Official Update :

รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!

Where2put Ur Money: วันนี้ “ไทร” จะชวนคุยเรื่องของ SpaceX” หุ้นที่ชาวโลกต่างสนใจค่ะ และกลายเป็น Talk of the Town” ในช่วงที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน


เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 “SpaceX” เปิดขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในราคา 135 ดอลลาร์ และพุ่งขึ้นเปิดตลาดที่ 150 ดอลลาร์ ระดมทุนได้ประมาณ 85,700 ล้านดอลลาร์ กลายเป็น IPO ที่ “ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ” ด้วยมูลค่ากิจการหลัง IPO ราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ใหญ่กว่าบริษัทระดับ Amazon และ Microsoft ในช่วงหนึ่ง


แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ "ย้อนแย้ง" คือ ในปี 2025 “SpaceX” ยังขาดทุนสุทธิตามมาตรฐาน GAAP เกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์ และมีการเผาเงินสด (cash burn) รวมประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมประกาศแผน CAPEX สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล Terafab สูงถึง 119,000 ล้านดอลลาร์


คำถามคือ ทำไมนักลงทุนถึงยินดีจ่ายเงินให้บริษัทที่ยัง "ไม่มีกำไร" ในระดับที่แพงกว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายเท่า? คำตอบซ่อนอยู่ในเรื่องเล่าใหญ่กว่า นั่นคือ "การเข้าสู่ยุคที่สามของเศรษฐกิจอวกาศ" นั่นเองค่ะ


“เศรษฐกิจอวกาศ” กำลังเปลี่ยนจาก
"การสร้างโครงสร้าง" ไปสู่ "การใช้งานจริง"

ตามรายงาน "The final frontier" ของ “J.P. Morgan Global Research” (มิถุนายน 2026) “เศรษฐกิจอวกาศ” กำลังเข้าสู่ “ยุคที่สาม” ยุคที่ผสมผสานระหว่างความต้องการด้านกลาโหม การลงทุนเชิงพาณิชย์ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศ


จุดสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจสำหรับนักลงทุนคือ ยุคก่อนหน้าถูกครอบงำโดย VC” แต่ยุคใหม่นี้จะแตะบริษัทมหาชนในหลายอุตสาหกรรม ทำให้ธีม “อวกาศ” กลายเป็นสิ่งที่ลงทุนได้จริงในตลาดหุ้น


และคนที่ครองประตูสู่อวกาศทั้งด้านต้นทุน ปริมาณ และเทคโนโลยี ก็คือ SpaceX” เพียงรายเดียว


Starlink”: “ห่านทองคำ”...ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

หัวใจสำคัญของเรื่องเล่า SpaceX” ในปี 2026 ไม่ใช่จรวด แต่คือ “Starlink” เครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่มีดาวเทียมในวงโคจรกว่า 10,200 ดวง


ตัวเลขที่ทำให้นักลงทุนสนใจ

- ปี 2025 Starlink” ทำรายได้ 11,400 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 61% ของรายได้บริษัท เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อน

- ในไตรมาส 1 ปี 2026 สัดส่วนนี้พุ่งขึ้นเป็น 69% ของรายได้รวม

- มีกำไรจากการดำเนินงาน 4,420 ล้านดอลลาร์ ด้วย EBITDA margin ประมาณ 63%

- นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ปี 2026 จะแตะ 15,900 ล้านดอลลาร์ ด้วย adjusted EBITDA ราว 11,000 ล้านดอลลาร์

- โดย Starlink” เพียงส่วนเดียวถูกประเมินมูลค่าราว 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ในสายตานักวิเคราะห์บางกลุ่ม


Falcon 9”: การผูกขาดต้นทุนต่ำที่ไม่มีใครสู้ได้

รายงาน “JP Morgan” ชี้ว่าอนาคตของ “อุตสาหกรรมอวกาศ” ขึ้นอยู่กับต้นทุนของการปล่อยจรวด (launch economics)  ต้นทุนต่อกิโลกรัมสู่วงโคจรที่ลดลง จรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และความสามารถในการยกน้ำหนักที่มากขึ้น จะเป็นตัวกำหนดว่าโครงการอวกาศเชิงพาณิชย์ต่างๆ จะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่



“และในสมการนี้ SpaceX แทบไม่มีคู่แข่ง Falcon 9’ คาดว่าจะทำการปล่อยเกิน 150 ครั้งในปี 2026 ต้นทุนดำเนินการต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง ‘Blue Origin’ และ Arianespace’ ประมาณ 50-70% เพราะ booster stage นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในปี 2025 ปล่อย ‘Falcon 9’ ไปแล้ว 165 ครั้ง โดย 3 ใน 4 เป็นการปล่อยดาวเทียมของ ‘Starlink’ เอง”


การที่ SpaceX” เป็นทั้ง ผู้ให้บริการปล่อย และ ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของตัวเอง คือความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ในระยะสั้นค่ะ


Starship, SBSP และ Compute-in-Orbit

Starship” สิ่งที่ทำให้มูลค่าของ “SpaceX” พุ่งจากราว 800,000 ล้านดอลลาร์ ไปสู่ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่แค่ “Starlink” แต่คือการเพิ่มเรื่องเล่าใหม่


