Official Update :

PROSPECT รุกหนัก EEC ลงทุนครั้งที่ 5 มูลค่า 5,040 ลบ. เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์ 9-23 ก.ย. 69 ดันพอร์ตทรัพย์สินแตะ 1.5 หมื่นลบ.

PROSPECT REIT รุกหนักพื้นที่ EEC เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 ในโครงการ "บางกอกฟรีเทรดโซน 4" (BFTZ 4) ย่านบางปะกง มูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ชูจุดเด่นพื้นที่ Free Zone กว่า 80% ดันพอร์ตทรัพย์สินรวมแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท พื้นที่เช่าพุ่งสู่ 7.5 แสน ตร.ม. พร้อมรับประกันค่าเช่า 2 ปี เตรียมขึ้น XR วันที่ 5 ส.ค. นี้ และเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมวันที่ 9-23 ก.ย. 69 ในราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 10.5 บาท


นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และผู้ถือหุ้นร่วมของบริษัท บีเอฟทีแซด บางปะกง จำกัด (เจ้าของโครงการ BFTZ 4) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมคลังสินค้าและโรงงานในจังหวัดฉะเชิงเทราในครึ่งแรกของปี 2568 มีความแข็งแกร่งอย่างมาก


โดยมีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) สูงถึง 90% จากพื้นที่เช่ารวมทั้งหมดกว่า 7.1 แสนตารางเมตร โดยเฉพาะโรงงานสำเร็จรูปที่มีอัตราการเช่าเต็ม 100% เนื่องจากพื้นที่ผังเมืองสีม่วงในจังหวัดฉะเชิงเทรามีจำกัด ทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ทำได้ยากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติขยายฐานการผลิตมายังไทยมากขึ้น


สำหรับโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) ซึ่งเป็นทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ตั้งอยู่ในย่านบางปะกง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง, ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง โดยมีจุดเด่นสำคัญคือมีพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ขนาดใหญ่กว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งเอื้อประโยชน์ด้านภาษีให้แก่ผู้เช่าอย่างมาก


ด้านนางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน PROSPECT REIT มีทรัพย์สินภายใต้การบริหาร 5 โครงการ พื้นที่ให้เช่ารวม 564,758 ตร.ม. และมีอัตราการเช่าเฉลี่ยสูงถึง 96.52% (31 มี.ค. 69) โดยการเข้าลงทุนในโครงการ BFTZ 4 ครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มทรัพย์สินประเภทอาคารโรงงานและคลังสินค้าอีก 31 หลัง รวม 101 ยูนิต พื้นที่เช่ารวม 187,949 ตร.ม.


การลงทุนครั้งนี้จะส่งผลดีต่อกองทรัสต์ในหลายมิติ

  • การเติบโตของพอร์ตทรัพย์สิน: มูลค่าทรัพย์สินรวมจะเพิ่มขึ้นจาก 1 หมื่นล้านบาท สู่ระดับกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และพื้นที่เช่ารวมเพิ่มเป็น 7.5 แสน ตร.ม.

  • ยืดอายุสิทธิการเช่า: อายุสิทธิการเช่าเฉลี่ย (Remaining Lease Life) ของกองทรัสต์จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 15 ปี เป็นประมาณ 28 ปี (เป็นการลงทุนในรูปแบบสิทธิการเช่า 30 ปี และต่ออายุได้อีก 30 ปี)

  • ความมั่นคงของรายได้: โครงการ BFTZ 4 มีอัตราการเช่าในส่วนอาคารที่สร้างเสร็จแล้วสูงถึง 96.8% พร้อมมีการรับประกันค่าเช่าในพื้นที่ว่างที่อัตรา 170 บาทต่อ ตร.ม. เป็นเวลา 2 ปี


ส่วนโครงสร้างทางการเงิน นางสาวบุษราภรณ์ จันทร์ชูเชิด รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชย์ธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ระบุว่า มูลค่าการลงทุนรวมจะไม่เกิน 5,040 ล้านบาท โดยจะมาจากหน่วยทรัสต์ออกใหม่ไม่เกิน 450 ล้านหน่วย และเงินกู้ยืมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท


โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อให้สิทธิผู้ถือหน่วยเดิมจองซื้อในอัตราส่วน 1 หน่วยเดิม ต่อ 0.3822 หน่วยใหม่


นางสาวรพีพรรณ บุณยรักษ์ จากธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงรายละเอียดการจองซื้อว่า ราคาเสนอขายสูงสุดคาดว่าจะประกาศภายในวันที่ 4 ก.ย. 69 โดยจะไม่เกิน 10.5 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดการจองซื้อดังนี้

  • ผู้ถือหน่วยเดิมที่ได้รับสิทธิ และนักลงทุนทั่วไป: จองซื้อวันที่ 9-17 กันยายน 2569

  • นักลงทุนสถาบัน: จองซื้อวันที่ 21-23 กันยายน 2569

  • ราคาเสนอขายสุดท้าย: คาดว่าจะประกาศภายในวันที่ 17 กันยายน 2569


ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถจองซื้อผ่านช่องทางที่หลากหลาย โดยผู้ถือหน่วยเดิมและประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายรวม 11 แห่ง เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ (รวมแอป SCB EASY), บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.กสิกรไทย และอื่นๆ ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน, การลงทุนครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC