Official Update :

“KWI HCARE-D”...ลุย “หุ้นสุขภาพทั่วโลก” โตไปกับ Megatrend !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Health Care” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นกลุ่ม Health Careและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั่วโลก


นับว่าเป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวที่นักลงทุนตลาดทุนได้ความกังวลลง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้เริ่มส่งสัญญาณปรับลดนโยบายอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2567


ทำให้ “หุ้นเติบโต” (Growth Stock) กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและประเทศเศรษฐกิจหลักทั้งสหรัฐและยุโรปอาจจะเกิด “ภาวะถดถอย” (Recession) ตามมา ความผันผวนยังคงอยู่ “หุ้นคุณค่า” (Value Stock) ที่ธุรกิจโตสม่ำเสมอในทุกภาวะเศรษฐกิจก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน


ดังนั้น ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสนี้เพื่อหยิบยก “กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ” ในกลุ่ม Healthcare ที่น่าสนใจหรืออาจจะเป็นกลุ่มที่นักลงทุนกำลังหาโอกาสการลงทุนมาแบ่งปันกันในครั้งนี้



“KWI HCARE-D”...ลุย “หุ้น Healthcare” ชั้นนำทั่วโลก

โดยกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เคดับบลิวไอ จำกัด ซึ่งมีชื่อว่า “กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ เฮลธ์แคร์ เอฟไอเอฟ ชนิดจ่ายเงินปันผล” หรือ “KWI HCARE-D และด้วยการผลการดำเนินงานที่โดดเด่นจึงถูก “มอร์นิ่งสตาร์” ยกให้เป็นกองทุน “5 ดาว” อีกหนึ่งกอง


สำหรับรายละเอียดของกองนั้น เป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศประเภทฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนในหน่วยกองทุนต่างประเทศเป็นหลักเพียงกองเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 10,042,172 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.93 บาทต่อหน่วย


โดยกองทุนหลักได้แก่ กองทุน ‘Manulife Global Fund – Healthcare Fund (Class AA)’ บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (US) LLC ที่มีนโยบายเน้นลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นของกลุ่มบริษัทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์โดยบริษัทเหล่านี้จะได้รับรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งจากกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์หรือพึ่งพากิจกรรมทางธุรกิจเหล่านี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์”


โดยผู้จัดการกองทุนได้ศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจเพื่อจัดสรรการลงทุนในหลักทรัพย์ โดยแบ่งตามกลุ่มหลักประกอบไปด้วยกลุ่มเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องมือวิเคราะห์ทางการแพทย์ และการให้บริการทางการแพทย์


นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะมีใช้การวิเคราะห์ทางการเงินขั้นพื้นฐานในการระบุแต่ละบริษัทที่มีขนาดต่างๆ กันเพื่อค้นหาบริษัทที่น่าสนใจมากที่สุดภายใต้เงื่อนไขคือ มีรายได้ที่มั่นคง มีศักยภาพในการเติบโตและมีมูลค่าที่เหมาะสม



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ กอง KWI HCARE-D’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักให้น้ำหนักในการลงทุนสูงสุด (ณ วันที่ 31 ต.ค. 23) จะประกอบไปด้วย

-Pharmaceuticals                                      37.90

-Healthcare Equipment & Supplies           17.88

-Healthcare Providers & Services             17.24

-Biotechnology                                          15.95

-Life Sciences Tools & Services                 7.82


“โดยหุ้น To5 ที่ลงทุนก็เป็นหุ้นสุขภาพชั้นนำของโลกที่นักลงทุนน่าจะรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Eli Lilly บริษัทยาที่มีมูลค่าบริษัทมากสุดในโลก, Merck หรือ AstraZeneca ที่ผลิตยาต้าน COVID-19 และวัคซีน COVID-19 เป็นต้น”


ส่วนการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนแบ่งเป็นรายประเทศ 5 อันดับแรก ที่ลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย

-สหรัฐอเมริกา                                75.36%

-เดนมาร์ก                                      8.97%

-สหราชอาณาจักร                            4.64%

-ญี่ปุ่น                                           3.27%

-สวิตเซอร์แลนด์                             3.11%



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KWI HCARE-D’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 23) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 5.23% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.03% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 14.28% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 15.00% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -18.57%


แต่สำหรับนักลงทุนที่เห็นตัวเลขผลการดำเนินงานของกองทุนข้างต้นแล้วอาจจะเห็นว่ายังไม่น่าดึงดูดพอ กองทุนก็ยังมีนโยบาย “การจ่ายเงินปันผล” เพิ่มเติมในการช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนในระยะยาว โดยจะจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 12 ครั้ง ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาได้มีการจ่ายไปแล้วทั้งหมด 17 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4.15 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี



เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถลงทุนได้โดย “ไม่มีขั้นต่ำ” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายแต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน KWI Click for Funds


หุ้นกลุ่มการแพทย์หรือเฮลธ์แคร์ เป็นกลุ่มที่นักลงทุนทราบกันดีว่าถือเป็นกลุ่มที่ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ไม่ได้หวือหวามากนัก ซึ่งในปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวก็มีธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นเข้ามาในตลาดเป็นกลุ่มหุ้นสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้นที่มีการเติบโตสูง และยังสร้างการเติบโตได้ดีในอนาคตให้เลือกลงทุนได้เช่นกัน และธีม Healthcare ก็เป็นหนึ่งใน Megatrend ในโลกการลงทุนที่เติบโตไปกับสังคมสูงวัยของโลกอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
TACC ทุ่ม 45 ลบ. ถือหุ้น 30% ลุยแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” จ่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 4/69 แย้มแผนดันเข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา 4 หุ้นค้าปลีกไอที รับธีมเปิดตัว iPhone 18 โบรกฯ แนะเก็งกำไรก่อน 3 สัปดาห์ SPVI เด่นสุด ให้ผลตอบแทน 9.7%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ลุ้นครึ่งปีหลังกำไรโตเด่น รับไฮซีซั่น-ปัญหาวัตถุดิบคลี่คลาย โบรกฯ ชู DELTA ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update