เตือน!!...“หุ้นยุโรป” เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไป... “ถูกแล้ว-มีถูกกว่า” พร้อมดิ่งรับ ‘ศก.ถดถอย’ ครึ่งปีหลัง !!!
Fun of Funds: “หุ้นยุโรป” เป็นอีกตลาดที่ได้รับผลกระทบไป “เต็มๆ” ทรงไม่สู้ดีเท่าไรนักตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน-รัสเซียขึ้น และผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ส่อแววจะ “อาการหนัก” จนอาจจะเข้าสู่ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ในครึ่งปีหลังนี้ได้เลยทีเดียว
สะท้อนผ่านดัชนี “EURO Stoxx600” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดิ่งลงไปแล้ว -11.61% !!!
จนทำให้กลุ่ม “กองหุ้นยุโรป” ยกแผงแดงทั้งกระดานไปตามๆ กัน มีผลตอบแทนติดลบตั้งแต่ -8.35% ถึง -35.56%
เห็นแบบนี้ อย่าคิดว่า “เจอของถูก” ตลาดย่อมาให้รับแล้วนะ อาจเจอ “ถูกแล้ว-มีถูกกว่า” เพราะราคายังซึมซับข่าวร้ายไม่หมดนั่นเอง
ด้วยภายใต้แรงกดดันดังกล่าวทำให้นักลงทุนไม่น้อยที่เริ่มจะโยกเงินออกจาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ไปยังตลาดหุ้นอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงหรือแรงกดดันที่น้อยกว่าเพื่อจับตาดูตลาด
ซึ่งคำถามและข้อสงสัยอย่าง “ช่วงเวลาหรือจังหวะไหนกัน?” ที่จะสามารถกลับเข้าไปได้อีกครั้ง ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้มีมุมมองและคำแนะนำมาฝาก

(ที่มา: Google Finance)
คาด “ศก.ยุโรป” เริ่มถดถอยครึ่งปีหลัง...แนะ “ชะลอการลงทุน”
หากพูดถึงประเทศที่มีขนาดของเศรษฐกิจและตลาดทุนอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก แน่นอนว่านักลงทุนอาจจะนึกถึง “สหรัฐฯ” เป็นอันดับแรก แต่ก็ยังมี “ยุโรป” ที่มีขนาดที่ใหญ่ไม่แพ้กัน
แต่สถานการณ์ของเศรษฐกิจและตลาดของ 2 ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันเองก็ยังไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะใน “ยุโรป” ที่ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างความขัดแย้งทางการเมืองของรัสเซียและยูเครนที่ยืดยื้อ จนทำให้ “เศรษฐกิจชะลอตัว” ลงเหลือ 3.9% ในไตรมาสที่2/22 จากไตรมาสแรก 5.4% ในขณะที่ “เงินเฟ้อสูง” ในเดือนก.ค.ขยับเป็น 8.9% จากมิ.ย.ที่ 8.6%
“จนทำให้ ‘ธนาคารกลางยุโรป’ (ECB) ต้องขยับดอกเบี้ยขึ้นแรง 0.5% ในเดือนก.ค. หลังกดดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์มาตั้งแต่ปี2011 เลยทีเดียว และล่าสุดทาง ‘กองทุนการเงินระหว่างประเทศ’ (IMF) เองก็ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจยุโรปปีนี้ลงเหลือ 2.6% และปีหน้า 1.2% ชะลอตัวต่อเนื่อง”

(ศุภกร ตุลยธัญ)
โดย “ศุภกร ตุลยธัญ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด ให้มุมมองถึงการลงทุนใน “หุ้นยุโรป” ว่า คำแนะนำในการลงทุนตลาดดังกล่าวอยากจะให้นักลงทุน “รอดูจังหวะไปก่อน” เนื่องจากในระยะข้างหน้ายังมีปัจจัยเชิงลบที่ยังคอยกดดันตลาดอยู่
“ปัจจัยแรกอย่างภาวะของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มว่าจะ ‘เริ่มถดถอย’ ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นประเทศแรกที่เข้าสู่ภาวะดังกล่าวและรองลงมาจะเป็นประเทศสหรัฐฯ ซึ่งทางธนาคารกลางยุโรปก็ได้มีการปรับลดคาดการณ์อัตราขยายตัวของจีดีพีและปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2565 ถึง 2567 เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัว”
ชี้ “หุ้นยุโรป” ยังสะท้อนข่าวร้ายไม่หมด...แนวโน้ม “ร่วงรับศก.ถดถอย”
สำหรับนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทาง “ธนาคารกลางยุโรป” ได้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ไปในการประชุมเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งตามจำนวนในการประชุมสามครั้งที่เหลือ ด้วยตัวเลข 0.25% ต่อครั้ง
“ภาพการลงทุนส่วนใหญ่ของนักลงทุนจะคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่เมื่อใดก็ตามที่การเติบโตนั้นเริ่มที่จะลดลงก็จะเป็นตัวสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงตามไปด้วย ซึ่งใน 3 ประเทศหลักอย่าง สหรัฐฯ ยุโรป และจีน ประเทศที่มีการเติบโตได้ที่ดีที่สุดก็คือ ‘จีน’ มีความน่าสนใจที่สุด” นาย ศุภกร กล่าวเพิ่มเติม
การถดถอยของเศรษฐกิจยุโรปนั้นจะมาจากปัญหา “ราคาก๊าซธรรมชาติ” ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปมากกว่าที่คาดไว้ก็ได้ ปัจจัยลบดังกล่างยังสะท้อนเข้าไปใน ราคาหุ้นไม่หมด และจะส่งผลกระทบต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนในยุโรปเช่นเดียวกัน ดังนั้น ใครที่ยังไม่มี “หุ้นยุโรป” ก็ไม่ต้องรีบลงทุนให้ “เลี่ยงไปก่อน” เพราะที่ว่า “ถูกแล้ว” อาจมี “ถูกกว่า” ได้เช่นกัน
