ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้นสูงสุดรอบ 5 เดือน จี้รัฐจัดแพคเกจใหญ่กระตุ้นศก.5แสนลบ.

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคฯเดือนต.ค.เป็นบวกเดือนที่2 หลังรัฐคลายล็อกดาวน์-ลดเคอร์ฟิวส์ แต่กังวลเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า แนะออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายก้อนใหญ่ 5 แสนล้าน


รศ.ดร.ธนวรรธน์  พลวิชัย  อธิบการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  เปิดเผยถึงผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2564   ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นมา เนื่องจาก ศบค. ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 29 จังหวัดเพิ่มเติม


รวมถึงการลดเวลาเคอร์ฟิวลงในเดือนตุลาคมนี้  และการประกาศเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้มมาในประเทศได้รวมถึงการเลิกเคอร์ฟิวในเดือนพฤศจิกายน ประกอบกับการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่คาดว่าจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนไทยในการบริโภคและการท่องเที่ยเที่ยวเพิ่มขึ้น ตลอดจนค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมีมากขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะเข้ามาหมุนเวียนเพิ่มเติมในระบบเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาทจะทำให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้มงในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก  


ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 37.8 40.3 และ 53.5 ตามลำดับ โดยปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกันยายน ที่อยู่ในระดับ 35.5 37.8 และ 50.8 ตามลำดับ


ทั้งนี้แม้การปรับตัวดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการในเดือนนี้ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค  ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 41.4 เป็น 43.9  แต่ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าจากวิกฤตโควิด -19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งยังคงส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต โดยยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้


การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นมา โดยผู้บริโภคเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในประเทศไทยจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและผู้เสียชีวิตรายวันประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มลดลง ประกอบการฉีดวัคซีนในประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รวมถึงการคลายล็อกดาวน์และการเปิดประเทศ จะส่งผลในเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวมากขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นต้นไป และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัว 1- 1.5%


อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมรองรับในช่วงไตรมาสแรกปี2565 อีกประมาณ 5 แสนล้านบาท ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านโครงการคนละครึ่ง โครงการช้อปดีมีคืน โครงการจ้างงานผู้จบใหม่, การจ้างงานเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น  โดยเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวจะช่วยให้จีดีพีขยายตัวได้ 3-4% จากเป้าที่ตั้งไว้ 5% โดยภาวะเศรษฐกิจจะกลับคืนสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ในปี 2562 ได้
Post Today

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us