“ตลาดพัฒนาแล้ว” หลบไป-“ตลาดเกิดใหม่” กำลังมา… แนะเลือกรายปท.ลงทุน ชู “จีน-อินเดีย-อาเซียน” เด่นสุด !!!

Fun of Funds: “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกันกับ “ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว” ด้วยเซนทิเม้นท์เชิงลบที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นโดยรวมทั่วโลกทั้งเรื่องสงครามยูเครน-รัสเซีย ดอกเบี้ยขาขึ้น และเงินเฟ้อสูงทั่วโลก


แต่ในระหว่างที่ “ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว” ยังเกิดปัจจัยกดดันอย่างตัวนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทางฝั่งของ “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” ก็ยังอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวซึ่งเป็นคนละวัฎจักรกับฝั่งตลาดพัฒนาแล้ว


โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในฝั่ง “จีน” “อินเดีย” และ “อาเซียน” ในช่วงที่ผ่านมาที่ต่างกับฝั่งตลาดพัฒนาแล้วชัดเจน


จึงเกิดเป็นข้อสงสัยขึ้นว่า จะถึงเวลาลงทุนในตลาดหุ้นดังกล่าว...หรือว่าสายไปแล้วหรือไม่ที่จะลงทุน ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็จะพาผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจไปหาคำตอบกัน



มองบวก “หุ้นจีน” ครึ่งปีหลัง...แนะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้น

ล่าสุดทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ได้หั่นคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง โดยเฉพาะในประเทศ “ตลาดพัฒนาแล้ว” ที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก ในส่วนของฝั่ง “ตลาดเกิดใหม่” เองแม้จะมีการปรับลงแต่ก็ถือว่ายังทรงตัวในระดับที่สูง เช่น อาเซียน-5’ คงการเติบโตปีนี้ที่ 5.3% และปีหน้า 5.1%,  ‘อินเดียปีนี้โต 7.4% ปีหน้า 6.1% และจีนปีนี้คาดโตเหลือ 3.3% แต่จะกลับมาโตขึ้นในปีหน้าเป็น 4.6%


โดย “ภูริพัฒน์ ละเอียดธนะกิจ” นักกลยุทธ์ด้านการลงทุน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb ได้ให้มุมมองว่า การฟื้นตัวของ “ตลาดหุ้นจีน” ที่มีความหวังว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนได้รับผลกระทบจากนโยบายของทางการที่เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและกระทบกับการเติบโตในระยะสั้น


“รวมทั้งได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการ Zero-COVID ที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีนอย่างเข้มงวดเพื่อให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนเป็นศูนย์ แต่การคลายล็อกดาวน์ก็ทำให้ความหวังในการลงทุนในตลาดหุ้นจีนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง และส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่น่าสนใจมากขึ้น”


สำหรับการลงทุนใน “หุ้นจีน” มีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนในหุ้นจีนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากท่าทีของทางการจีนที่มีแนวโน้มผ่อนคลายกฎระเบียบ และเน้นกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากที่ในปีก่อนต่อเนื่องถึงต้นปีนี้ ตลาดหุ้นจีนถูกกดดันจากกฎเกณฑ์ของทางการเป็นอย่างมาก


“อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ทางการกำหนดไว้ในระดับ 5.5% โดยเฉพาะจากมาตรการ Zero-COVID ที่ใช้การล็อคดาวน์เพื่อพยายามควบคุมยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ให้เป็นศูนย์ ดังนั้นหากเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ อาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีนได้”


ทั้งนี้ การที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงมาเป็นอย่างมากตั้งแต่ช่วงปีก่อน ทำให้ระดับของดัชนีทั้ง H-Share และ A-Share อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเดิมอยู่มาก เราจึงปรับคำแนะนำการลงทุนในหุ้นจีนจากคงน้ำหนักการลงทุน เป็น “เพิ่มน้ำหนักการลงทุนเล็กน้อย” โดยมีกองทุนแนะนำ คือ TMBCOF, TMB-ES-CHINA  และ UCI





“ตลาดเกิดใหม่” ศก.ยังขยายตัว
-ไม่เกิดศก.ถดถอย...“การเปิดเมือง” ทำให้ศก.หลายปท.กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี ประกอบไปด้วย เศรษฐกิจของ “กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่” โดยรวมยังอยู่ในทิศทางของการขยายตัว แม้จะเป็นการขยายตัวที่ชะลอลงจากปีก่อน แต่ก็ยัง “ไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย” อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโต และพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน


“ด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะยังทรงตัวในระดับสูงในช่วงไตรมาส 3 ก่อนที่จะชะลอลงในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งจะกดดันให้ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้”


สุดท้าย “การเปิดเมือง” เปิดเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป แม้ว่าเงินเฟ้ออาจกระทบกับกำลังซื้อหรือการบริโภคไปบ้าง แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะอยู่ในทิศทางที่กลับมาเป็นปกติมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยตรง



แนะเลือกลงทุนรายภูมิภาคในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” ลงทุน...ชู “หุ้นอินเดีย” และ “หุ้นอาเซียน” ฟื้นตามศก.ที่เข้าสู่ภาวะปกติ

จากปัจจัยข้างต้นนักลงทุนที่สนใจอาจจะต้องคัดเลือกการลงทุนเป็นรายประเทศหรือภูมิภาค ที่ยังมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อที่ไม่สูงจนเกินไป รวมถึงได้ประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งกลุ่มประเทศที่เราแนะนำจะเป็น “ตลาดหุ้นอินเดีย” และ “อาเซียน”


“เนื่องจากเป็นตลาดที่มีผลการดำเนินงานได้สูงกว่าตลาดหุ้นโลกได้ในช่วงครึ่งปีแรก จะยังคงสามารถทำผลการดำเนินงานได้สูงกว่า ได้ต่อในช่วงครึ่งปีหลัง จึงยังคงคำแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเล็กน้อยในกองทุนหุ้นอินเดีย และหุ้นอาเซียน ซึ่งมีกองทุนแนะเป็น TMBINDAE และ KT-ASEAN-A



“การปรับดอกเบี้ยตามสหรัฐ”...ความเสี่ยงหลักของกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่”

สำหรับความเสี่ยงหลักของการลงทุนใน “ตลาดเกิดใหม่” จะยังคงหนีไม่พ้นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดซึ่งจะกดดันให้ธนาคารกลางของตลาดเกิดใหม่ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตาม เพื่อป้องกันเงินทุนไหลออก รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มแข็งค่าจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดก็เป็นอีกปัจจัยเร่งที่ทำให้เงินทุนไหลออกเช่นกัน


“อย่างไรก็ตามเงินทุนมีแนวโน้มที่จะไหลออกจากประเทศที่มีพื้นฐานทาง เศรษฐกิจที่อ่อนแอ หรือเผชิญกับ เงินเฟ้อที่สูง ก่อน ดังนั้นกลุ่มประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และมีเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่จัดการได้ มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบที่จำกัด”


ที่ผ่านมาต้องบอกว่า “หุ้นตลาดเกิดใหม่” เองนั้น Underperform “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” มาตลอดอย่างต่อเนื่อง แต่ในครั้งนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและความสนใจของนักลงทุนต่อตลาดนี้มากขึ้น โดยแฉพาะความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของ “ตลาดพัฒนาแล้ว” กำลังต้องเผชิญ อย่างไรก็ตามยังคงต้องเลือกเป็นรายประเทศหรือภูมิภาคที่น่าสนใจเพื่อลงทุนเป็นสำคัญ

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us