“BLUEBELL” ชี้ครึ่งปีหลังผลตอบแทนสินทรัพย์ “ต่างกันสุดขั้ว”... แนะ “เลือกถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด เน้นธีมเติบโตชัดเจน ควบคู่ “หุ้นกู้” คุณภาพดี !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ช่วงครึ่งหลังปี2026 “ตลาดการเงินโลก” จะเป็น “K-Shape” ตลาดจะมีความผันผวนสูงและผลตอบแทนของแต่ละกลุ่มสินทรัพย์จะแยกขั้วชัดเจน


อย่างไรก็ตามยังคงมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอยู่เสมอเช่นกัน


“น้ำมันโลก” ยังคงผันผวนต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ยากเมื่อ “สหรัฐ-อิหร่าน” เปลี่ยนแปลงรายวัน สู้ไป คุยไปแบบนี้


ทิศทางดอกเบี้ยของ “ธ.กลางสหรัฐ” (Fed) ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดยังคงจับตาใกล้ชิดเช่นเดียวกัน


ทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นเช่นไร ควรปรับกลยุทธ์รับมือยังไงนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจาก “บล.บลูเบลล์” (BLUEBELL) พร้อมกันได้เลย


 


“เลือกถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด
…เน้นธีมเติบโตชัดเจน ควบคู่ “หุ้นกู้” คุณภาพดี

โดย “รามรัตน์ จารุรัตน์จามร” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า บล.บลูเบลล์ บอกว่า ราคาน้ำมันอาจลดลงจาก “จุดสูงสุด” แล้ว แต่แรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานยังไม่หมดไปในทันที แม้เส้นทางเดินเรือสำคัญจะกลับมาเปิดดำเนินการแล้ว แต่อุปทานน้ำมันในตลาดโลกยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ทั้งจากการกลับมาเดินเครื่องผลิตของแท่นขุดเจาะ การตรวจสอบความปลอดภัยของระบบผลิตและขนส่ง รวมถึงการทยอยกลับมาของกองเรือบรรทุกน้ำมัน นอกจากนี้ ความต้องการเติมคลังสำรองน้ำมันของหลายประเทศหลังช่วงวิกฤต จะยังเป็นแรงพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับตัวลงแรงในระยะสั้น นั่นทำให้ต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับที่กดดันบางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจดั้งเดิมที่ใช้พลังงานเข้มข้น


ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ระยะยาว เช่น AI, Semiconductor, Cloud, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ยังมีแนวโน้มเติบโตได้โดดเด่น


(รามรัตน์ จารุรัตน์จามร)


“ครึ่งหลังปี26 ภาพการลงทุนจะเป็นลักษณะ ‘K-Shape’ ผลตอบแทนแต่ละกลุ่มสินทรัพย์จะแยกขั้วชัดเจน หัวใจของการลงทุน คือ การเลือกให้ถูกกลุ่มมากกว่าเลือกถูกตลาด เลือกธีมและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโครงสร้างการเติบโตชัดเจน ไม่ใช่การไล่ตามดัชนีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาคุณภาพของกลุ่มอุตสาหกรรม ความสามารถในการรักษาอัตรากำไร และโอกาสเติบโตของกำไรในระยะต่อไป ควบคู่ หุ้นกู้ คุณภาพดี เพื่อเสริมกระแสเงินสดและลดความผันผวน”


หวั่น “
Fed” เข้มงวด “นโยบายการเงิน” กว่าคาด กระทบ “ทองคำ-ตลาดเกิดใหม่”...แนะ “ไต้หวัน-เหลีใต้” กระทบน้อย เหตุ “พื้นฐานแกร่ง-กำไรโตดี-โตตาม AI”

อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ท่าทีของ “ธ.กลางสหรัฐ” (Fed) ที่เริ่มสะท้อนแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นกว่าที่คาด หากเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย และตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า และสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์บางกลุ่ม โดยเฉพาะ “ทองคำ” และ “สินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่” ที่อ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย


