Official Update :

ถึงเวลา “กองตราสารหนี้โลก” กว่า 68% พลิกผลตอบแทนเป็น “บวก”... แนะ “ปีทอง” ของการลงทุน-เหตุ “ดอกเบี้ยใกล้พีค” !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ต้องบอกว่าเป็นปีของการลงทุนใหม่อีกครั้ง หลังการล่มสลายในปีที่ผ่านมา และหนึ่งในธีมเด่นประจำปีนี้ที่หลายๆ คนอาจนึกไม่ถึง นั่นก็คือ “ตราสารหนี้โลก” นั่นเอง


หลังจากที่ในปีที่ผ่านมาอาการไม่ดีนักเพราะเจอดอกเบี้ยขาขึ้นลากยาวมาตลอดทั้งปี เล่นเอากลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้โลก” แดงเดือดไปทั้งกระดาน


เล่นเอานักลงทุนได้พบประสบการณ์สุดพิเศษที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง ที่จะเห็น “ตราสารหนี้” และ “หุ้น” ดำดิ่งไปพร้อมๆ กัน


แต่ปีนี้ ถือเป็น “ปีทอง” ของตราสารหนี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก “บลจ.” ประสานเสียงต้องกัน แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุน “ตราสารหนี้โลก”


หลังแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่กำลังจะจบลง ความเสี่ยงที่ราคาจะร่วงแรงเหมือนปีที่ผ่านมาก็ลดน้อยถอยลงไปด้วย ในขณะที่โอกาสในการทำกำไรเปิดกว้างจากดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงและมีโอกาสจะปรับตัวลงได้ในอนาคตข้างหน้า


เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในตลาดตราสารหนี้ แต่ก็เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ทำให้เป็นจังหวะของการลงทุนในตราสารหนี้โลกรับการกลับมาของ Bonds are Back” อย่างแท้จริง


อะไรที่ทำให้ “ตราสารหนี้โลก” กลายเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่โดดเด่นในปีนี้นั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย




“กองตราสารหนี้โลก” ผลตอบแทนฟื้นกว่า 68
% ผลตอบแทนเป็นบวก...“ONE-GLOBHY-I” แชมป์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสูงสุด +2.43%,

ย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา การขึ้นดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) อย่างเร็วและรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเงินโลกเพื่อ “สกัดเงินเฟ้อ” ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ “ตลาดตราสารหนี้” อย่างหนัก เพราะราคาดำดิ่งลงสวนทางกับดอกเบี้ยที่ทะยานขึ้นแรง


ซึ่งซากปรักหักพังยังสะท้อนผ่านภาพผลการดำเนินงานของกลุ่ม “กองตราสารหนี้โลก” ย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 28 มี.ค. 23) จาก 75 กองทุน นั้น มีบวกอยู่แค่ 2 กองทุนเท่านั้น โดยผลตอบแทนมีตั้งแต่ -16.69% ถึง +3.47% (แต่ 97% ของกลุ่มผลตอบแทนติดลบ)




อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าตลาดตราสารหนี้เริ่มฟื้นตัวขึ้นและมีอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจขึ้น หลังเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายและเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มส่อแววชะลอตัวลง โดยตลาดมองว่าดอกเบี้ยขาขึ้นเองน่าจะ “ใกล้จุดสูงสุด” แล้ว


สะท้อนผ่าน ผลการดำเนินงานของกลุ่ม “กองตราสารหนี้โลก” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน มี 51 กอง คิดเป็น 68% ที่ผลตอบแทนพลิกฟื้นกลับมาเป็นบวก โดยทั้งกลุ่มทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ -8.91% ถึง +2.43%


สำหรับ Top5 กองทุนที่มีผลงานดีสุด ได้แก่ 1)  ONE-GLOBHY-I +2.43%, 2) UDB-N +2.43%, 3) KKP G-UBOND-H-M +2.36%, 4) SCBGSIF(SSFE) +1.70% และ 5) KT-WCORP +1.57%




ส่วนกองทุน Bottom5 นั้น ได้แก่ 1) KT-CSBOND-A ผลตอบแทนติดลบ -8.91%, 2) SCBOPPR -7.08%, 3) PRINCIPAL GPS-A -3.58%, 4) KFPREFER-A -2.56% และ 5) SCBAUD -2.35%



FED” ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25%....ใกล้จบดอกเบี้ยขาขึ้น-แต่ “ไม่ลดดอกเบี้ย” ปีนี้

ด้าน “บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง มองว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนมี.ค. 23 และส่งสัญญาณว่ายังไม่เสร็จสิ้นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ “วิกฤติธนาคาร” รุนแรงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดทั่วโลก โดยคณะกรรมการ Federal Open Market Committee ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เพิ่มเป้าหมายสำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของรัฐบาลกลางเป็น 4.755.00% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 07 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงิน นับเป็นการชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยเหลือ 0.25% เป็นครั้งที่ 2 หลังจากการปรับขึ้น 0.5% ในเดือนธ.ค. และการปรับขึ้น 0.75% 4 ครั้งก่อนหน้านั้น


(บดินทร์ พุทธอินทร์)



“คณะกรรมการเฟดคาดการณ์ (ตามรายงาน Fed Dot Plot) ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสิ้นสุดในปี23 ที่ประมาณ 5.1% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากค่ากลางจากคาดการณ์ครั้งล่าสุดในเดือนธ.ค. ขณะที่ปี24 เพิ่มขึ้นเป็น 4.3% จาก 4.1%



มองปีทองของการลงทุน “ตราสารหนี้โลก”...เรทติ้งดี-ผลตอบแทนสูงมีอยู่จริง

ในขณะที่ “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่า ปีนี้เป็นโอกาสที่ดีของการลงทุนในตราสารหนี้โลก ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักแต่ก็เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ดอกเบี้ยขึ้นมาจนใกล้จะถึงจุดสูงสุดแล้ว มองเงินเฟ้อปีนี้ก็มีแต่จะปรับตัวลงเพราะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ดอกเบี้ยในปัจจุบันถือเป็นระดับที่น่าสนใจ ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้ Investment Grade ที่คุณภาพดีๆ ในปัจจุบันผลตอบแทนที่ได้สูงระดับ 5% ซึ่งในอดีตจะหาผลตอบแทนระดับนี้เราต้องไปลงทุนในกลุ่ม High Yield


(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)



“ปีนี้ในภาพรวมของการลงทุนจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในปีที่ผ่านมาทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ในปีนี้ เงินสด จะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ตอบโจทย์ให้ลดน้ำหนักลงแล้วไปลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้แทน โดยเฉพาะใน ตราสารหนี้ ปีนี้ถือว่าดีมาก ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่สูงซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อย แนะนำให้กระจายลงทุนไว้ติดพอร์ต”


ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอยู่ที่ 4.75-5.00% น่าจะใกล้จบวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นแล้ว และน่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในปีนี้ก่อนที่จะปรับตัวลงในปีหน้า จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะกระจายการลงทุนใน “ตราสารหนี้โลก” ซึ่งถือเป็นปีทองของการลงทุนที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’