Space-Based Solar Power” (SBSP) จรวดขนาดยักษ์ที่หากทำงานได้เต็มรูปแบบ จะลดต้นทุนต่อกิโลกรัมสู่วงโคจรลงอีกหลายเท่า ปลดล็อกภารกิจที่ปัจจุบันเป็นไปไม่ได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์


xAI” และ “Compute-in-Orbit” หลังการควบรวม xAI” ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 “SpaceX” นำเสนอแนวคิด "ศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ" เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้าบนโลก มีรายงานว่า Anthropic” ตกลงจ่ายเงิน 1,250 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ถึงเดือนพฤษภาคม 2029 เพื่อใช้ compute จากศูนย์ข้อมูล COLOSSUS และ COLOSSUS II ของ “SpaceX” เพิ่มรายได้แบบ recurring ขนาดใหญ่นอกเหนือจากธุรกิจหลัก


แล้วทำไม "ขาดทุน" ถึงไม่ใช่ปัญหาในสายตานักลงทุน
?

การขาดทุนของ “SpaceX” ไม่ใช่เพราะธุรกิจไม่ดี แต่เพราะเลือก เผาเงินเพื่อยึดตลาดในอนาคต ซึ่งเป็นเพลย์บุ๊กแบบเดียวกับที่ “Amazon” เคยใช้ค่ะ

- “Starlink” ทำกำไร 4,420 ล้านดอลลาร์

- “ธุรกิจเกี่ยวกับจรวด” ขาดทุน 657 ล้านดอลลาร์

- “ธุรกิจ AI” (xAI) ขาดทุน 6,350 ล้านดอลลาร์

- “CAPEX” ในไตรมาส 1 ปี 2026 อยู่ที่ 10,100 ล้านดอลลาร์ โดย 7,700 ล้านเป็นการลงทุน AI


“ความเสี่ยง” ที่ไม่ควรมองข้าม

แม้จะมีเรื่องเล่าที่สวยหรู แต่ก็มีความเสี่ยงหลายอย่างที่นักลงทุนต้องรู้

- “มูลค่าที่แพงมาก” Price-to-Sales ประมาณ 96 เท่าของรายได้ปีที่ผ่านมา และ 72 เท่าของรายได้คาดการณ์ปี 2026 ซึ่งสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แทบทุกรายอย่างมีนัยสำคัญ


- “Elon Musk” เตือนเองว่ามี “ความเสี่ยงล้มละลาย” จริง หาก “Starship” ไม่สามารถทำการบินได้อย่างน้อยทุกสองสัปดาห์


- การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น Amazon Project Kuiper ส่งดาวเทียมไปแล้วกว่า 300 ดวง, Blue Origin เตรียมส่ง 5,400 ดวง, จีนกำลังสร้าง Guowang, และ Eutelsat OneWeb มีอยู่แล้วกว่า 600 ดวง


- ความเสี่ยงจากดัชนี Bloomberg รายงานว่าการที่ “SpaceX” มีโอกาสเข้าดัชนีเร็วอาจบังคับให้กองทุน passive ต้องซื้อประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดความผันผวนราคาสูง


- ความเสี่ยง Lock-up ผู้ถือหุ้นเดิมและ VC ต้องรอ 180 วันก่อนขายได้ ซึ่งเมื่อครบกำหนดอาจมีแรงเทขายจำนวนมาก


สรุป: ตลาดกำลังซื้ออะไรกันแน่
?

การที่นักลงทุนยินดีให้มูลค่า SpaceX” 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งที่บริษัทยัง “ขาดทุน” ไม่ใช่ความไร้เหตุผล แต่คือการเดิมพันบน 3 เสาหลัก


1.Starlink
ในฐานะบริษัท SaaS อวกาศที่มี moat เชิงโครงสร้าง และตลาดที่แทบไม่มีเพดาน


2.การผูกขาดการเข้าถึงอวกาศ
ผ่าน “Falcon 9” (ปัจจุบัน) และ “Starship” (อนาคต) ในช่วงที่งบกลาโหมด้านอวกาศทั่วโลกกำลังบูมสู่ 250,000 ล้านดอลลาร์


3.ตัวเลือกในอนาคต
(SBSP, Compute-in-Orbit, Mars, การผลิตในวงโคจร) ที่หากทำสำเร็จแม้แค่บางส่วน จะสร้างมูลค่ามหาศาล


“SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด แต่ถูกตีค่าในฐานะผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” และคำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ กุญแจดอกนี้จะเปิดประตูได้ทันเวลาที่นักลงทุนตั้งความหวังไว้หรือไม่เท่านั้นเองค่ะ


แหล่งข้อมูล: J.P. Morgan Global Research "The final frontier: How solar power and defense spending are propelling the space economy" (23 มิถุนายน 2026), SpaceX S-1 Filing, Sacra, CNBC, Morningstar, Reuters, Bloomberg

นริสรา ชัยวัฒนะ

ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งวงการหลักทรัพย์ มุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมการเงิน พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการเงินประเทศ

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us