“อย่างไรก็ตามตลาดเกิดใหม่บางประเทศอาจไม่ได้รับผลกระทบเท่ากัน โดยเฉพาะตลาดที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงและอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน AI เช่น ไต้หวัน และ เกาหลีใต้ ซึ่งยังมีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก แม้เผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากการเติบโตของกำไรในกลุ่ม ‘Semiconductor’ และ ‘AI Infrastructure’ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ”


“บลูเบลล์” ยังคงมุ่งนำเสนอมุมมองการลงทุนและคัดเลือกผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ ภายใต้แนวคิด “เชี่ยวชาญเป็นเลิศ เคียงข้างนักลงทุนอย่างจริงใจ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดพอร์ตและปรับกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี26 นี้


แนะสร้างสมดุลระหว่าง “โอกาสเติบโต”
& “การบริหารความเสี่ยง...ฝ่าตลาดผันผวนครึ่งปีหลัง

เช่นเดียวกับ “ณัฐพร ศรีเทียมทอง” ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ บล.บลูเบลล์ ที่แนะนำว่า ภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน นักลงทุนควรจัดพอร์ตให้สมดุลระหว่าง โอกาสเติบโต และ การบริหารความเสี่ยง โดยใช้ “กองทุนหุ้นทั่วโลก” เป็น Core Portfolio เพื่อสร้างฐานพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงและเติบโตระยะยาว แนะนำ ES-GCORE จากจุดเด่นด้านการลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลก และอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่อยู่ในระดับเหมาะสม


(ณัฐพร ศรีเทียมทอง)


“พร้อมเสริมโอกาสลงทุนจากเมกะเทรนด์ AI ผ่านกองทุนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แนะนำ SCBSEMI(A), A-ASEMI, ES-GRID, DAOL-SUPERAI, DAOL-KOREAX และ DAOL-TAIWANEQ ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน Data Center และตลาดหุ้นสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI อย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน”



สำหรับสินทรัพย์อื่นๆ ที่น่าสนใจ แนะนำ

- “ทองคำ/กองทุนทองคำ”: เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวน แนะนำมี 6 – 8% ของพอร์ต ในฐานะ Portfolio Diversifier จากแรงหนุนของการสะสมทองคำของ “ธ.กลางทั่วโลก” และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่


- “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น”: ควรมีน้ำหนักลงทุนบางส่วน จากโอกาสการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง ทั้งการสิ้นสุดภาวะเงินฝืด การปรับขึ้นค่าจ้าง การปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียน และการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่สะท้อนเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น


- “หุ้นกู้บริษัทไทยคุณภาพดี”: ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ตผ่านดอกเบี้ยรับอย่างสม่ำเสมอ และช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อเทียบกับ
การลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวนตามทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐ


ทั้งหมดนี้คือมุมมองการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี26 ที่ยังมองเห็น “โอกาสการลงทุน” ในท่ามกลาง “ความผันผวน” เพียงแต่ต้อง “เลือกให้ถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด พร้อมสร้างสมดุลระหว่าง “โอกาสเติบโต” & “การบริหารความเสี่ยง” เท่านั้นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Most Viewed
Wealth EZ
หา “แรงบันดาลใจ” ในการเก็บเงิน !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ตะวันออกกลางเดือด ดันราคาน้ำมันฟื้น หนุนหุ้นพลังงาน-ปิโตรฯ พุ่งแรง โบรกฯ แนะเก็งกำไร PTTEP-PTTGC-IVL
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
วันของปู่! SET ปิดพุ่งกระฉูด 35 จุด รับแรงซื้อคืนหุ้นใหญ่หนุนดัชนี DELTA-GULF-TRUE ยังเป็นเดอะแบก
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“BLUEBELL” ชี้ครึ่งปีหลังผลตอบแทนสินทรัพย์ “ต่างกันสุดขั้ว”... แนะ “เลือกถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด เน้นธีมเติบโตชัดเจน ควบคู่ “หุ้นกู้” คุณภาพดี !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
จาก “โลกเดือด” สู่ “ทางรอด” กับ “Green Mission by Chula x GULF ปี 3”
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us