Official Update :

“SCBLARGEA”...คัดหุ้นเด่นกลุ่ม “SET50” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งสไตล์ “Multi-Factor Portfoilo” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Equity Large Cap” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้น 20 - 30 ตัวแรกของดัชนี SET50” โดยการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) มาสร้างพอร์ตสไตล์ Multi-Factor”     


เชื่อว่า “ตลาดหุ้นไทย” เป็นตลาดหนึ่งที่นักลงทุนก็ยังคงให้ความสนใจหรืออาจจะลงทุนเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุนก็ว่าได้เพราะเป็นตลาดที่ใกล้ตัว เข้าใจง่าย ที่สำคัญปัจจุบันมูลค่าก็ปรับลงมาจน “ถูก” มี Fwd P/E 12 เดือนข้างหน้า 14.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.4 เท่า (ที่มา: Bloomberg, 19 ม.ค. 24)


แต่ในปัจจุบันภาวะและความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวน ทำให้การคัดสรรการลงทุนในหุ้นรายตัวก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากและรับมือได้ยากเช่นเดียวกัน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้ทำการรวบรวมและหยิบยก “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจมาแนะนำหรือเป็นแนวทางให้แก่นักลงทุนที่สนใจกัน



“SCBLARGEA” สแกนหุ้นเด่นใน “SET50” มาจัดพอร์ตสไตล์ “Multi-Factor”

โดยกองทุนที่เราหยิบมาในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Thai Equity Large-Cap Multi-Factor Portfolio (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ SCBLARGEA ที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็นกองทุน “5 ดาว” ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด


สำหรับรายละเอียดของกองทุนดังกล่าว จะลงทุนในตราสารทุนและกองทุนรวมที่มีนโยบายเปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้บลจ. เดียวกัน โดยได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 19 ธ.ค. 62 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 ม.ค. 67) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 15,390,868 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 9.66 บาทต่อหน่วย


“ด้านนโยบายลงทุนหลักกองทุนจะลงทุนในตราสารทุน 20 – 30 ตัวแรกของดัชนี SET50 โดยใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) โดยน้ำหนักในการลงทุนในแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว เช่น Sharpe Ratio, Cash Flow Yield, Net Income Growth, ROE, Volatility เป็นต้น มาช่วยในการจัดพอร์ตในสไตล์ Multi-Factor Portfolio นั่นเอง”



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘SCBLARGEA’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 28 ธ.ค. 23) นั้น มีการจัดสรรการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย

-พลังงานและสาธารณูปโภค                        20.13%

-ธนาคาร                                                19.17%

-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร           14.92%

-การแพทย์                                             11.22%

-พาณิชย์                                                10.19%


“โดยหุ้น 5 ตัวแรกที่กองทุนลงทุนมากสุดนั้น ก็เป็นหุ้นชั้นนำของไทยในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งสิ้น ได้แก่ ADVANC 9.06%, BH 6.54%, PTTEP +6.24%, INTUCH 5.86% และ PTT 5.86% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของ SCBLARGEA นั้น ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 28 ธ.ค. 23) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ -0.06% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด -2.13% ต่อปี) ในขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 19.34% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.16% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -35.93%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท เท่านั้น

โดยหากใครที่กำลังสนใจ กองดังกล่าวก็เปิดโอกาสให้ลงทุนโดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำในการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1 บาทเช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+2)



สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY


แม้ว่าสถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยปัจจุบันนี้ จะไม่เอื้อต่อการลงทุนมากนัก แต่ด้วยระดับมูลค่าที่ปรับลงมาจนน่าสนใจ ก็ถือเป็นจังหวะในการลงทุนได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการลงทุนภายใต้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีหรือสามารถเอาชนะตลาดในระยะยาวได้เช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
TACC ทุ่ม 45 ลบ. ถือหุ้น 30% ลุยแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” จ่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 4/69 แย้มแผนดันเข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา 4 หุ้นค้าปลีกไอที รับธีมเปิดตัว iPhone 18 โบรกฯ แนะเก็งกำไรก่อน 3 สัปดาห์ SPVI เด่นสุด ให้ผลตอบแทน 9.7%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ลุ้นครึ่งปีหลังกำไรโตเด่น รับไฮซีซั่น-ปัญหาวัตถุดิบคลี่คลาย โบรกฯ ชู DELTA ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update