“บลจ.” ชูธีม “พลังงานทดแทน” เป็น Megatrend เด่นสุด... พร้อมโตอย่างแข็งแกร่งไปกับธีม “ESG” ในระยะยาว !!!
Fun of Funds: สำหรับ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) นั้น เป็นของจริงที่กำลังเติบโตอย่างช้าๆ และมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน
ณ สิ้นไตรมาสที่1/23 “กองทุนยั่งยืนทั่วโลก” (Global Sustainable Fund) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 2.75 ล้านล้านดอลลาร์ โดย “กองทุนในยุโรป” ยังคงเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของการลงทุนอย่างยั่งยืนหรือคิดเป็น 84% ของมูลค่ากองทุนยั่งยืนทั่วโลก ตามมาด้วย “สหรัฐ” ที่ 11% (ที่มา: Morningstar Direct, Manager Research, Data as of March 2023)
ซึ่งธีม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (ESG) นี้ เป็นสิ่งที่โลกการลงทุนอยากจะหลีกเลี่ยงและกำลังกระจายไปทั่วทุกมุมโลก โดยมีความร่วมมือของประชาคมโลกเป็นปัจจัยสนุบสนุนหลักที่สำคัญ
และ “พลังงานทดแทน” หรือ “พลังงานสะอาด” ถือเป็นหนึ่งในธีม ESG ที่น่าสนใจสุด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย

“พลังงานทดแทน”...หัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจสำคัญหลายรูปแบบ
โดย “อดิศร เสริมชัยวงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย มองว่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” นับวันแต่จะมีความสำคัญมากขึ้นจนนักลงทุนเองก็ยากจะหลีกเลี่ยงและละเลยได้เช่นกัน ทาง“Bloomberg” คาดว่าภายในปี2025 สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ ESG จะมีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่า 1 ใน 3 ของมูลค่าสินทรัพย์ทั่วโลกที่คาดว่าจะอยู่ที่ 140 ล้านล้านดอลลาร์ และหนึ่งในธีม ESG ที่น่าสนใจก็คือ “พลังงานทดแทน” ที่กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในตลาดโลกตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในฐานะของพลังงานใหม่แห่งอนาคต ที่กำลังจะกลายมาเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจสำคัญหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อจุดประสงค์ Net-Zero ที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกันอยู่ในขณะนี้

(อดิศร เสริมชัยวงศ์)
“ในการประชุมเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) หรือ Davos 2023 เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างนักธุรกิจและนักการเมืองระดับโลก ที่เพิ่งได้จัดไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีธีมหลักคือ ‘Cooperation in a Fragmented World’ ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจนั้นเป็นเรื่องของสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบอย่างชัดเจน ถือเป็นแรงหนุนครั้งใหญ่ที่ทำให้ทั่วโลกมีความต้องการใช้ ‘พลังงานทดแทน’ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ ‘พลังงานทดแทน’ จะส่งผลกระทบเชิงบวกไปถึงกลุ่มธุรกิจรักษ์โลก ภายใต้แนวคิดของ ESG ที่มีความเกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนด้วยเช่นกัน จนได้กลายมาเป็นหนึ่งในเทรนด์การลงทุนที่น่าสนใจของยุคนี้นั่นเอง”
เปิด “3 ธุรกิจ” ที่ได้ประโยชน์จากธีม “พลังงานทดแทน”...เป็นโอกาสการลงทุน
ปัจจัยที่สนับสนุนให้ธีม “พลังงานทดแทน” เติบโตนั้น นอกจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแล้วยังมีความต้องการ้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการที่ “ยุโรป” แบนรถยนต์เชื้อเพลิง ซึ่งเปิดโอกาสลงทุนให้กับกลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน ที่น่าสนใจก็มี 3 ธุรกิจ ได้แก่
1) ธุรกิจรถยนต์ EV มีการขยายตัวและแข่งขันอย่างจริงจัง มีการเปิดตัวโรงงานรถยนต์ EV และโรงงานแบตเตอร์รี่มากขึ้น
2) ธุรกิจผลิตไฮโดรเจนเขียว ในฐานะของพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ที่กำลังถูกผลักดันให้นำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงรถยนต์ EV
3) ธุรกิจแปรรูปชีวภาพ หรือการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรสู่รูปแบบอื่น เช่น พลาสติกชีวภาพ เช้อเพลิงธรรมชาติ เป็นต้น
“สำหรับนักลงทุนแล้ว ‘กลุ่มธุรกิจรักษ์โลก’ นับได้ว่าเป็นโอกาสใหม่ของการลงทุนที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ทั้งในแง่มุมด้านโอกาสและปัจจัยการเติบโตของ ‘ธุรกิจ ESG’ รวมไปถึงประเภทของธุรกิจที่มีแนวโน้มไปได้ดีด้วยเช่นกัน”
“พลังงานสะอาด”...โอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวตาม “Megatrend”
เช่นเดียวกับ “ดารบุษป์ ปภาพจน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง ที่มองว่า แนวโน้มการลงทุนธีม “พลังงานสะอาด” หรือ “พลังงานสีเขียว” จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว สอดคล้องกับ “Megatrend” ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเป็นตัวเร่งในการขับเคลื่อนสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) เป็นเป้าหมายของรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกที่เห็นพ้องต้องการ ซึ่งเป้าหมายในการลดคาร์บอนและการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน กำลังเร่งให้เกิดการสนับสนุนในเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดย Megatrend ระยะยาว กฎระเบียบ นโยบายสนับสนุน นวัตกรรมที่เกิดขึ้นและการลงทุนจำนวนมากกำลังได้รับการส่งเสริมด้วยการลดต้นทุนพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเคลื่อนไหวและสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

(ดารบุษป์ ปภาพจน์)
“เรากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับโลก และมาพร้อมกับโอกาสการลงทุนในบริษัทที่มุ่งเน้นด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน เช่น การผลิตพลังงานหมุนเวียน, อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์, เทคโนโลยีประหยัดพลังงานสำหรับอาคารเทคโนโลยีสมาร์ทกริด, พลังงานลมนอกชายฝั่งที่คาดว่าจะมีการเติบโตถึง 7 เท่าจากปัจจุบันไปจนถึงปี2033, E-mobility ที่ลงทุนในธุรกิจ Semiconductor ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทั้งยังมีการลงทุนในแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และที่เก็บแบตเตอรี่ เป็นต้น เป็นโอกาสการลงทุนที่มาพร้อมการเติบโตที่แข็งแกร่งในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานนั่นเอง”
ธีม “ESG” นั้น เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปได้อีกนาน ตราบเท่าที่คนบนโลกยังห่วงใยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และ “พลังงานทดแทน” ถือเป็นธีมที่โดดเด่นเป็นหนึ่งใน “Megatrend” ที่แข็งแกร่งที่มาพร้อมกับธีม “ESG” เช่นเดียวกัน สำหรับนักลงทุนที่สนใจก็สามารถมีกระจายไว้ติดพอร์ตเพื่อหวังผลในระยะยาวได้เพื่อจะไม่พลาดโอกาสลงทุนครั้งนี้ไปนั่นเอง
