Official Update :

“กองหุ้นไทย” เจอเท 5 เดือนแรกเงินไหลออกสุทธิ -1.5 หมื่นล้านบาท... ส่วน “กองหุ้นสหรัฐ” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิมากสุดกว่า 7.8 พันล้านบาท !!!

Fun of Funds: “ตลาดหุ้นไทย” ไร้เสน่ห์ ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงแต่ประการใด ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 19 มิ.ย. 24) ตลาดดำดิ่งทิ้งตัวไปแล้ว -7.91% มาอยู่บริเวณ 1,303.82 จุด “ต่างชาติ” เมิน เทขายไปแล้วกว่า 1.05 แสนล้านบาท


กลายเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ผลตอบแทน “แย่สุด” ในปีนี้ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว !!!


สอดคล้องกับข้อมูลของ Morningstar” ที่ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี24 นี้ ยอดเงินลงทุนสุทธิใน “กองทุนหุ้น” กลับมีมูลค่าติดลบรวมเกือบ “หมื่นล้านบาท” เป็นการติดลบครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก


โดย “กองหุ้นไทย” กลุ่ม Equity Large-Cap เป็นกองทุนหุ้นที่มีเงินไหลออกสุทธิมากสุดกว่า -15,000 ล้านบาท เป็นการไหลออก 5 เดือนต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยเกือบ 90% เป็นเงินลงทุนที่ไหลออกจากกองทุน LTF ที่ทยอยครบกำหนด


ไม่เพียงเท่านี้ กองทุนหุ้นกลุ่ม Equity Large-Cap ยังเป็นหนึ่งในประเภทกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยน้อยที่สุดในปีนี้ โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ย -3.54% เมื่อนับจากต้นปี (ข้อมูล ณ 31 พ.ค. 24) อีกด้วย


จึงไม่น่าแปลกใจ ในช่วง 5 เดือนแรก “5 กองหุ้น” ที่เงินลงทุนสุทธิไหลเข้ามากสุดล้วนเป็น “กองหุ้นต่างประเทศ” ทั้งสิ้น รวมกว่า +17,164 ล้านบาท เลยทีเดียว มากสุด คือ “กองหุ้นสหรัฐ” ไหลเข้าสุทธิกว่า 7.8 พันล้านบาท


5 “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่เงินไหลเข้ามากสุดในช่วง 5 เดือนแรก เป็นกองประเภทไหนบ้างนั้น ทางทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกัน


 


เปิด 5 “กองหุ้นตปท.” เงินไหลเข้าสุทธิมากสุดปีนี้ กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท...“กองหุ้นสหรัฐ” แชมป์เงินไหลเข้ามากสุดกว่า 7.8 พันล้านบาท

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุผ่านรายง่านว่า ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ซบเซาใน “กองหุ้นไทย” ยังคงมี “กองหุ้นต่างประเทศ” บางกลุ่มที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทย เห็นได้จากยอดเงินลงทุนที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง และผลตอบแทนที่โดดเด่น ซึ่งมีทั้งในกลุ่มหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม และหุ้นในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคเอเชีย


โดย 5 “กองหุ้น” ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุดในช่วง 5 เดือนแรก เป็น “กองหุ้นต่างประเทศ” ทั้งหมด มูลค่ารวมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย


1) “กองหุ้นสหรัฐ” เนื่องจากภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีความชัดเจน และกาคาดการณ์ของตลาดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง ทำให้ในปีนี้ “กองหุ้นสหรัฐ” ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 5.04% และมียอดเงินลงทุนสุทธิรวมกว่า 7,797 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยประเภทกองทุนที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐ เช่น ดัชนี S&P500 และ ดัชนี NASDAQ


2) “กองหุ้นอินเดีย” เริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาตั้งแต่ช่วงกลางปี2023 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย ช่วง 5 เดือนแรกก็ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิมากเป็นอันดับ2 กว่า 2,875 ล้านบาท โดยอินเดียเป็นหนึ่งในตลาดที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา โดยผลตอบแทนเฉลี่ยของ “กองหุ้นอินเดีย” ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 23.76% และผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 7.22% ทำให้กองทุนในกลุ่มนี้มียอดเงินลงทุนสุทธิเป็นบวกต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 1/24 โดยเฉพาะในเดือนมี.ค. 24 ที่มียอดเงินลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,004 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2017


