“หุ้นไทย-เวียดนาม” 2 ตลาดในวงจร ‘ศก.เติบโต’... แนะ “ตลาดย่อ” เป็น ‘จังหวะเข้าลงทุน’-หวังผลระยะยาว !!!
Fund Manager View: ในขณะที่ความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” (Recession) นั้น แต่ก็มีบางประเทศที่ดูเหมือนภาพจะแตกต่างออกไปกำลังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว
“ไทย” และ “เวียดนาม” คือ 2 ประเทศที่วงจรเศรษฐกิจดูจะโตสวนกระแสโลก ล่าสุดทาง “ธนาคารกลางโลก” (World Bank) เองก็เพิ่งปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 3.1% และเวียดนามที่ 7.2% เป็นผู้นำเศรษฐกิจในภูมิภาคในปีนี้
แน่นอนว่า...ความคาดหมายต่อ “ตลาดหุ้น” ทั้ง 2 ประเทศก็มีมากตามกัน ของไทยเองก็มีการปรับเป้าหมายสิ้นปีนี้ขึ้นมาแล้วตัวเลขระดับ 1,750 จุด ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ที่สร้างความแปลกใจให้กับตลาด คือ การปรับตัวลงของ “หุ้นเวียดนาม” แม้เศรษฐกิจในไตรมาสที่3/22 จะประกาศออกมาดีมาก 13.67% ก็ตาม ซึ่งทำให้ตลาดปรับตัวลงมาแล้วตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกว่า -33.32% ในขณะที่ไทย -4.70%
“ของดี ราคาถูก” เป็นคำอธิบายปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน
“หุ้นไทย” แนวโน้มฟื้นตามเศรษฐกิจ...ราคายังถูกกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี-กำไรโตดี แนะ ‘จังหวะเข้าลงทุน’
เศรษฐกิจไทยยังน่าจะได้รับแรงหนุนจากการที่ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่รุนแรงเหมือนในสหรัฐและยุโรป และมองว่าเงินเฟ้อที่จะเริ่มชะลอตัวเมื่อเวลาผ่านไป และเศรษฐกิจคาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ 3-4% ในปีนี้ถึงปีหน้า
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ มองว่า ในช่วงที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นไทย”ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีการปรับฐานลงมาในระดับใกล้เคียง 1,600 จุด อย่างไรก็ดีเชื่อว่าการย่อตัวลงนี้เป็นโอกาสเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้อีกครั้ง เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงมีทิศทางการฟื้นตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวไหลเข้าประเทศไทยมากกว่าเดือนละล้านคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่หลายประเทศเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวออกนอกประเทศโดยที่ไม่ต้องกักตัวเมื่อกลับเข้าประเทศ ขณะที่ประเทศจีนมีโอกาสเริ่มเปิดประเทศภายในกลางปีหน้า

(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“นอกจากนี้ ในแง่ของมูลค่า (Valuation) ของ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ณ วันที่ 27 กันยายนซื้อขายในระดับอัตราราคาปิดต่อกำไรล่วงหน้า 12 เดือน ที่ 14.96 เท่า ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ส่วนคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นปี 2022/2023 อยู่ที่ 5.5% และยังมีโอกาสที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยจะถูกปรับขึ้นอีก จึงมองเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนช่วงตลาดหุ้นไทยย่อยตัว”
“หุ้นเวียดนาม” ปีนี้ลดเป้าดัชนีเหลือ 1,300 จุด...แนะจังหวะตลาดย่อ ‘ทยอยสะสม’-มีติดพอร์ต 5-10% หวังผลระยะยาว
ในขณะที่ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” VNI Index ปรับตัวลงกว่า 4% เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง และค่าเงิน “เวียดนามดอง” (VND) ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม “บลจ.กสิกรไทย” ยังคงมุมมอง “เชิงบวก” จากปัจจัยพื้นฐานของประเทศเวียดนามที่ยังแข็งแกร่งในระยะกลางและยาว แต่ในระยะสั้น มีมุมมอง “ระมัดระวัง” จากข่าวเชิงลบจากภายนอกที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงขึ้น สำหรับปัจจัยพื้นฐานของเวียดนามยังแข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ, เงินลงทุนจากต่างชาติ, การส่งออก และการบริโภคในประเทศ ขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในระดับสูง ที่ +24.1% ปีนี้ และ 16.8% ในปีหน้า
“หุ้นเวียดนาม” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน

(ที่มา: www.tradingview.com)
“อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับ ‘ธนาคารกลางเวียดนาม’ มีแนวโน้มจะปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.5-1% เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นเวียดนามในระยะสั้น จึงปรับเป้าปลายปีนี้ลงมาที่ 1,300 จุด (เป้าเดิม 1,400 จุด) ไม่แนะนำให้จับจังหวะการลงทุน แต่มุ่งเน้นไปที่การจัดพอร์ตและกระจายการลงทุน ราคาหุ้นที่ย่อตัวลงไปมาก เป็นโอกาสให้เข้าทยอยสะสม โดยแนะนำให้ มี ‘หุ้นเวียดนาม’ อยู่ในพอร์ตลงทุน ประมาณ 5-10% ของสัดส่วนพอร์ตหุ้น ขึ้นอยู่กับความสามารถรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนต้องทนความผันผวนระยะสั้นให้ได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้ลงทุนยาว ตั้งแต่ 3-5 ปี ขึ้นไป”
“หุ้นไทย” และ “หุ้นเวียดนาม” จึงถือเป็นอีก 2 ตลาด ที่น่าสนใจ บนพื้นฐานของเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตสวนทางจากเศรษฐกิจโลกในภาพรวม จังหวะที่ “ตลาดย่อตัว” จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนเพื่อเป้าหมายในระยะยาวเป็นสำคัญ
