ธ.ทิสโก้มั่นใจ ! หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ - เวียดนาม จ่อขึ้นแรงตามหุ้นเทคฯ

ธนาคารทิสโก้มั่นใจ หุ้นนวัตกรรมการแพทย์ และหุ้นเวียดนาม จ่อขึ้นแรงเหมือนหุ้นเทคฯ พร้อมเปิดสถิติ 6 เดือนหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ราคาหุ้นนวัตกรรมการแพทย์มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 10% ขณะที่หุ้นเวียดนามเริ่มเห็นสัญญาณบวกพลิกกลับเป็นขาขึ้น ภาครัฐฯ เร่งออกนโยบายหนุนเศรษฐกิจ  


นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี MSCI ACWI Information Technology ได้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงถึง 37% เพราะตลาดมองว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งธนาคารทิสโก้มองว่าหุ้นกลุ่มที่อาจปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงเป็นกลุ่มต่อไป คือ หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ (Innovative Healthcare) เพราะจากสถิติพบว่าหลังจาก Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนผ่านจุดสุงสุดไปแล้วประมาณ 6 เดือน หุ้นกลุ่มนี้มักจะปรับตัวขึ้นดีกว่า ดัชนี S&P500 ถึง 10%  


“หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ เป็นหุ้นเมกะเทรนด์ที่ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ลงทุนมาโดยตลอด และมองว่าในช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้ออีกครั้ง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Biotechnology ที่ปัจจุบันมีมูลค่า (Valuation) ไม่ได้สูงนัก โดยมีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น  หรือ Forward P/E อยู่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังที่ 14 เท่า อีกทั้งหากมองปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจถดถอยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยอ้างอิงจากข้อมูลย้อนหลัง 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ 2 ครั้ง ได้แก่ วิกฤต Hamburger และ COVID-19 กำไรของกลุ่ม Biotechnology ก็ยังบวกได้ 16% และ 3% ตามลำดับ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นแรงหากนวัตกรรมยาได้รับการอนุมัติจาก FDA และเมื่อมีข่าวถูกควบรวมจากบริษัทยายักษ์ใหญ่ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ” นายณัฐกฤติกล่าว  


นอกจากนี้ ยังแนะนำลงทุนในหุ้นเวียดนาม ที่ดัชนีหุ้นเริ่มมีสัญญาณกลับมาฟื้นตัวหลังรัฐบาลออกมาตรการเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจจาก 4 มาตรการ คือ 1. ลดดอกเบี้ยนโยบายมาแล้วจาก 6% สู่ 4.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มกลับมาต่ำกว่าเป้าหมาย 2. ผ่อนคลายการควบคุมตลาดตราสารหนี้ให้ยืดระยะเวลาชำระหนี้และสามารถใช้สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Physical asset) ชำระหนี้แทนได้ 3. เพิ่มระยะเวลา VISA ท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว และ 4. ลดภาษี VAT จาก 10% เป็น 8% เพื่อกระตุ้นการบริโภค และประกอบด้วยมูลค่าของตลาดหุ้น ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E Ratio เพียง 10 เท่า ซึ่งถูกกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมาถึง 20% ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเพื่อสร้างผลตอบแทนในช่วงครึ่งปีหลัง 


นายณัฐกฤติกล่าวอีกว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก ธนาคารทิสโก้มองว่า ช่วงนี้ยังสามารถลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับสามารถลงทุนได้ (Investment Grade) เพราะราคาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ดี หากอัตราดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาลงในอนาคต 

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us