“อย่างไรก็ตาม จากระดับราคาของตลาดหุ้นอินเดียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมามาก และตลาดหุ้นจีนเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้ในไตรมาสที่2/24 เริ่มมีแรงเทขายบางส่วนออกจาก กองหุ้นอินเดีย อย่างต่อเนื่อง”



3) “กองหุ้นเทคโนโลยี”
ปีนี้มียอดเงินลงทุนสุทธิกว่า 2,446 ล้านบาท โดยเป็นประเภทกองทุนที่ยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่องในปีนี้ โดยมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีที่ 5.71% และย้อนหลัง 1 ปี 25.03% ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนของการเติบโตมาจากกระแสความร้อนแรงของความก้าวหน้าทางด้าน AI ที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานได้รับผลบวกและราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ประกอบกับปัจจัยกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง ทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้งหลังจากที่มีเงินลงทุนไหลออกต่อเนื่องในช่วงปลายปี2023


“อย่างไรก็ตาม ทิศทางดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงในเดือนพ.ค. หลังจากที่เริ่มมีแรงเทขายทำกำไรจาก นักลงทุนบางส่วนในตลาดหลังจากที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมามาก และตลาดบางส่วนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจยังไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ในระยะใกล้นี้”


4) “กองหุ้นเวียดนาม” มีเงินไหลเข้าสุทธิตั้งแต่ต้นปี 2,048 ล้านบาท ถึงแม้ว่ายอดเงินลงทุนจะเบาบางลงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2-3 ปีก่อน แต่ก็ยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่ง โดย “กองหุ้นเวียดนาม” มีผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีที่ 13.05% และย้อนหลัง 1 ปีที่ 17.66% ทำให้ยังมีเงินลงทุนไหลกลับเข้าเป็นระยะตามกระแสข่าวของพัฒนาการของตลาดที่เกิดขึ้น


“โดยตลาดคาดว่าเวียดนามจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์หลักจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และมีโอกาสในการเปลี่ยนสถานะจาก ‘Frontier market’ สู่ประเทศในกลุ่ม ‘Emerging market’ ในอนาคต”


5) “กองหุ้นจีน” ช่วง 5 เดือนแรกมีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 1,998 ล้านบาท หลังจากที่ภาครัฐเริ่มส่งสัญญาณการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ทำให้ตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากที่ปรับตัวลดลงไปอย่างมากในช่วงก่อนหน้า โดยผลการดำเนินงานเฉลี่ยของ “กองหุ้นจีน” ในปีนี้เริ่มปรับตัวขึ้นเป็นบวก โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 4.93% นับเป็นหนึ่งในประเภทกองทุนที่ให้สูงที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เริ่มมีเงินลงทุนกลับเข้ามาใน “กองหุ้นจีน” มากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะในเดือนพ.ค. 24 ที่ “กองหุ้นจีน” มียอดเงินลงทุนสุทธิกว่า 1,499 ล้านบาท นับเป็นระดับสูงที่สุดในกลุ่มกองทุนหุ้น


“โดยกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยมสำหรับ กองหุ้นจีน ในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนใน All China ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้จัดการกองทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ครอบคลุมทั้งตลาด A-Shares, H-Shares, และ ADRs


โดยสรุป ถึงแม้ว่ายอดเงินลงทุนสุทธิโดยรวมใน “กองทุนหุ้น” อาจติดลบ แต่ยังมีหลายตลาดที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน อย่าง 5 “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุดดังกล่าว ตรงข้ามกับ “กองหุ้นไทย” ที่นักลงทุนสัก “เสือเผ่น” หนีตายเป็นว่าเล่น พร้อมกับขยับไปสู่กลุ่ม “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่น่าสนใจและมีโอกาสในการลงทุนที่ดีกว่านั่นเอง

โต๊ะกองทุน WealthyThai