TMAN กางแผนปี 69-71 ลุย 4 กลยุทธ์เกาะตลาดยา ชู S-Curve กลุ่ม Longevity - ESG ครึ่งปีแรกฟันกำไร 212 ลบ. ปันผล 0.24 บ.

TMAN เปิดแผนธุรกิจปี 2569-2571 เดินหน้า 4 กลยุทธ์หลัก ทั้งยกระดับธุรกิจยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเดิม ขยายตลาดโรงพยาบาล อีคอมเมิร์ซ และ DBU พร้อมต่อยอด S-Curve กลุ่ม Longevity รับแนวโน้มตลาดยาไทยเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าตลาดแตะ 192.8 พันล้านบาทในปี 2570 ขณะที่ 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้ 1,220.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 212.2 ล้านบาท และประกาศจ่ายปันผล 0.24 บาทต่อหุ้น กำหนด XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายวันที่ 8 กันยายน 2569


เปิดกลยุทธ์ 2569-2571 แผนขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมยาสดใส

มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN วาง กลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569-2571 ผ่าน 4 แนวทางหลัก (S1-S4) ดังนี้

  • S1: เสริมสร้างและยกระดับมูลค่าของธุรกิจเดิม: รักษากลุ่มผลิตภัณฑ์ยา OTC และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, ขยายงานรับจ้างผลิต (OEM) และดัน Propoliz สู่แบรนด์ระดับภูมิภาค
  • S2: เร่งการเติบโตและขยายขนาดธุรกิจที่มีศักยภาพ: ลุยกลุ่มโรงพยาบาล, ช่องทางอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก (DBU)
  • S3: แสวงหาและพัฒนาธุรกิจ S-Curve ใหม่: เน้นกลุ่ม Longevity (สุขภาพ, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, เทคโนโลยีชีวภาพ) และการเติบโตผ่านการลงทุนหรือความร่วมมือภายนอก
  • S4: ยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงาน: ทั้งการพัฒนาองค์กรและบุคลากร, การปรับปรุงกระบวนการ และการพัฒนานโยบาย


ด้านการขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน (
ESG) บริษัทมุ่งเน้นทั้ง 3 มิติ

  • ด้านสิ่งแวดล้อม (E): พัฒนาโรงงานผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจนได้รับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 2 พร้อมติดตั้ง Solar Rooftop ราว 1,300 กิโลวัตต์ เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
  • ด้านสังคม (S): เปิดตัวแคมเปญ “CHARITY YOUR VOICE” ร่วมกับมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ และโครงการมอยา-เวชภัณฑ์ ดูแลประชาชน ณ ท้องสนามหลวง
  • ด้านธรรมาภิบาล (G): ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม วิจัยและพัฒนาตามหลักจริยธรรม ติดตามผลกระทบ ESG และมีนโยบาย Whistle Blowing เปิดกว้างการแจ้งเบาะแส


ภาพรวมอุตสาหกรรมยาในไทย

ข้อมูลจาก บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ร้อยละ 5.9 คาดมูลค่าขึ้นไปแตะ 192.8 พันล้านบาทในปี 2570 โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคติดต่อและโรคเรื้อรัง ความตระหนักด้านสุขภาพเชิงป้องกัน และกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาในไทย


ขณะที่การจำหน่ายยาผ่านโรงพยาบาล คาดว่าเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 5.8 ขึ้นสู่ 222.0 พันล้านบาทในปี 2570 โดยมีสัดส่วนจำหน่ายผ่านโรงพยาบาลสูงกว่าร้อยละ 80 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของ TMAN ในการขยายตลาดเข้าสู่ระบบจัดซื้อของโรงพยาบาล


ผลการดำเนินงานไตรมาส
2/69 และงวด 6 เดือนแรกปี 2569

TMAN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 590.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์บุคคลภายนอกรายใหม่ ส่งผลให้รายได้เติบโตทั้งจากร้านขายยาปลีก-ส่ง และงานรับจ้างผลิต (OEM) ในกลุ่มสุขภาพและความงาม


ขณะที่รายได้ลดลง 6.2% จากไตรมาสก่อน ตามแนวโน้มการขายและการสั่งซื้อของลูกค้าในแต่ละไตรมาส ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 97.6 ล้านบาท ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 14.9% จากไตรมาสก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 16.4% โดยการลดลงของกำไรมีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ลดลง หลังรายได้จากกลุ่ม DBU ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูงขึ้นจากกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นหลังสิทธิประโยชน์ BOI จาก 1 บัตรสิ้นสุดลง ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงเพิ่มขึ้นเป็น 13.8%


สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 TMAN มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,220.6 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักไม่รวม DBU รายใหม่อยู่ที่ 49.8% ใกล้เคียงกับ 49.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการดำเนินงาน แม้บริษัทเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่และขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 212.2 ล้านบาท ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 228.7 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2568 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 17.3% โดยได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นหลังสิทธิประโยชน์ BOI สิ้นสุดลง