“หุ้นใหญ่” ปีนี้ Outperform “ตลาด” และ “หุ้นขนาดเล็ก”... ชู “กองดัชนีSET50” เด่นสุด รับ “หุ้นไทย” Come Back !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องโอกาสลงทุนใน “กองทุนดัชนีSET50” รับ “ตลาดหุ้นไทย” Come Back กัน !!!
ต้องบอกว่าผลตอบแทนหุ้นไทยปีนี้ และย้อนหลัง 1 ปี ไม่ดีเอาเสียเลย “แดงเดือด” โดย YTD -4.39% และย้อนหลัง 1ปี -13.31%
อย่างไรก็ตาม กลุ่ม “หุ้นใหญ่” กลับเป็นกลุ่มที่ Outperform ตลาดอย่างชัดเจน โดย YTD -2.41% และย้อนหลัง 1 ปี -10.75% ตามลำดับ หรือเอาชนะตลาดได้ประมาณ 3% เลยทีเดียว !!!
แต่รู้หรือไม่? …“กองหุ้นใหญ่” ทั้งหมด 401 กอง ปีนี้กลับมีกองทุนที่สร้างผลตอบแทนเป็น “บวก” ได้เพียง 45 กอง คิดเป็น 11% เท่านั้น ในขณะที่ส่วนใหญ่ 89% ยัง “ติดลบ” และกองที่ผลงาน “แย่สุด” ติดลบถึง -14.76%
หลังได้ “คณะรัฐมนตรีใหม่” ก็พร้อมจะขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ ซึ่งนั่นจะส่งผลบวกต่อ “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี24 อย่างไม่ต้องสงสัย
ยังมี “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ที่เตรียมหั่นดอกเบี้ยสู่วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” หนุนให้มีเงินไหลเข้ากลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) รวมทั้ง “หุ้นไทย” ด้วยเช่นกัน
และแน่นอนว่า...เป้าหมายหลักของเม็ดเงินที่กำลังจะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยนั้น มีกลุ่ม “หุ้นใหญ่” เป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญ
และถ้าคุณไม่อยากพลาดโอกาสลงทุนดีๆ แบบนี้ “กองทุนดัชนีSET50” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกัน

“หุ้นใหญ่” ปีนี้ Outperform “ตลาด” และ “หุ้นขนาดเล็ก”...ชู “กองดัชนีSET50” เด่นสุด
การฟื้นตัวของ “ตลาดหุ้นไทย” ในครั้งนี้ กลุ่ม “หุ้นใหญ่” ถือว่าเป็นกลุ่มนำตลาดที่ผลักดันดัชนีให้เดินหน้าขึ้นมาได้ แต่ผลงาน “กองหุ้นใหญ่” ก็ไม่ได้ยกขบวนมา “เขียวยกแผง” แต่ประการใด
เหตุผลสำคัญ คือ กว่า 90% ของ “กองหุ้นใหญ่” นั้น เป็นกองทุนที่บริหารเชิงรุก (Active Fund) ซึ่งในช่วงที่ตลาดเด้งกลับตัวเป็นขาขึ้น กลุ่ม “Active Fund” ส่วนใหญ่มักจะพลาดท่าตกรถ เพราะไม่ได้ลงทุนในหุ้นเต็มที่ตลอดเวลาเหมือน “กองทุนดัชนี” (Passive Fund)
“แต่จะปรับลดน้ำหนักของ ‘หุ้น’ ในพอร์ตลงเพื่อลดผลกระทบในช่วงตลาดหุ้นเป็นขาลง ซึ่งทำให้เวลาตลาดเทิร์นกลับเป็นขาขึ้น เรามักจะเห็นกลุ่ม ‘กองทุนดัชนี’ นำตลาดขึ้นมาก่อนเสมอๆ ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หากไปนั่งดูรายชื่อ ‘กองหุ้นใหญ่’ ที่บวกทั้ง 45 กองนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม ‘กองทุนดัชนีSET50’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก”
ถ้าคุณเลือก “กองหุ้นใหญ่” ที่เป็นสไตล์ “Active Fund” ก็มีโอกาสสูงถึง 89% ที่ตั้งแต่ต้นปีมาผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่นั่นเอง
แต่ถ้าคุณเลือกถูกกอง “Active Fund” ส่วนน้อยก็สามารถสร้างผลตอบแทน Outperform ตลาดได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงของนักลงทุน ก็คือ “ความเสี่ยงในการเลือกกองทุน” นั่นเอง
เพื่อไม่ต้องปวดหัวกับ การเลือกกองทุนอยู่ “กองทุนดัชนีSET50” จึงเป็นคำตอบที่ลงตัว เป็นทางสายกลางที่จะทำให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุนแต่ประการใด ผลตอบแทนจะ “ขึ้น-ลง” ใกล้เคียงตลาด และมักจะโดดเด่นมากๆ ในช่วงตลาดกลับตัวจากลงไปเป็นตลาดขาขึ้น
ส่อง Top 5 “กองหุ้นใหญ่” ผลงานปีนี้ “ปังสุด”...“ES-JB25” แชมป์ Passive Fund +1.42% ส่วน “1AMSET50-ID” แชมป์ Active Fund +5.99%
มาดูผลงานกลุ่ม “กองหุ้นใหญ่” ที่ผลงานโดดเด่นในปีนี้กันบ้าง
กลุ่ม “กองดัชนี” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 5 กอง ได้แก่
-
“ES-JB25” ของบลจ.อีสท์สปริง +42
-
“KKP SET50 ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +67
-
“SCBSET50(SSFE)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +55
-
“KT-SET50-D” ของบลจ.กรุงไทย +19
-
“M-S50-G” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +04

ส่วนกลุ่ม “กอง Active Fund” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 5 กอง ได้แก่
-
“1AMSET50-ID” ของบลจ.วรรณ +5.99
-
“TISCOBIG” ของบลจ.ทิสโก้ +4.28
-
“KFLTFAST-D” ของบลจ.กรุงศรี +2.32
-
“M-MEGA-D” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +2.00
-
“KT-HiDiv-D” ของบลจ.กรุงไทย +1.94
“โดยปัจจัยบวกที่จะเข้ามาผลักดัน ‘ตลาดหุ้นไทย’ ช่วงท้ายปีนี้ ให้ทะยานขึ้นสู่เป้าหมาย 1,400 – 1,450 จุด ได้นั้น ทั้ง ‘กองทุนวายุภักษ์ 1’ มูลค่า 1.0 – 1.5 แสนล้านบาท เงิน Digital Wallet ‘กองทุน ThaiESG’ ยุคใหม่ และการลดดอกเบี้ยของ Fed โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของเม็ดเงินเหล่านี้ก็คงหนี ‘หุ้นใหญ่’ ไปไม่ได้แน่นอน”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” รับตลาด Come Back เชื่อว่ากลุ่ม “กองดัชนี SET500” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
