ใครว่า “ตราสารหนี้” ผลตอบแทน “สู้เงินเฟ้อ” ไม่ได้?
Fun of Funds: ทำไม “ตราสารหนี้” ยังคงน่าสนใจแม้ในช่วงที่ “เงินฟ้อสูง” ปีนี้บรรยากาศการลงทุนค่อนข้างคึกคัก ทั้งของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะ “หุ้นกู้” ที่บริษัทแห่กันออกมาขายกันเป็นว่าเล่น
“ผลตอบแทน” ก็ตามเครดิตและอายุของหุ้นกู้นั้นๆ เป็นสำคัญ อย่างเรทติ้ง BBB อายุ 2 ปี อยู่ที่ 4.46% อายุ 5 ปี 5.3% “สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก” มากแบบนี้ ไม่แปลกใจว่าทำไมเสียงตอบรับจากนักลงทุนแรงดีไม่มีตก !!!
แม้ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดเดือนก.ค.22 จะยังสูง 7.61% สูงกว่าผลตอบแทนของ “หุ้นกู้” ในปัจจุบัน แต่ถ้ามอง “กรอบเงินเฟ้อ” ของภาครัฐระดับ 1 – 3% แล้วนั้น หลังเงินเฟ้อปรับตัวลงผลตอบแทนของ “หุ้นกู้” ก็ยังชนะเงินเฟ้อได้สบายมาก
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสที่จะหยิบมุมมองการลงทุนและคำแนะนำใน “ตลาดตราสารหนี้” มาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกัน
อัตราผลตอบแทน “ตราสารหนี้ภาคเอกชน” ณ วันที่ 27 ก.ค. 22

(ที่มา: www.thaibma.or.th)
คาด “เงินเฟ้อ” แนวโน้มชะลอตัว...มั่นใจ “หุ้นกู้” ผลตอบแทน “สู้เงินเฟ้อ” ได้
หากพูดถึง “ตราสารหนี้” นักลงทุนส่วนใหญ่คงนึกไปถึงความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดทุนเป็นอันดับต้นๆ ด้วยความผันผวนที่ต่ำและยังมาพร้อมกับผลตอบแทนที่มั่นคง (ถ้าไม่ Default ไปก่อนนะ)
แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานั้น สินทรัพย์ดังกล่าวได้ถูกลดทอนความน่าสนใจจาก “ตราสารทุน” (หุ้น) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าโดยเฉพาะในยามที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19
ซึ่งในปีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่นักลงทุนตราสารหนี้เองต้องฝ่าฟันอุปสรรคของตลาดที่ค่อนข้างแกว่งและผันผวนเร็ว อีกทั้งยังต้องเจอกับภาวะตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมาคอยเขย่าตลาดเป็นระยะอีกด้วย

(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)
โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ให้มุมมองว่า จากคาดการณ์คาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ที่ 6.5% ยังไม่มีตราสารหนี้รุ่นอายุ 1 ปีที่สามารถทำผลตอบแทนมาชนะตัวเลขเงินเฟ้อได้ แต่คาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อในปีถัดไปที่จะอยู่ในระดับ 2-2.5% นั้นเชื่อว่าการลงทุนตราสารหนี้เป็นเครื่องมือที่จะมารับมือกับเงินเฟ้อได้
“ซึ่งระยะเวลาในการลงทุนที่เหมาะสมหรือรับมือได้จะเป็นช่วงระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะเป็นการลงทุนระยะ 5 ปี และลงทุนตราสารหนี้ เครดิตเรตติ้ง BBB-AAA ยังมีโอกาสที่ให้ผลตอบแทนได้ดีและสามารถชนะเงินเฟ้อได้ (หุ้นกู้อายุ 5 ปี เรทติ้ง AAA ผลตอบแทน 2.85%, เรทติ้ง BBB 5.30%, ที่มา: thaibma.or.th, ณ วันที่ 27 ก.ค. 22) ซึ่งในปีนี้ภาคเอกชนก็มีการตื่นตัวที่จะออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งในกลุ่มรุ่นอายุที่ยาวและมีเครดิตเรตติ้งที่สูง”
แนะ “จัดทัพลงทุน” ตามวัตถุประสงค์...ชู “พันธบัตร-ระยะยาว” & “หุ้นกู้-ระยะสั้น” สู้เงินเฟ้อ
แต่การจัดพอร์ตการลงทุนที่ดีนักลงทุนควร “จัดทัพลงทุนมุ่งวัตถุุประสงค์” โดยจำเป็นที่จะต้องมี “กองหน้า” อย่าง “หุ้น” ที่จะมาช่วยสร้างความมั่งคั่งและผลตอบแทนในระยะยาวได้ ส่วน “กองกลาง” อย่าง “ตราสารหนี้” ที่จะช่วยสร้างกระแสเงินให้ออกมาใช้จ่ายได้และยังสามารถรักษาอำนาจได้
ส่วน “กองหลัง” อย่าง “ตราสารหนี้ระยะสั้น” คุ้มครองเงินต้น และให้สภาพคล่อง แต่อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนควรเข้าใจและให้สำคัญการลงทุนเพื่อให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ว่าลงทุนได้สั้นหรือยาว รับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด และอีกหนึ่งความสำคัญจะต้องมีการกระจายความเสี่ยง

“โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงก็อาจจะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วนมาก แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากแต่ยังความผันผวนในระยะกลางตราสารหนี้อย่าง พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนได้และสามารถรับมือกับเงินเฟ้อได้”
ซึ่งพันธบัตรรัฐบาล ที่แนะนำจะเป็นการลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาล-ระยะกลางถึงยาว” ตั้งแต่ 3-10 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3-4% ต่อปี และหากผู้ลงทุนรับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้น สามารถลงทุนในอายุพันธบัตรที่ยาวขึ้น ผลตอบแทนจะสูงขึ้น รวมถึง “หุ้นกู้เอกชน-ระยะสั้น” อายุเฉลี่ย 1-3 ปี ขึ้นไป ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% ต่อปี ก็ “ต่อสู้เงินเฟ้อ” ได้เช่นกัน
สำหรับนักลงทุนทั่วไปปัจจุบันก็มี “หุ้นกู้” ที่เปิดให้รายย่อยเข้าถึงได้มากขึ้นผ่านแอพ “เป๋าตังก์” ก็มี หรือจะลงทุนผ่าน “กองทุนตราสารหนี้” ก็ได้ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเข้าถึงการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ได้เช่นเดียวกัน
