กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ประกาศแผนปี 65 ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ โต 10% ครึ่งปีหลังเริ่มปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดกลยุทธ์ปี 2565 ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ 312,300 ล้านบาท โต 10% และมียอดสินเชื่อใหม่ 84,600 ล้านบาท หรือโต 11% พร้อมก้าวสู่โลกการเงินยุคใหม่ มุ่งใช้ระบบดิจิทัลและข้อมูลในการทำธุรกิจสำหรับอนาคต ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการ พัฒนาศักยภาพองค์กร ตลอดจนการจับมือพันธมิตรเพื่อสร้างความเติบโต
โดย นางสาวณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล กล่าวว่า ในปี 2565 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 312,300 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 10% และมียอดสินเชื่อใหม่ 84,600 ล้านบาท เติบโต 11% รวมถึงมียอดสินเชื่อคงค้าง 149,600 ล้านบาท หรือเติบโต 7% เนื่องจากบริษัทคาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อของผู้บริโภคจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค. - ก.พ. 2565) ที่เติบโตสูงถึง 12-13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยวและการเดินทาง
“ปี 2565 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเริ่มชะลอลงบ้าง จากการระบาดของไวรัสโอมิครอน รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังมีปัจจัยหนุนจากมาตรการพยุงกำลังซื้อประชาชน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อในปีนี้ คาดว่าการแข่งขันจะสูงขึ้น รวมไปถึงจะเห็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินกับธุรกิจต่างๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ มากขึ้น และผู้ประกอบการมีแนวโน้มจะนำเอาระบบดิจิทัลและข้อมูล มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตในรูปแบบดิจิทัล หรือการขอสินเชื่อแบบดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปิดรับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น”
ส่วนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทวางไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1. ใช้ระบบดิจิทัลและข้อมูลในการทำธุรกิจสำหรับอนาคต โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศน์ดิจิทัล ผ่านการขยายแพลตฟอร์มข้อมูล และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการใหม่ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งการพัฒนาบัตรเครดิตดิจิทัลใหม่ๆ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ รวมถึงบริการใหม่ๆ เช่น การปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ที่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย และคาดว่าจะเริ่มให้บริการในครึ่งปีหลังของปี 2565, การขยายจุดรับบริการยืนยันตัวตนในการสมัครบัตรในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์, พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ในแอป UCHOOSE เช่น บริการเบิกเงินสดจากวงเงินบัตรผ่านแอปโดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร, บริการผ่อนก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL – Buy Now Pay Later) ผ่านแอป ซึ่งสามารถขอทำรายการผ่อนชำระสินค้าด้วยตนเอง รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น
2.สร้างการเติบโตโดยผสานความร่วมมือกับบริษัทในเครือกรุงศรี และพันธมิตรชั้นนำทางธุรกิจ รวมทั้งขยายธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อยสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการทำงานแบบ Krungsri One Retail ซึ่งจะผสานความร่วมมือระหว่างหลายกลุ่มธุรกิจในเครือกรุงศรี เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูล ผลิตภัณฑ์ และช่องทางการขาย โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในธุรกิจ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรโมชันที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า พร้อมกับการปรับโมเดลธุรกิจเพื่อแสวงหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ เช่น นำเสนอบริการ Call Center as a Service, Collection as a Service เพื่อให้บริการกับพันธมิตร เป็นต้น รวมทั้งขยายธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อยสู่ภูมิภาคอาเซียน เช่น สปป.ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ผ่านความร่วมมือกับบริษัทในเครือกรุงศรีในภูมิภาค
และ 3. การพัฒนาศักยภาพองค์กร โดยเฉพาะการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวทันโลกธุรกิจยุคใหม่ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่โลกการเงินแห่งอนาคต
ปี 64 ยอดช้อปปิ้งออนไลน์ยังเติบโตก้าวกระโดด
สำหรับผลประกอบการในปี 2564 บริษัทมองว่ายังคงเติบโตเป็นที่น่าพอใจ แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 285,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 76,500 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 139,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการบริหารค่าใช้จ่าย พร้อมใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม และช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สำหรับบัตรเครดิตอยู่ที่ระดับ 1.1% ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระอยู่ที่ 2.8% ซึ่งนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในธุรกิจ
ทั้งนี้ หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดเรียงตามยอดใช้จ่าย ได้แก่ 1.ประกันภัย, 2.ช้อปปิ้งออนไลน์และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์, 3.ไฮเปอร์มาร์ทและซูเปอร์มาร์เก็ต, 4. ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน และ 5. ปั๊มน้ำมัน ส่วนหมวดการใช้จ่ายที่มีอัตราเติบโตมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1.ช้อปปิ้งออนไลน์และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 55%
2.ไอทีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 12%
3.ปั๊มน้ำมัน เติบโต 11%
4.ประกันภัย เติบโต 9%
และ 5. ตกแต่งบ้านและของใช้ในครัวเรือน เติบโต 8%
ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ยอดการช้อปปิ้งผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเพิ่มสูงขึ้นถึง 55% เทียบกับปี 2563 ขณะที่ยอดใช้จ่ายในห้างสรรพสินค้ายังคงทรงตัว แต่ที่น่าสนใจคือ ยอดใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของหมวดห้างสรรพสินค้าเติบโตถึง 62% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับตัวของทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ที่ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น มีการปรับรูปแบบเป็นการขายของแบบออมนิแชนเนล คือ ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
