด้านต่างๆ (trends)


ผ่านกองทุนหลัก ‘United China A-Shares Innovation Fund – Class T USD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management Ltd (Singapore)



สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • Information Technology 86.02%

  • Energy 4.26%

  • Financials 1.16%

  • Industrials 1.10%

  • Materials 0.22%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) SUZHOU DONGSHAN PRECISION MANU 8.42%, 2) ZHONGJI INNOLIGHT CO LTD 8.16%, 3) VERISILICON MICROELECTRONICS S 6.15%, 4) SUZHOU TFC OPTICAL COMMUNICATI 5.19% และ 5) CAMBRICON TECHNOLOGIES CORP LT 4.97% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘UCI’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -72.03%


KT-HEALTHCARE-A” ลุย "หุ้นสุขภาพ" ยุคใหม่แบบครบวงจร

ปิดท้ายกันด้วย KT-HEALTHCARE-A: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เฮลธ์แคร์ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.กรุงไทย ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ การดำเนินชีวิต โดยทั่วไป Life Sciences จะเกี่ยวข้องกับการรักษาหรือพัฒนาคุณภาพชีวิต


ผ่านกองทุนหลัก Janus Global Life Sciences Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Janus Henderson Capital Fund PLC



สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • Biotechnology 36.98%

  • Phamaceuticals 32.68%

  • Health Care Equipment 11.47%

  • Managed Health Care 6.27% 

  • Life Sciences Tools & Services 4.59%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Eli Lilly & Co 9.39%, 2) Johnson & Johnson 7.08%, 3) AbbVie Inc 4.67%, 4) UnitedHealth Group Inc 4.54% และ 5) AstraZeneca PLC 3.92% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-HEALTHCARE-A เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.99%


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในท่ามกลางความผันผวน ถ้าชอบหุ้นเติบโตและมีโอกาสกลับมาเติบโตโดดเด่นได้อีกครั้ง ก็ต้อง “หุ้นเทคฯ จีน” ส่วนใครที่ชอบส่วนผสมที่ลงตัวทั้งหุ้น Growth และหุ้น Defensive ที่สามารถจะฝ่าทุกภาวะเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี เชื่อว่า “หุ้น Healthcare” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ขึ้นกับมุมมองและความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคนว่าชื่นชอบสไตล์ไหนเท่านั้นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’