จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น

สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกและบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงมีมาตรการกำกับดูแลราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน นักลงทุนจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกโดยตรงจากสภาวะตลาดในปัจจุบัน


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินทิศทางกลุ่มพลังงาน โดยคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" (Neutral) หลังซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) ชั่วคราว เนื่องจากถูกโดรนโจมตี ส่งผลกระทบต่อการลำเลียงน้ำมันคิดเป็นราว 4% ของอุปทานโลก และอาจต้องใช้เวลาซ่อมแซมนาน 5–6 สัปดาห์ ประกอบกับกลุ่มฮูตีได้เข้าควบคุมเกาะยุทธศาสตร์ในทะเลแดง ดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุระดับ 107–108 ดอลลาร์/บาร์เรล


อย่างไรก็ตาม ฝั่งปัจจัยในประเทศทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติขยายเวลาปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลลง 2.40 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 46 วัน (ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. – 31 ต.ค. 2569) ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันค่าการกลั่นและผลการดำเนินงานระยะสั้นของกลุ่มโรงกลั่น


บล.ดาโอ จึงแนะนำเน้นเลือกลงทุนในหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP (แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 180.00 บาท) ซึ่งได้ประโยชน์สูงสุดจากทิศทางราคาน้ำมันดิบขาขึ้น และแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน