Official Update :

สิ้นสุด “นโยบายการเงินเข้มงวด” ของ Fed… ไม่อยากตกรถ! ขยับพอร์ตตราสารหนี้ “เพิ่มอายุให้ยาวขึ้น” !!!

สาระ Fund วันละนิด: ในวันที่ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐใกล้ถึง “จุดสูงสุด” และกำลังจะกลับลำเข้าสู่วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” ในปีหน้าเป็นต้นไปนั้น


ทำให้มีคำแนะนำการลงทุนในส่วนของ “ตลาดตราสารหนี้” สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ให้ขยับปรับพอร์ตเพิ่ม “อายุตราสารหนี้” ที่ลงทุนให้ยาวขึ้น เพื่อจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในช่วงดอกเบี้ยขาลง


เพราะ “ราคาตราสารหนี้” จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับ “อัตราดอกเบี้ย” นั่นเอง !!!


ซึ่งหนึ่งในกองทุนที่น่าจะตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ก็คงหนีไม่พ้นกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้โลก” ซึ่งปกติแล้วจะมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนยาวกกว่ากองทุนตราสารหนี้ในประเทศชัดเจน


โดยกลุ่ม “Top5” ที่มีผลงานดีสุดช่วง 7 เดือนแรก ทำผลตอบแทนตั้งแต่ 1.58 – 5.90% หรือเฉลี่ย +3.19%


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จะพาไปอัพเดทมุมมองการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่น่าสนใจกัน



ผลตอบแทนตราสารหนี้ฟื้นตัวดีขึ้นในปี
23...หลังดิ่งแรงในปี22 ที่ผ่านมา

สำหรับภาพการลงทุนตราสารหนี้ในครึ่งปีหลังจากนี้ ทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)”มองว่า ควรเน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้” (Bonds) ที่มี “อายุ” (Duration) ที่ยาว โดยอัตราผลตอบแทน (Yield) ระยะยาวในปัจจุบันคาดว่าอยู่ในระดับสูงสุดหรือเข้าใกล้ระดับที่สูงที่สุดแล้ว ขณะที่ตราสารหนี้เอกชน (Corporate bonds) ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล หรือมี “ส่วนชดเชยความเสี่ยง” (Credit spreads) ที่มากพอชดเชยความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้หรือความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงได้




“ในปีนี้ตลาดตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนที่ดีจากที่แย่ในปีก่อนหน้า โดยกลุ่ม Corporate bonds มี Credit spreads ที่ดีและให้ผลตอบแทนดีกว่า U.S. Treasuries ทั้งนี้ Morningstar Corporate Bond Index ปีนี้ +4.30% ขณะที่ Morningstar High Yield Bond Index + 6.81% ซึ่งเป็นผลมาจากผลตอบแทนที่สูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหรือการผิดนัดชำระหนี้ และการมี Credit spreads ที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมานั่นเอง”


คาด
Fed ขึ้นดอกเบี้ยก.ค.เป็นครั้งสุดท้ายและเริ่มลดลงในปี24…แนะ “เพิ่มอายุของตราสารหนี้ให้ยาวขึ้น” -รับดอกเบี้ยขาลง

“Morningstar” คาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในรอบเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาน่าจะเป็นรอบสุดท้าย น่าจะมีความเหมาะสมและคุมอัตราเงินเฟ้อให้ปรับลดลงได้ นอกจากนี้ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวชะลอลง ทำให้คาดว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้าผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.พ. อีกด้วย


และคาดว่าผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวในปัจจุบันน่าจะอยู่ในระดับที่สูงที่สุดหรือเข้าใกล้ระดับสูงสุดแล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงในอีก 6-18 เดือนข้างหน้า ดังนั้นการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่มี Duration ยาวขึ้นน่าจะเป็นจุดที่เหมาะสมในขณะนี้ ขณะที่เปรียบเทียบกับการลงทุนใน “หุ้น” ที่ผ่านมาถือว่าราคาหุ้นในตลาดปรับขึ้นมามากแล้วและภาพของกำไรยังคงถูกกดดันได้จากเศรษฐกิจที่ชะลอ นอกจากนี้ในแง่ Corporate bonds แม้ว่าราคาจะปรับขึ้นมาแล้วในปีนี้ แต่ด้วยภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ถึงขั้นถดถอยและการมี Credit spreads ที่สูงระดับหนึ่งก็ถือว่ามากพอที่จะชดเชยความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหรือการผิดนัดชำระหนี้ได้




“
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ Morningstar คาดว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงในช่วงปี24-25 และทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่ดีจากราคาตราสารหนี้ที่ปรับเพิ่มขึ้น (ราคาตราสารเพิ่มขึ้นจากการที่ดอกเบี้ยปรับลดลง) ส่วนอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรระยะสั้นในปัจจุบันที่อยู่สูงกว่าดอกเบี้ยระยะยาวนั้น (Inverted yield curve) คาดว่าจากนี้จะปรับลดลงได้อย่างรวดเร็วหลังจากการที่นักลงทุนรับรู้และสะท้อนต่อนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยเราคาดว่า Fed-funds rate จะปรับลงเฉลี่ยเหลือ 4.15% และ 2.15% ในปี24 และ25 ตามลำดับ”


ชี้ “ตราสารหนี้” ไม่แพง...เป็นจังหวะซื้อ “กองทุนตราสารหนี้” รับดอกเบี้ยขาลง

เช่นเดียวกับ “สุรเดช เกียรติธนากร” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย ที่มองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ Fed จะเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา แต่สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็เข้าใกล้ “จุดสูงสุด” แล้ว และคาดว่าจะปรับลดลงในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี “ราคาของตราสารหนี้” จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับ “อัตราดอกเบี้ย” ดังนั้น ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นที่อัตราดอกเบี้ยยังสูง ตราสารหนี้จะมีราคาไม่แพง มองเป็นจังหวะเข้าลงทุนเพื่อรอโอกาสทำกำไรในช่วงดอกเบี้ยขาลง


(สุรเดช เกียรติธนากร)


“ทิศทางเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนในหลายประเทศ ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจหลักต่างๆ อาทิ อัตราการว่างงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่ชะลอตัวลง สะท้อนโอกาสการเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย และความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะถูกปรับลงในระยะถัดไป ทำให้ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี (Investment Grade) มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจกว่าตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Bond) เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดตราสารหนี้ และมองว่าตราสารหนี้ยังเป็นทางเลือกการลงทุนที่ช่วยกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation) ให้กับพอร์ตได้ โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนอยู่เช่นปัจจุบัน”


สำหรับภาพการลงทุน “ตราสารหนี้” ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ควรเน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่มีอายุที่ยาว โดยอัตราผลตอบแทน (Yield) ระยะยาวในปัจจุบันคาดว่าอยู่ในระดับสูงสุดหรือเข้าใกล้ระดับที่สูงที่สุดแล้ว และยังจะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงในปีหน้าอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วม พยุงประชาชน-ธุรกิจฝ่าวิกฤต พักหนี้-เติมสภาพคล่อง ลดผลกระทบ หนุนกลุ่มแบงก์-เช่าซื้อ-หุ้นอิงกำลังซื้อภายใน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us