“KKP TECH-H” ลุยตะกร้า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ”... กระจายความเสี่ยง-ไม่พลาด “หุ้น 7 นางฟ้า” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Technology Equity” ที่เน้นสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี S&P North American Expanded Technology Sector Index ซึ่งเป็น “หุ้นกลุ่มเทคฯ สหรัฐ”
เมื่อไม่นานมานี้ นักวิเคราะห์จาก “ดอยซ์แบงก์” (Deutsche Bank) ธนาคารชั้นนำของเยอรมนี ได้ออกมาให้มุมมองถึง “7 หุ้นนางฟ้า” ได้แก่ Microsoft, Amazon, Nvidia, Meta, Alphabet, Apple และ Tesla บริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ
มีโอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่เป็น “อันดับ 2 ของโลก” และมีมาร์เก็ตแคปสูงกว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นถึง 2 เท่า ด้วยศักยภาพการเติบโตของกำไรและการปรับตัวของราคาหุ้นที่โดดเด่น
จึงไม่แปลกนักที่จะถูกพูดถึงจากนักลงทุนพร้อมกับแสวงหาโอกาสการลงทุนในหุ้นดังกล่าว ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้นำ “กองทุนรวมหุ้นเทคโนโลยี” ที่น่าสนใจมาแนะนำให้นักลงทุนได้รู้จักกันในครั้งนี้

“KKP TECH-H” ลุย “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีระยะยาว
โดยกองทุนที่เราหยิบยกมาในครั้งนี้ นี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคเคพี EXPANDED TECH - HEDGED ชนิดทั่วไป” หรือ “KKP TECH-H” ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จํากัด’ เป็นผู้ดูแลอีกทั้งยังพากองดังกล่าวได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วย
สำหรับรายละเอียดของกองทุนนั้น เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นต่างประเทศเป็นหลักด้วยประเภทฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศเพียงกองเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 22 ต.ค.63 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 4 มี.ค. 67) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,879,992,052 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 14.95 บาทต่อหน่วย
“ด้านนโยบายลงทุนจะเข้าลงทุนในกองทุนหลักก็คือ ‘iShares Expanded Tech Sector ETF’ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว และมีกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดําเนินงาน ของดัชนี S&P North American Expanded Technology Sector Index โดยดัชนีดังกล่าวใช้วัดผลตอบแทนของ ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ’ เป็นสำคัญ”
สำหรับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาวของผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มบริการสื่อสาร (communication service) และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary) ในประเทศทวีปอเมริกาเหนือ

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KKP TECH-H’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 8 เม.ย. 24) นั้น กระจายในอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่ให้น้ำหนักการลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย
-เซมิคอนดักเตอร์ 23.59%
-สื่อหรือบริการที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ 19.12%
-ระบบซอฟแวร์ 14.25%
-ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 13.13%
-ฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี ที่เก็บข้อมูลและอุปกรณ์ต่อพ่วง 10.30%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกก็เป็นหุ้นในกลุ่ม ‘หุ้น 7 นางฟ้า’ ที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมีการเติบโตที่โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ MICROSOFT 8.91%, META PLATFORMS 8.70%, APPLE INC 8.56%, NVIDIA 8.07% และ ALPHABET 5.37% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกอง KKP TECH-H นับตั้งแต่จัดตั้งกองมา (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. 24) จะผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 12.53% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 13.58% ต่อปี) แต่ก็แลกมาด้วยความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 25.47% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 25.98% ต่อปี) อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -40.63%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากจะเข้าลงทุนในกองทุนดังกล่าว ก็สามารถลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไข “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท และส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ เพียงแต่ต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 100 หน่วย และการจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)

ทั้งนี้ รายละเอียดการซื้อขายก็คงจะพลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสำหรับช่องทางการซื้อขายของกองนั้น ก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เกียรตินาคินภัทร จำกัดและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น
“แม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘7 หุ้นนางฟ้า’ จะเป็นหุ้นที่มีความโดดเด่น แต่การลงทุนกระจุกก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องแบกรับเช่นเดียวกัน ซึ่งการลงทุนในกองทุน ETF ที่กระจายเงินลงทุนในหลากหลายหลักทรัพย์ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดีสไตล์ Passive Fund ที่ทำให้คุณไม่พลาดโอกาสลงทุนใน ‘หุ้นเทคฯ สหรัฐ’ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยผ่าน ‘จุดสูงสุด’ และมีโอกาสจะปรับลงในอนาคตอันใกล้นี้”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
