คืนชีพ “วายุภักษ์” เพิ่มทางเลือก “การออม-การลงทุน”... หนุน AUM 2 บลจ. “กรุงไทย-เอ็มเอฟซี” ปีนี้โตแรง 13 – 25% !!!
สาระ Fund วันละนิด: “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” (VAYU1) กำลังจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง หลังเคยสร้างตำนานให้ตลาดทุนต้องจดจำในอดีต ผลงาน 10 ปี (2003 – 2013) สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยให้ผู้ลงทุนได้ถึง 14.96% ต่อปี เลยทีเดียว (ที่มา: รายงานกองทุนประจำปี 2013)
ซึ่งเป็นฝีมือการบริหารของ 2 บลจ. ได้แก่ “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.เอ็มเอฟซี” ที่ร่วมกันบริหารกันคนละครึ่ง และปัจจุบันก็ยังคงบริหาร “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” หน่วยลงทุนประเภท ข. ให้กระทรวงการคลัง อย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (ณ วันที่ 31 ก.ค. 24) อยู่ที่ 318,160.34 ล้านบาท
ล่าสุด “กระทรวงการคลัง” เตรียมเสนอขาย “หน่วยลงทุนประเภท ก.” ให้นักลงทุนทั่วไปอีก 1.0 – 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนให้กับประชาชนไทยอีกครั้ง
โดยยังได้ “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.เอ็มเอฟซี” ร่วมกันบริหารคนละครึ่งอีกเช่นเคย นั่นจะทำให้ 2 บลจ. นี้ มีสินทรัพย์สุทธิธุรกิจกองทุนรวมโตขึ้นในปีนี้ 13 – 25% เลยทีเดียว
“กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” จะส่งผลบวกต่อทั้ง 2 บลจ. ยังไง วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกัน

“ก.คลัง” มั่นใจให้ 2 บลจ. “กรุงไทย-เอ็มเอฟซี” บริหาร “วายุภักษ์”...พบถือ “PTT-SCB” 2 ตัวกว่า 60%
ทำไม?...ทั้ง 2 บลจ. ได้รับเลือกเป็นผู้บริหาร “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง”
เหตุผลสำคัญนอกเหนือจาก “ฝีไม้ลายมือ” ในการบริหารกองทุนแล้ว ก็คือ การมี “ภาครัฐ” เป็นผู้ถือหุ้นในทั้ง 2 บลจ.อยู่ด้วยนั่นเอง โดย “บลจ.กรุงไทย” มี “บมจ.ธนาคารกรุงไทย” ถือหุ้น 100% ส่วน “บลจ.เอ็มเอฟซี” มี “ธ.ออมสิน” ถือหุ้น 24.5%, “ก.การคลัง” 16.67% และ “บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” อีก 24.92%
สำหรับ “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” ปัจจุบันมีเพียงหน่วยลงทุนประเภท ข. อย่างเดียว (ณ วันที่ 31 ก.ค. 24) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 3.18 แสนล้านบาท แบ่งให้ทั้ง 2 บลจ. บริหารคนละครึ่ง

โดยหุ้น 5 ตัวที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
PTT 79%
-
SCB 32%
-
TTB 31%
-
KTB 48%
-
BCP 69%
ปัจจุบัน (ณ 31 ก.ค. 24) “บลจ.กรุงไทย” มีสินทรัพย์ธุรกิจกองทุนรวม (AUM) 6.12 แสนล้านบาท อยู่ “อันดับ4” ในอุตสาหกรรมกองทุน มีสัดส่วนของ “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” ประมาณ 26%
ส่วน “บลจ.เอ็มเอฟซี” มี AUM 2.80 แสนล้านบาท อยู่ “อันดับ7” ในอุตสาหกรรม มีสัดส่วน “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” ประมาณ 57%
“ก.คลัง” ขายหน่วยประเภท ก. “วายุภักษ์ หนึ่ง” 1.0 – 1.5 แสนล้านบาท…หนุน AUM 2 บลจ. “กรุงไทย-เอ็มเอฟซี” ปีนี้โตแรง 13 – 25%
ซึ่งหลังจากที่ “กระทรวงการคลัง” เตรียมเสนอขาย “หน่วยลงทุนประเภท ก.” ให้ประชาชนทั่วไปอีกครั้งช่วงปลายปีนี้กว่า 1.0 – 1.5 แสนล้านบาท นั้น
จะทำให้ “บลจ.กรุงไทย” มี AUM เพิ่มขึ้นเป็น 6.62 – 6.87 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี23 ประมาณ 13 – 17% แต่ยังคงรั้ง “อันดับ4” ในอุตสาหกรรมเช่นเดิม และจะมีสัดส่วนของ “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” เพิ่มขึ้นเป็น 32 – 34%
ส่วน “บลจ.เอ็มเอฟซี” จะมี AUM เพิ่มขึ้นเป็น 3.30 – 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 16 – 25% ในขณะที่อันดับจะขยับเป็น “อันดับ6” ถ้าขายถึง 1.5 แสนล้านบาท โดยจะมีสัดส่วนของ “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” เพิ่มขึ้นเป็น 63 - 66%
“ทั้งนี้ ‘อันดับ’ คิดบนข้อมูล ณ 31 ก.ค. 24 ซึ่ง AUM ของบลจ.อื่นๆ ที่เหลือคงที่ แต่ก็คงจะไม่หนีจากนี้เท่าไรนัก เพราะบลจ.อื่นก็คงต้องขยับตัวเองด้วยเช่นกัน”
แม้การกลับมาของ “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” อีกครั้ง จะส่งผลบวกต่อการเติบโตของทั้ง “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.เอ็มเอฟซี” ก็จริงอยู่ แต่ต้องไม่ลืมประวัติศาตร์ในอดีต เมื่อครั้ง “ครบอายุ” กองทุนที่เคยเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะส่งผลให้ AUM ของทั้ง 2 บลจ.ลดลงฮวบฮาบลงอย่างเร็วด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น การเติบโตจากส่วนอื่นๆ ไปด้วยน่าจะสร้างความมั่นคงในการเติบโตในระยะยาวให้กับทั้ง 2 บลจ.ได้อย่างแท้จริง
