Official Update :

“Passive Income”...คำตอบของการออมของ “คน 4.0” !!!

Wealth EZ: “ยุค Do It Yourself” (D.I.Y) เป็นยุคที่คนมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น ต้องการทำชิ้นงานที่สร้างสรรค์จากจินตนาการของตนเอง ยิ่งการเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตลอดจนสามารถฝึกฝน ลงมือทำอะไรได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างฝีมือหรือคนสอน ลองผิดลองถูกได้ตามแต่ใจ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ “D.I.Y.” ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน



ในเรื่อง “การออม” เองก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ออมเงินบางผลิตภัณฑ์เพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น เช่น “หุ้นกู้อนุพันธ์” ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผสมระหว่างหุ้นกู้กับตราสารอนุพันธ์ เป็นต้น


“ดังนั้นการที่ผู้ออมเงินจะได้นำเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนไปออมหรือลงทุนเพื่อรอรับดอกผลเพิ่มเราเรียกว่า ‘Passive Income’ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ออมจะต้องเรียนรู้และเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทนั้นก่อน อีกทั้งยังต้องเข้าใจตัวผู้ออมเองด้วยว่ามีเป้าหมายและเงื่อนไขการออมอย่างไรบ้าง”


ในส่วนของ “Passive Income” นั้นมีหลายวิธีเช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยเช่า การทำธุรกิจ Digital Marketing และ Online Marketing เป็นต้น แต่ในที่นี้จะแนะนำการออมที่อยู่ในรูปแบบของ “Financial Asset” เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นสามัญ หรือกองทุนประเภทต่างๆ โดยการประยุกต์ใช้หลักการ “D.I.Y.” เข้ากับการออม ดังนี้

  • Day: กำหนดด้วยตัวผู้ออมเองเลยว่าออมวันไหนในเดือนนั้น จำนวนเงินออมเท่าไรซึ่งต้องใช้ความมีวินัยทางการเงินเป็นอย่างยิ่ง หรือเป็นการออมเพียงครั้งเดียว

  • Interest: กำหนดว่าผู้ออมสามารถยอมรับผลตอบแทนที่ระดับ% เพื่อจะได้เลือกตราสารทางการเงินหรือกองทุนให้เหมาะสมกับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

  • Year: กำหนดเลยว่าเป้าหมายว่าจะใช้เงินนี้ในอีกกี่ปีข้างหน้า


จากในกราฟที่ 1 แสดงให้เห็นว่าถ้าเราออมเงินอย่างสม่ำเสมอเพียง “เดือนละ 2,000 บาท” โดยการออมอาจการกำหนดวันที่ในการหักจากบัญชีทุกเดือนซึ่งสามารถทำได้ทั้งการออมผ่านทางกองทุน หุ้น ทองคำหรือประกันชีวิตแบบ “Unit Linked” ในอีก 30 ปีข้างหน้า ผู้ออมก็สามารถมีเงินเป็น “หลักล้าน” ได้อย่างสบาย



แต่ถ้าเรามีเงินก้อนจำนวนหนึ่งที่สามารถออมได้เลยในครั้งเดียวก็จะพบว่า ถ้าออมเงินครั้งเดียวจำนวน 300,000 บาท ที่ผลตอบแทน 3% และถือไป 40 ปี เราก็จะมีเงิน “หลักล้านบาท” ได้เช่นกัน ดังในกราฟที่ 2



ซึ่ง “ตราสารทางการเงิน” ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 3-5% มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้บริษัทเอกชนชั้นดี กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประกันชีวิตแบบ Unit Linked เป็นต้น


“ดังนั้นหากผู้ออมเข้าใจในเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน เข้าใจผลิตภัณฑ์ และเข้าใจในตนเองแล้วก็สามารถที่จะ D.I.Y. แผนการออมของตนเองได้”


แต่ถ้าหลังจากออมมาระยะหนึ่งแล้วรู้สึกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จตาม “แผนการออม” ที่ได้วางเอาไว้ แนะนำว่าควรลองขอคำปรึกษากับ “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ซึ่งจะได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำ หรือช่วยเสนอแนะในแผนการลงทุนที่จะทำให้ผู้ออมสามารถประสบความสำเร็จทางการเงินได้


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ศุภชัย จันไพบูลย์

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
News Highlight
แสนสิริ โชว์ความแข็งแกร่งตลาดทุน คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที IAA Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริหารการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์
Updated 20 hours ago
News Highlight
TOA เดินหน้าแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ผนึกกำลังมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และจุฬาฯ ร่วมดูแลป่า พัฒนาชุมชน และส่งเสริมการเรียนรู้เยาวชน
Updated 20 hours ago
Insurance
กรุงเทพประกันชีวิต รวมพลังจิตอาสาจัดถุงยังชีพ 1,000 ถุง ผู้บริหารลงพื้นที่ส่งต่อความใส่ใจ เคียงข้างลูกค้าและผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
จับตา SpaceX ถ้าอยากมีส่วนในเทรนด์ Space Tech! หลังงบ Q3 พุ่งกระฉูด เมื่อ AI - Starlink อาจกลายเป็น "เครื่องยนต์ใหม่"
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ธุรกิจยืนยาว ไม่ได้การันตีความอยู่รอด เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว องค์กรต้องเร่งปรับตัว คนทำงานต้องเตรียมพร้อม รับมือความไม่แน่นอน
Updated 1 day ago
Follow Us