ชี้ “การวางแผนการเงิน” เป็นเรื่องของทุกคน... “เรื่องเงิน” ไม่ต้องเครียด! “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ช่วยได้ เปรียบเสมือน “Money Trianer” ของคุณ !!!
Fun of Funds: “การวางแผนการเงิน” เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และสำคัญสำหรับคนไทยทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ “คนรวยมีเงิน” เท่านั้น หากแต่คนที่มี “รายได้จำกัด” ก็ยิ่งมีความจำเป็นต้องวางแผนการเงิน
สรุปง่ายๆ ว่า...“การวางแผนการเงินเป็นเรื่องของทุกคน” นั่นเอง !!!
โดยมี “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ที่พร้อมจะให้คำแนะนำกับคุณเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเงินที่ตัวเองวางไว้ เป็นคำแนะนำโดยยึดประโยชน์ของผู้มาขอคำปรึกษาเป็นสำคัญ ไม่ใช่เรื่องของการขายโพรดักท์นำแต่ประการใด (ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดกันอยู่มากเลยทีเดียว)
ปัจจุบันไทยมี “นักวางแผนการเงิน” (CFP) 626 คน ยังน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น “อินโดนีเซีย” 2,615 คน, “มาเลเซีย” 2,509 คน หรือ “สิงคโปร์” ที่มี 1,238 คน ซึ่งเทียบกับสัดส่วนประชากรแล้วก้ต้องบอกว่าน้อยจนอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ
หนึ่งในแผนงานของ “สมาคมนักวางแผนการเงินไทย” (TFPA) จากนี้คือการทำงานเชิงรุก ทั้งการผลิต “นักวางแผนการเงิน” (CFP) เข้าสู่ตลาดให้เพียงพอ ควบคู่กับการปลุกคนไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของการ “วางแผนการเงิน” และนำสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง
ทำไม “การวางแผนการเงิน” จึงเป็นเรื่องสำคัญ และ “นักวางแผนการเงิน” (CFP) จะช่วยคุณได้ยังไงนั้น ตาม ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

“การวางแผนการเงิน” เป็นเรื่องของทุกคน
หลายคนอาจจะมีภาพจำเดิมๆ ว่าเรื่องของ “การวางแผนการเงิน” เป็นเรื่องของ “คนรวย” คนมีเงินเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกเพียงบางส่วน เพราะใครๆ ก็ต้องวางแผนการเงินเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ “คนที่มีรายได้จำกัด” ยิ่งจำเป็นต้องวางแผนการเงิน ซึ่ง “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ก็จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำในส่วนนี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายการเงินที่ตัวเองต้องการนั่นเอง
โดย “วิโรจน์ ตั้งเจริญ” นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) บอกว่า ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดว่า “การวางแผนการเงิน” มีไว้สำหรับคนมีเงินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “การวางแผนการเงินเป็นเรื่องของทุกคน” ยิ่งคนที่มีเงินจำกัดยิ่งต้องวางแผนเพื่อใช้เงินให้ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นเรื่องเงินและพฤติกรรมทางการเงินของผู้เยี่ยมชมบูธของสมาคมฯ ในงาน SET in the City 2024 จำนวน 340 คน เรื่องที่ทำประชาชนเครียดมากที่สุด 42% คือ “เรื่องเงิน” และสาเหตุอันดับต้นๆ ของความเครียด 56% มาจากการไม่มีเงินออมเพื่อการเกษียณ และ 46% เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้มีความสุขในการดำเนินชีวิตลดลง ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องเร่งส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินและชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ควรเริ่มต้นวางแผนแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเกษียณในอนาคต

“หนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญที่จะช่วยในเรื่องของการวางแผนการเงินก็คือ ‘นักวางแผนการเงิน’ (CFP) นั่นเอง ปี2023 มี ‘นักวางแผนการเงิน’ (CFP) จำนวน 223,770 คน ใน 27 ประเทศทั่วโลก มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการและไม่ได้ใช้บริการจากนักวางแผนการเงินกว่า 15,000 คน ใน 15 ประเทศ โดย ‘The Financial Planning Standards Board’ (FPSB) พบว่า ผู้ที่ใช้บริการจาก ‘นักวางแผนการเงิน’ (CFP) มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นใจและสามารถรับมือกับเหตุการณ์ทางการเงินที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความพึงพอใจกับสถานะทางการเงินของตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้ยังพบว่า 98% เชื่อมั่นว่า ‘นักวางแผนการเงิน’ (CFP) ให้บริการโดยยึดเอาประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ และอีก 51% บอกว่าการวางแผนการเงินส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิตใจและชีวิตครอบครัวในทางที่ดีขึ้นด้วย”
“นักวางแผนการเงิน” (CFP) เป็นคุณวุฒิระดับโลก...พร้อมให้คำแนะนำเรื่อง “การวางแผนการเงิน” ให้คนไทยทุกคน
สำหรับ “สมาคมนักวางแผนการเงินไทย” (TFPA) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งมากว่า 16 ปี และเป็นสมาชิกของ “คณะกรรมการมาตรฐานการวางแผนการเงิน” (Financial Planning Standards Board Ltd.: FPSB) หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ในปี2023 มี “นักวางแผนการเงิน” (CFP) จำนวน 223,770 คน ใน 27 ประเทศทั่วโลก
ปัจจุบัน ไทยเองมี “นักวางแผนการเงิน” (CFP) อยู่ 626 คน ซึ่งถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับประชากร 70 กว่าล้านคน ที่น่าเสียดาย คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของ “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ซึ่งเปรียบเสมือน “Money Trainer” ที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการเงินที่วางเอาไว้ จึงต้องเร่งสร้างการรับรู้ว่า “นักวางแผนการเงิน” (CFP) แตกต่างจากผู้ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพราะนักวางแผนการเงิน CFP คือมืออาชีพที่ให้คำแนะนำโดยมองภาพรวมทุกๆ ด้านของลูกค้า และให้คำแนะนำโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นหลัก จึงทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ดีขึ้น และยังช่วยให้ผู้รับคำปรึกษามีความสุขในการใช้ชีวิต

“ตั้งใจจะผลิต ‘นักวางแผนการเงิน’ (CFP) เพิ่มเป็น 800 คน ในอีก 2 ปี และเพิ่มเป็น 1,000 คน ในอีก 2 ปีถัดไป ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายเพราะปกติจะผลิตได้เฉลี่ย 50-80 คนต่อปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางสมาคมฯ ได้ทำ MOU กับ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ ม.เชียงใหม่, นิด้า, ม.สงครานครินทร์ และม.ธรรมศาสตร์ โดยบรรจุบทเรียนของ TFPA เข้าไว้ในหลักสูตร ซึ่งนักศึกษาที่เรียนครบก็สามารถจะมาสอบเพื่อเอาคุณวุฒิ CFP ต่อได้เลย ก็เป็นอีกแนวทางในการผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมของสมาคมฯ นอกเหนือจากที่ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว”
หน้าที่หลักของสมาคมฯ นอกจาการสร้าง “นักวางแผนการเงิน” (CFP) และ “ที่ปรึกษาการเงิน” (AFPT) ที่มีความรู้ ความสามารถ และจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพตามมาตรฐานสากล เพื่อให้บริการวางแผนการเงินแก่ประชาชนให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินและมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวแล้ว
ยังส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการวางแผนการเงินและเริ่มลงมือวางแผนการเงินอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีความมั่นคงทางการเงินนั่นเอง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทางสมาคมฯ ได้โดยตรง เรามี “นักวางแผนการเงิน” (CFP) ที่พร้อมให้คำแนะนำ ในส่วนค่าใช้จ่ายนั้น จะมีการเก็บ 2 รูปแบบ ได้แก่
1.ไม่คิดค่าวางแผน แต่จะมีรายได้จากการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนการเงิน
2.คิดค่าวางแผนการเงิน ค่าใช้จ่ายขึ้นกับความยากง่ายของแผนเป็นสำคัญ
“แต่ต้องย้ำว่า เป้าหมายคือเรื่องการให้คำแนะนำ ไม่ใช่การขายผลิตภัณฑ์แต่ประการใด ซึ่งผู้สนใจสามารถลองขอใช้บริการดูได้เพื่อจะได้เห็นถึงความแตกต่างของ ‘นักวางแผนการเงิน’ (CFP) กับบุคลากรที่ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ย 45 ปีขึ้นไป มีรายได้ระดับหนึ่ง แต่อย่างที่บอกว่าใครๆ ก็ใช้บริการได้เพราะการวางแผนการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ไม่จำเป็นต้องมีรายได้มาก คนเริ่มทำงานก็ต้องการวางแผนการเงิน ลงมือทำ ติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ เช่น 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ”
ทำไมต้องวางแผนการเงิน?...มีเหตุผลหลักๆ ได้แก่ 1) ค่าครองชีพสูงขึ้น 2) ค่าการศึกษาเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 7% ต่อปี 3) คนอายุยืนขึ้น 4) ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7-10% ต่อปี 5) ไม่มีเงินใช้จ่ายยามฉุกเฉิน และ 6) สวัสดิการรัฐไม่เพียงพอ วันนี้...คุณ “วางแผนการเงิน” แล้วหรือยัง?
